Archive

Archive for May, 2009

ถึงเวลาที่ต้องเลือก ความรักกับความก้าวหน้า

May 31st, 2009 admin No comments
2 year of you2play

2 year of you2play

ความฝันคนทำเว็บหลาย ๆ คน อย่างนึงคือความต้องการทำเว็บของตัวเองให้มีคนใช้ มีคนเข้า ที่สำคัญ มีคนรู้จัก ถึงแม้ว่าสำหรับผม จะเป็นเว็บไซต์ของบริษัท เป็นงานประจำ มันไม่ใช่ของผมเองก็ตาม แต่ผมก็อยู่ร่วมสร้างสรรค์ ฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ร่วมกับทีมนี้มาตั้งแต่ต้น ทุกเว็บไซต์ที่ผมสร้าง ผมรักมันครับ มันเหมือนเป็นลูกชาย ลูกสาว ของผม

หนึ่งปีแรกที่สร้างเว็บนี้ขึ้นมา ผมพูดถึุงเว็บไซต์  you2play.com ตอนนั้นไม่มีใครรู้จักเลย ว่าเป็นเว็บอะไร มีไว้ทำไม ด้วยความที่เป็นเว็บ Streaming และออกแบบมาให้ผู้ใช้ได้นำเพลงไป embed ได้ จึงมีการส่งข้อมูลระหว่างวันสูงมาก ทำให้เว็บโดนดึง เข้าไม่ได้ โหลดช้า แล้วยิ่้งใช่  AJAX เขียนซะส่วนใหญ่ พอคลิกแล้วโหลดไม่ขึ้น ทั้งทีมถึงกับเครียด ทั้งที่ Server ได้ใช้ถึง 3 ตัวแล้ว และยังมีระบบจัดเก็บข้อมูลด้วย SAN อีกต่างหาก โดนค่าใช้จ่ายสำหรับ  Hardware ไปเป็นล้าน ๆ

แต่ผลตอบรับในตอนแรกมันไม่ดีเลย การหา sponsor ทำได้ยาก เนื่องจากเค้าไม่รู้จักเรา ปริมาณคนเข้าในตอนนั้นวิ่งอยู่ 6,000-7,000 uip เท่านั้น  เราจึงพยายามปรับปรุง ทำการ Optimize ทุกส่วนให้ Search engine ยอมรับ ในที่สุดก็สามารถเข้าไปอยู่ใน DMOZ ได้ และจากการโปรโมตรเรื่อย ๆ การใช้น้อง ๆ ให้ทำการ Submit กับ Social bookmark การเน้น keyword การปรับ Embed ให้่โหลดเร็วกว่าเว็บอื่น มันได้ผลครับ คนรู้จักเรามากขึ้น เราเริ่มจะมีชื่อเสียงบ้างแล้ว

ที่บอร์ดแห่งหนึ่งโพสไว้ว่า “วันนี้มาแนะนำเว็บไซต์ของไทย แนะนำว่าให้เอา code เพลงที่นี่ไปแปะ โหลดเร็วเพลงเพราะ และไม่กระตุก” ผมดีใจและตื่นเต้นมาก เอาลิ้งค์นั้นไปส่งเมลให้กับทีมทุกคน แค่คำชมในเว็บบอร์ดเล็ก ๆ แต่วันนั้นทุกคนกลับมีรอยยิ้ม  ^_^

หลังจากนั้นเราก็ค้นหาต่อไปว่าทำอย่างไรถึงจะมีคนเข้ามากกว่านี้ ผลการรวมหัวกันคิดคือ เว็บเราโดน embed ดึง จนช้ามากและโหลดเว็บไม่ขึ้น ซึ่งมันมีผลมากต่อ First impression อย่างมหาศาล ถ้าเข้ามาครั้งแรกแล้วเห็นว่าเว็บช้า ก็จะหงุดหงิด และจิตใต้สำนึกจะบอกว่า ไม่อยากเข้า ช้าแล้วหงุดหงิด ทางเราจึงตัดสินใจเพิ่ม Server งบ Hardware พรุ่งขึ้นไป 3 ล้านกว่าบาท

มันก็แรงพอที่จะปล่อยให้บอทเข้ามาเก็บข้อมูลได้มากขึ้น การทำ SEO ได้ผลดีขึ้น หลังจากแก้ปัญหาเรื่องความเร็ว
แต่มันก็เร็วได้แค่ไม่กี่วัน พอเว็บเร็ว คนก็ใช้เยอะขึ้นเป็น  10,000 – 15,000  uip/day ทำให้ Data tranfer ถูก  Embed ดึงไปวันละ  600-700 GB ต่อวัน หากเราต้องการคนเยอะกว่านี้ เราต้องเพิ่มเครื่องอีกแล้ว T_T

แต่เนื่องจากผู้บริหารของเราก็รักเว็บไซต์แห่งนี้มากเช่นกัน ด้วยทีมงานกว่าที่มากกว่า  10  ชีวิต และแต่ละคนเงินเดือนสูงมากแทบทั้งทีม อักทั้งตัวเว็บเองก็ยังไม่สามารถทำกำไรให้กับบริษัทได้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย จุดคุ้มทุนนั้นไม่รู้จะกำหนดอย่างไร มันช่างไกล และมองเห็นอย่างเลือนลาง ท่านผู้บริหารเรากลับทุ่มทุน เพิ่ม Server ให้เป็น Blade X core รวมของเก่าเป็นสิบกว่าตัว เพื่อรองรับการใช้งาน

