Archive

Archive for May, 2009

ข้อคิดจากถังน้ำสองใบ

May 29th, 2009

 

ภาพประกอบอารมณ์คนเขียนบล็อก จากอินเตอร์เน็ต  ^__^

ภาพประกอบอารมณ์คนเขียนบล็อก จากอินเตอร์เน็ต ^__^

 

 

ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร 
ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก 
ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง 
แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล จากลำธารกลับสู่บ้าน 
จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว  

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง 
ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง 
ขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึก อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง 
มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ ที่มันถูกสร้างขึ้นมา 

หลังจากเวลา 2 ปีที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น 
วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า 
‘ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะ รอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้า 
ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทาง ที่กลับไปยังบ้านของท่าน’ 

คนตักน้ำตอบว่า ‘เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า 
แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง 
เพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่ ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้า 
และทุกวันที่เราเดินกลับ… เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเล็ดพันธุ์เหล่านั้น 
เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว 
ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว…เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้’ 

คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง 
แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น 
อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้ 
สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น 
และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง 

บางครั้งหากคนเรายอมรับความจริง เปิดตา เปิดใจมองอีกมุมนึงของคนอื่นที่เราคิดว่าผิด ไม่ดี หรือมีข้อบกพร่อง
ใ นข้อบกพร่องนั้น อาจมีผลลัพธ์ที่คุณคาดไม่ถึงเกิดขึ้น อาจเป็นผลลัพธ์ที่ดี แต่คุณไม่ได้โฟกัสไปที่มัน ก็แค่นั้น
^___^ 

admin Cyber Socialist , , , , ,

หยุดทำร้ายประเทศไทย รักษาสมบัติของชาติ จำเป็นต้องฆ่ากันเองด้วยหรือ

May 14th, 2009

เมื่ออายุได้สิบขวบ เขาถามพ่อ “ทำไมเราต้องมีธงชาติด้วยครับ?”
พ่อถามกลับ “รู้ไหมว่าทำไมคนเราถึงมีชื่อเรียกไม่เหมือนกัน?”
เขาตอบไม่ได้

พ่อว่า “เพราะเราทุกคนเกิดมาไม่เหมือนกันเลยสักคน ประเทศก็เหมือนกัน ประกอบด้วยผู้คนที่มีเชื้อสายต่างกัน จึงต้องเรียกต่างกัน ธงชาติก็เหมือนชื่อนั่นเอง”

“ถ้าคนเราทุกคนไม่เหมือนกัน แต่ละคนก็ต้องมีประเทศของตัวเองสิ”
“ทำอย่างนั้นก็ได้ แต่โลกก็จะมีประเทศมากเกินไปซิลูก คนที่มีหน้าตาเผ่าพันธุ์คล้ายกันจึงร่วมประเทศเดียวกัน ทำให้การดูแลง่ายขึ้น”

เขาไม่เข้าใจสิ่งที่พ่ออธิบาย
“ทำไมพ่อจึงเป็นทหารครับ?”
พ่อตอบ “เมื่อลูกเป็นเจ้าของสมบัติชิ้นหนึ่ง ลูกก็ต้องรักษา ประเทศก็เหมือนกัน ต้องมีใครสักคนที่ช่วยรักษามัน”

“ในเมื่อประเทศเป็นของคนหลายๆ คน ทำไมต้องเป็นหน้าที่ของเราพวกเดียวล่ะครับ?”
พ่อไม่ตอบ

เมื่อเขาอยู่ในวัยของพ่อ เขานำกองทหารลาดตระเวนสนามรบลำน้ำชีในสงครามนาม กบฏบวรเดช เป็นการรบในพื้นที่ที่พวกเขาค้นเคย ต่อสู้กับผู้คนที่พวกเขารู้จัก เครื่องบินปูทางด้วยระเบิดล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เขาเห็นเงาร่างของฝ่ายกบฏหลายคน เขาสั่งให้ยิง เหล่าทหารหนุ่มรับคำสั่งของเขา ลั่นไกครั้งแล้วครั้งเล่า

เขาหยุดยืนหน้าหลายร่างที่นอนจมกองเลือด ฝ่ายตรงข้ามสูญเสียอย่างหนัก และถอยร่นไปอย่างสับสน แต่อาจสับสนน้อยกว่าเขา!

“เมื่อลูกเป็นเจ้าของสมบัติชิ้นหนึ่ง ลูกก็ต้องรักษา ประเทศก็เหมือนกัน ต้องมีใครสักคนที่ช่วยรักษามัน”

พ่อไม่ได้บอกเขาว่า หากการรักษาสมบัติชิ้นนั้น จำต้องเข่นฆ่าพี่น้องร่วมชาติเดียวกัน ยังควรรักษามันไว้ไหม?

ลมพัดธงชาติผืนหนึ่งผ่านหน้าเขาไป

ธงที่ขาดเป็นริ้ว…

(จากนวนิยาย ปีกแดง บทที่ 12 ตีพิมพ์ครั้งแรก 2544)

Credit: พารณ @ ราชดำเนิน,พันทิพ

admin Inmymind , , , , ,