Home > Cyber Socialist > เขาพระวิหาร สมบัติเขมร บนอธิปไตยของไทย

เขาพระวิหาร สมบัติเขมร บนอธิปไตยของไทย

October 27th, 2008 admin Leave a comment Go to comments

วันนี้ เราจะข้ามเรื่องการเมืองภายในออกไป ฉะ กับเพื่อนบ้านสันดานเสียกันบ้าง

อ้างถึงตาม wikipedia

ปราสาทพระวิหาร??Temple of Preah Vihear?เป็นปราสาทหิน?อยู่บริเวณเทือกเขาพนมดงรัก?หรือ เทือกเขาพนมดงเร็กในภาษาเขมร?ที่ตั้งของศาสนสถานแห่งนี้รู้จักกันในนาม พนมพระวิหาร อันหมายถึง บรรพตแห่งศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์?ในพื้นที่ทับซ้อนชายแดนไทย-กัมพูชา?ระหว่างอำเภอจอมกระสานต์?จังหวัดพระวิหาร?ของกัมพูชา และอำเภอกันทรลักษ์?จังหวัดศรีสะเกษ?ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร?เมื่อ?พ.ศ. 2442?พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ได้เสด็จไปยังปราสาทแห่งนี้ และทรงขนานนามว่า “ปราสาทพรหมวิหาร” ซึ่งต่อมาเรียกกันทั่วไปว่า “ปราสาทพระวิหาร”[5]?นับเป็นปราสาทขอมที่สำคัญแห่งหนึ่ง ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์การก่อสร้างเทวสถานของฮินดู?ประวัติศาสตร์การเรียกร้องเขาพระวิหาร และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งของไทยและกัมพูชาด้วย ณ วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 องค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารให้เป็นมรดกโลกของกัมพูชา

?

หลังจาก พ.ศ. 2505?ศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ด้วยเสียง 9 ต่อ 3 โดยยกตัวปราสาทให้เป็นของกัมพูชา แต่โดยความจริง อธิปไตยในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทนั้นยังคงเป็นเขตแดนของไทย โดยยึดแนวสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตแดน

แต่เนื่องจากศาลโลกตัดสินไปแล้วว่าตัวปราสาทเป็นของเค้า
ทางการไทยจึงตัดสินใจให้เขมรเข้ามาดูแลตัวปราสาทได้ โดยในตอนแรกนั้นเราจะกันพื้นที่ให้เขมรเข้ามาใช้ประโยชน์ ตามรูปแผนที่ด้านบน โดยจะตัดแหลมที่ยื่นออกมาและกั้นลวดหนามทั้งเขตสีเขียวและสีแดง หลังจากพิจาณาอีกครั้งทางการไทยเห็นว่าการตัดทั้งแหลมให้เขมรเข้ามาใช้พื้นที่นั้นมันมากเกินไปจึงทำการแบ่งอีกครั้งเป็นแค่โซนสีแดงและทำการกั้นลวดหนามไว้ (ตัวปราสาทอยู่ในโซนสีแดงนี้) และเกิดปัญหาขึ้น เราจึงเรียกโซนสีแดงนี้ว่า “พื้นที่ทับซ้อน”

ซึ่งการกั้นรั้วลวดหนามนี้ เรากั้นเพื่อให้เค้าสามารถดูแลได้เต็มที่ ?แต่ไม่็ได้หมายความว่าเรายกพื้นที่โซนสีแดงนี้ให้กัมพูชา แต่ด้วยความไม่รู้ของหลายฝ่าย รวมทั้งภาพแผนที่ใน Google map ทำให้ในการจัดทำแผนที่ตรงบริเวณนี้ ใช้เส้นแบ่งเขตแดนตัดแหว่งออกไปเป็นพื้นที่ของประเทศกัมพูชาแทน ตามรูปภาพด้านล่าง

ทางกัมพูชาจึงได้ฉวยโอกาสนี้ เรียกร้องสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนและอ้างว่าเป็นพื้นที่ของเขา(ไม่รู้จริง ๆ หรือว่าตีเนียน?)

โดยนายนพดล ปัทมะ??รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้ลงนามยินยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่ฝ่ายเดียวจึงเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา

?

ติดตามต่อภาค 2 นะจ๊ะ

Tags: , , , ,
  1. October 27th, 2008 at 14:09 | #1

    ครับ ดีครับ นานๆเจอคนที่รู้จริง
    เบื่อพวกลูกเจ๊กปนฝรั่ง รักชาติอื่นมากกว่าชาติไทย
    ….

    บล็อกผมก็เพิ่งด่าไปครับ – -’

  2. November 2nd, 2008 at 13:52 | #2

    ขอบคุณครับ ที่เอาข้อมูลดีๆมาฝากกันครับผม

  3. อยากได้อยากมีอยากเป็น
    September 29th, 2009 at 14:48 | #3

    เรื่องของเรื่องก็คือเราคนไทยบางคนไม่ยอมรับการตัดสินของศาลโลก อยากจะรู้ว่าจะมีสักกี่คนที่สนใจที่ดิน4.6ตารางกิโลแม้วนี่ถ้าไม่มีวัด’ของเขา’ คนไทยด้วยกันเองบุกรุกทำลายป่าไปมากกว่านี้ไม่รู้กี่เท่า จริงๆแล้วไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไรในโลกนี้อย่างแท้จริงหรอกครับ ถ้าเรียกตัวเองว่าชาวพุทธก็ควรหัดคิดกันบ้าง