แทนที่จะจบ มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจาก IDC ที่ กศท.บางรัก ลิมิตปริมาณไฟแต่ละแล็คไว้จำกัด มี Server แต่ไม่มีไฟ (คิดได้ไง)
ทุกคนกุมขมับหาทางออก คุยกับทาง IDC แล้วก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ผู้บริหารของเราจึงตัดสินใจ ย้าย Server ทั้งหมด ไปอยู่ที่ INET แทน ด้วยค่าเช่าที่สูงกว่า ปริมาณ International Bandwidth ก็น้อยกว่า แต่อุณหภูมิที่เหมาะสมกว่า สภาพห้องที่ดีกว่า รวมถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด มันมีไฟฟ้าเพียงพอสำหรับ Server ทุกตัว  ^_^

เป็นสิ่งที่ทุกคนหวั่นใจเมื่อปริมาณการใช้งานเยอะขึ้น ตอนนี้  Data tranfer สูงกว่า  900 GB/day แล้ว เราพยายามแก้ปัญหาโดยเพิ่มสายเข้าไปที่ Server เป็น  2 เส้นก็จะมีความเร็วประมาณ  300 Mb ทุกอย่างดีขึ้น เว็บเร็วขึ้นมาก ตอนนี้ uip เราขึ้นไปที่ 20,000 uip/day และนั่นยังไม่ใช่จุดที่เราพอใจ เพราะใน Category เดียวกัน Gmember ของ grammy กับ pleng.com ได้ใช้ท่าไม้ตาย กลยุทธเด็ด คือทำทุกวิถีทางในการเพิ่ม uip ไม่ว่าจะเป็นการคลิก embed แล้วจะเปิดหน้าเว็บ  gmember เอง หรือการรวมตัวแบบฟิวชั่นของ  youdumv กับ  pleng.com ทำให้ สองค่ายใหญ่นี้อยู่ในอันดับ  1 และ 2 ตามลำดับ

จนทำให้เราคิดว่า ตอนนี้เราตาม Gmember ไม่ทันแน่ ๆ ด้วย uip แสนกว่า ๆ ต่อวัน กับ pleng.com ประมาณ  70,000
ผมคิดว่าผมจะแซง pleng.com ให้ได้ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ได้แต่คิดต่อไปว่าทำอย่างไร เราถึงจะมาเกาะกลุ่มในอันดับ  3 ให้ได้

ในที่สุดฟ้าก็มาโปรด เมื่อผู้บริหารเรายินยอมควักกระเป๋า เพิ่มความเร็วจาก 2 เส้น 300 Mb เป็นสายไฟเบอร์ความเร็ว  Gb แต่เราต้องรอทาง IDC set up คาดว่าประมาณกลางเดือนนี้ ทุกอย่างจะดีขึ้น 50,000 uip/day จะไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป

มันเป็นความสุขเล็ก ๆ เหมือนมองลูกของเรากำลังเจริญเติบโต

แต่ผมไม่รู้ว่าผมจะได้ร่วมงานกับที่นี่อีกนานแค่ไหน ใช่ครับผมรักงานนี้ แต่ผมต้องเติบโต ผมหยุดนิ่งกับเว็บนี้มานานถึง 3 ปี
มันถึงเวลาที่ผมต้องก้าวต่อไป
ก่อนหน้านี้มีหลายบริษัทหยิบยื่นข้อเสนอที่ดีให้กับผม นั่นคือการให้เงินเดือนสูงกว่าที่เดิมถึงเท่าตัว

แต่ผมกลับปฏิเสธไป ไม่ว่าจะเป็น สายการบินบางกอกแอร์เวย์ หรือ ของคุณจอห์นนูโว(เว็บที่เป็นที่รู้จักของบริษัทนี้คือ  me.in.th)  และอีกหลายที่ขอไม่เ่อ่ยละกันครับ เพราะผมยังรัก  you2play อยู่ครับ ผมไม่อยากทิ้งมันไป

ผมอยากให้วันนึง ทุกคนได้รู้จัก  แล้ววันนั้น ผมอยากพูดให้เต็มปากว่า “ผมเป็นหนึ่งในผู้เริ่มต้นของทีัม of

วันนี้ความรักของผมกับ  ยังมีอยู่ แต่ผมจำเป็นต้องก้าวหน้า ผมต้องก้าวต่อไปแล้ว ถึงมันจะต้องทำใจพอสมควร แต่ในเมื่อผมต้องกินต้องใช้ ผมมีแม่มีน้องสาวที่ต้องดูแล ถ้าโอกาสมาถึงผมจะต้องคว้ามันไว้

ขอบคุณทุกคนที่เคยเข้าไปชม หรือฟังเพลงจากเว็บไซต์  ครับ
ขอบคุณจริง ๆ

Tags: , , , , , , , , , , , , ,

ข้อคิดจากถังน้ำสองใบ

May 29th, 2009 admin No comments

 

