คอลัมน์นิสถ่อย ความเสื่อมจากแม็กกาซีน สู่เว็บไซต์
ช่วงที่ผ่านไม่ว่างเขียน blog เลย ปีนึงจะได้เขียนสักกี่ทีเนี่ย
รู้สึกไม่คุ้มจ่ายค่าโดเมน + โฮสทุกปี ได้เขียนปีละ 3-4 ครั้ง สงสัยต้องขยันให้มากกว่านี้แล้ว
ตลอด 2 – 3 ปีที่ผ่านมา กระแสการทำเว็บด้วยแนวคิดที่ว่า “ใส่เนื้อหา ถ่อย ๆ หยาบ ๆ ลงไป จิกกัดเรื่องใต้สะดือเยอะ ให้คนเข้ามาด่า เดี๋ยวก็ดังเอง” ได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ (ที่จริงก็ไม่ค่อยเงียบเท่าไร)
หลักการไม่มีอะไรมาก ตั้งชื่อไตเติ้ลให้หวือหวาเข้าไว้ จะจิกด่าใครให้ใช้ตัวย่อ หรือสมญานามที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยส่วนล่าง ซึ่งหาได้ใช้สมองตั้งไม่ เนื้อหาจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แอบอ้างตัวว่าอยู่ในวงการ แต่ไม่กล้าแสดงตัวตนที่แท้จริง
เริ่มต้นจาก เว็บไซต์ของแกนนำเสื้อเหลือง หากใครที่เคยเข้าไปอ่านคงเคยได้ยินชื่อ “ซ้อเจ็ด” จากฝีไม้ลายพิมพ์ที่จัดจ้าน กล่าวหาบุคคลที่มีชื่อเสียง โดยการตั้งสมญานามเถื่อนให้ เช่น อีหนูโรบอท, ซินาอ้า,สอนแล้วยัด และอื่น ๆ อีกมากมาย
ไม่นานนักชื่อเสียงของ “ซ้อเจ็ด” ก็เริ่มกระหึ่มไปทั่ววงการเว็บไซต์ มีทั้งผู้ที่ชื่นชอบและไม่พึงพอใจกับการกล่าวร้ายเซเล็บฯ ที่เค้าชื่นชอบ ทำให้เกิดกระแส ส่งลิ้งค์ไปให้อ่าน อ่านเอาสะใจ อ่านเอามันส์ อ่านตามข่าวจะได้ทันกระแส ส่วนบทความหรือสิ่งที่เสนอมาจะเป็นความจริงหรือไม่ ไม่เคยมีหลักฐานมาแสดงสักครั้ง และด้วยเนื้อหาประมาณนี้ การหลั่งไหลของ traffic พรุ่งปรี๊ดดด เจ้าของเว็บได้ uip มหาศาล เพื่อเอาไปเสนอขาย ADs รีดเงินจากสปอนเซอร์ได้มามาย
และในช่วงที่ผ่านมา ก็มีเว็บไซต์ที่ใหญ่อันดับต้นของคนไทย ผลักดันคอลัมน์ประเภทนี้มากขึ้น เพื่อหวังเพิ่ม traffic ให้กับเว็บไซต์ ดึงขาประจำมาอ่านคอนเท้นต์เสื่อมประเภทนี้ โดยที่ผ่านตามาล่าสุดคือ “เจ๊เบนโลสับแหลก” จากหน้าแรกของเว็บ mthai.com ที่เผอิญผ่านตาในจุดที่เด่นชัด มีไอค่อนชัดเจน เนื้อดุเด็ดเผ็ดมันส์ ไม่แพ้ “ซ้อเจ็ด” ซึ่งบางครั้งถึงกับต้องยอมรับว่า เสื่อมไม่ต่างกัน

เจ๊เบนโลสับแหลก
มันเป็นการตลาดที่ประสบความสำเร็จ แต่อยู่บนความเสื่อมของสังคมไซเบอร์ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จากบทบาทของอินเตอร์เน็ตที่เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาชาติและสังคมไทย
หากต้องการจะบอกว่าคนไทยมีความรู้ มีวิจารณญาณในการตัดสินถูกผิดอยู่แล้ว เค้าคิดเองได้ว่าอะไรจริงหรือไม่
แต่มันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถรู้ได้ว่าสิ่งที่สื่อนำเสนอเป็นความจริงหรือไม่ เนื่องจากเค้าไม่ได้เห็นด้วยตาของเค้าเอง เมื่อกระแสถาโถมเข้ามา 1 ใน 10 คน ต้องมีสักคนที่หลงเชื่อ
หากว่าเป็นความจริง ผู้ที่ถูกกล่าวถึงก็แย่หน่อย แต่หากว่ามันไม่เป็นความจริงล่ะ? ผู้ที่ถูกกล่าวถึงอย่างเสียหายจะทำอย่างไร จะฟ้องร้องก็ไม่ได้ เพราะเค้าไม่ได้พิมพ์ชื่อตรง ๆ ครั้นจะตามหาตัว ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะบุคคลพวกนี้จะซ่อนตัวอยู่ในซอกหลืบที่อับเฉาไปด้วยสิ่งต่ำ ๆ โดยไม่ได้คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากว่าชั้นเขียนแรง มีคนชอบอ่าน มีคจ้างและชั้นได้เงิน ชั้นไม่สนใจหัวอกใครทั้งนั้น
ทั้งนี้คอลัมน์นิสดี ๆ บทความดี ๆ ก็ยังมีอยู่ในสังคมไทย พวกคุณทำได้ แต่กลับไม่เลือกที่จะทำ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
ระวัง!! สักวันกรรมจะตามทันนะครับ เจ๊ ๆ
Ref:
http://www.manager.co.th/entertainment/ViewBrowse.aspx?BrowseNewsID=2617
http://gossipstar.mthai.com/zupzip