ภาพประกอบอารมณ์คนเขียนบล็อก จากอินเตอร์เน็ต  ^__^

ภาพประกอบอารมณ์คนเขียนบล็อก จากอินเตอร์เน็ต ^__^

 

 

ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร 
ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก 
ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง 
แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล จากลำธารกลับสู่บ้าน 
จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว  

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง 
ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง 
ขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึก อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง 
มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ ที่มันถูกสร้างขึ้นมา 

หลังจากเวลา 2 ปีที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น 
วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า 
‘ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะ รอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้า 
ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทาง ที่กลับไปยังบ้านของท่าน’ 

คนตักน้ำตอบว่า ‘เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า 
แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง 
เพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่ ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้า 
และทุกวันที่เราเดินกลับ… เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเล็ดพันธุ์เหล่านั้น 
เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว 
ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว…เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้’ 

คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง 
แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น 
อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้ 
สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น 
และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง 

บางครั้งหากคนเรายอมรับความจริง เปิดตา เปิดใจมองอีกมุมนึงของคนอื่นที่เราคิดว่าผิด ไม่ดี หรือมีข้อบกพร่อง
ใ นข้อบกพร่องนั้น อาจมีผลลัพธ์ที่คุณคาดไม่ถึงเกิดขึ้น อาจเป็นผลลัพธ์ที่ดี แต่คุณไม่ได้โฟกัสไปที่มัน ก็แค่นั้น
^___^ 
Tags: , , , , , ,

หยุดทำร้ายประเทศไทย รักษาสมบัติของชาติ จำเป็นต้องฆ่ากันเองด้วยหรือ

May 14th, 2009 admin 1 comment

เมื่ออายุได้สิบขวบ เขาถามพ่อ “ทำไมเราต้องมีธงชาติด้วยครับ?”
พ่อถามกลับ “รู้ไหมว่าทำไมคนเราถึงมีชื่อเรียกไม่เหมือนกัน?”
เขาตอบไม่ได้

พ่อว่า “เพราะเราทุกคนเกิดมาไม่เหมือนกันเลยสักคน ประเทศก็เหมือนกัน ประกอบด้วยผู้คนที่มีเชื้อสายต่างกัน จึงต้องเรียกต่างกัน ธงชาติก็เหมือนชื่อนั่นเอง”

“ถ้าคนเราทุกคนไม่เหมือนกัน แต่ละคนก็ต้องมีประเทศของตัวเองสิ”
“ทำอย่างนั้นก็ได้ แต่โลกก็จะมีประเทศมากเกินไปซิลูก คนที่มีหน้าตาเผ่าพันธุ์คล้ายกันจึงร่วมประเทศเดียวกัน ทำให้การดูแลง่ายขึ้น”

เขาไม่เข้าใจสิ่งที่พ่ออธิบาย
“ทำไมพ่อจึงเป็นทหารครับ?”
พ่อตอบ “เมื่อลูกเป็นเจ้าของสมบัติชิ้นหนึ่ง ลูกก็ต้องรักษา ประเทศก็เหมือนกัน ต้องมีใครสักคนที่ช่วยรักษามัน”

“ในเมื่อประเทศเป็นของคนหลายๆ คน ทำไมต้องเป็นหน้าที่ของเราพวกเดียวล่ะครับ?”
พ่อไม่ตอบ

เมื่อเขาอยู่ในวัยของพ่อ เขานำกองทหารลาดตระเวนสนามรบลำน้ำชีในสงครามนาม กบฏบวรเดช เป็นการรบในพื้นที่ที่พวกเขาค้นเคย ต่อสู้กับผู้คนที่พวกเขารู้จัก เครื่องบินปูทางด้วยระเบิดล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เขาเห็นเงาร่างของฝ่ายกบฏหลายคน เขาสั่งให้ยิง เหล่าทหารหนุ่มรับคำสั่งของเขา ลั่นไกครั้งแล้วครั้งเล่า

เขาหยุดยืนหน้าหลายร่างที่นอนจมกองเลือด ฝ่ายตรงข้ามสูญเสียอย่างหนัก และถอยร่นไปอย่างสับสน แต่อาจสับสนน้อยกว่าเขา!

“เมื่อลูกเป็นเจ้าของสมบัติชิ้นหนึ่ง ลูกก็ต้องรักษา ประเทศก็เหมือนกัน ต้องมีใครสักคนที่ช่วยรักษามัน”

พ่อไม่ได้บอกเขาว่า หากการรักษาสมบัติชิ้นนั้น จำต้องเข่นฆ่าพี่น้องร่วมชาติเดียวกัน ยังควรรักษามันไว้ไหม?

ลมพัดธงชาติผืนหนึ่งผ่านหน้าเขาไป

ธงที่ขาดเป็นริ้ว…

(จากนวนิยาย ปีกแดง บทที่ 12 ตีพิมพ์ครั้งแรก 2544)

Credit: พารณ @ ราชดำเนิน,พันทิพ

Tags: , , , , , ,