ทำเว็บขายของ ควร update สินค้าอย่างไร
วันนี้จะมาต่อจากคราวที่แล้วนะครับ โดยเราจะข้ามส่วนของการสร้างเว็บไปเลย (ช่วงนี้ไม่แวะไหน รีบ!!) เพราะทางเลือกหลัก ๆ ของการทำเว็บขายของ ก็ไม่พ้น 1.จ้างคนเขียนใหม่ทั้งหมด 2.ใช้ Opensource เช่น OsCommerce หรืออื่น ๆ และ 3.เว็บที่ให้บริการเปิดร้านขายของ ฟรี(รวมถึงเสียเงิน เพื่อเพิ่มฟีเจอร์)
เรามาเริ่มในด้าน Html coding กันก่อนเลย ไม่ต้องตกใจ ผมจะไม่พูดลึกสักเท่าไร
เอาเป็นว่า ถ้าคุณมีเว็บไซต์อยู่แล้ว (หรือไม่มี ก็ไม่ยาก ไปดูร้านคนอื่นสิครับ ^__^) คุณก็เปิดหน้าที่แสดงรายละเอียดของสินค้าขึ้นมาสักหน้านึง ขั้นแรกดูที่ URL ก่อนเลย เพราะระบบทั่วไปที่จ้างเค้าทำ หรือเว็บให้บริการร้านขายของ จะมี url เป็นลักษณะ
http://www.ขายของนะจ๊ะ.com/template/a26/showproduct.php?pid=12428904&shopid=133108
เมื่อเรียกหน้านี้ขึ้นมา รหัสสินค้าจะเป็น pid=12428904 และเว็บก็จะเอารหัสนี้ไปดึงข้อมูลสินค้าขึ้นมา แล้วลองดูที่ url ของ blog นี้ผมเอาลิ้งของตอนที่แล้วมา จะเป็น
http://www.aanthe.com/2009/06/%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1/
ส่วนของ /%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1/
จะเป็นการเข้ารหัสที่เรียกว่า url encode ซึ่งเมื่อทำการถอดรหัสออกมาจะเป็นภาษาไทยว่า “อย่ากลัวที่จะล้ม”
ดังนั้น Url จริง ๆ ก็จะเป็น http://www.aanthe.com/2009/06/อย่ากลัวที่จะล้ม/ การมี keyword ใน url มักส่งผลให้อันดับการค้นหาดีพอสมควร แต่ก็ไม่เสมอไปนะครับ นี่เป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น เอาเป็นว่า การมี keyword ใน url เป็นเรื่องดีละกันครับ ^__^
หลังจากนั้นก็จัดการ View Source ขึ้นมาดูซะ (ผมจะยกตัวอย่างจาก IE ละกัน ไปที่เมนู View ด้านบนแล้วเลือกที่ Source ) แล้วลองมองหา tag ตามด้านล่างเลยครับ
<title>Etude Dream On Pack slim, ของแท้ ราคาถูก</title>
:: ส่วนนี้จะบอกว่าสินค้าหน้านี้คืออะไร และส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ถูกนำไปแสดงในผลการค้นหา การเขียนคำโฆษณาที่ล่อใจ อาจจะทำให้คุณมีชัยไปกว่าครึ่ง ครั้งหนึ่ง ในวงการ Affiliate แนะนำกันว่าลองใช้คำว่า “อย่าพึ่งเชื่อ/ซื้อ Etude Dream On Pack slim ถ้าคุณยังไม่ได้อ่านหน้านี้” เป็น marketing ที่น่าสนใจนะครับ ถ้าคุณกำลังซื้อสินค้า แล้วคุณ Search เจอผลลัภธ์อย่างนี้ คุณจะคลิกมันไม๊ครับ ผมคนนึงล่ะที่ต้องสงสัยว่า อ้าว มันมีอะไรกันวะ แล้วก็ต้องลองคลิกเข้าไปซะหนึ่งจึ๊ก พอคุณเข้าไปในเว็บนั้น ก็จะเจอการนำเสนอการขายเชิงลึกประมาณว่า “คุณจะซื้อสินค้านั้นทำไมถ้าคุณไม่มั่นใจว่าเป็นของแท้ หากใช้แล้วหน้าคุณพัง ร้านค้าจะรับผิดชอบอะไรคุณได้บ้าง ร้านของเราได้สิทธิ์การเป็นตัวแทนจำหน่ายจากเกาหลีโดยตรง โอ๊ย Blah Blah Blah… คลิกที่นี่เพื่อสั่งซื้อสินค้า” พร้อม wording ที่หว่านล้อม จนคุณต้องใจอ่อนยอมซื้อกับเว็บนี้เลยทีเดียว เสร็จกัน
<meta name=”keywords”content=”Etude, Dream On Pack slim,ของแท้,ราคาถูก”>
:: แท็กนี้จะเป็นส่วนที่คุณระบุ Keyword ในการค้นหา เพื่อบอกว่าให้แสดงผลหากมีการค้นหาคำดังกล่าวโดยสามารถใช้ คอมม่าคั่นระหว่างคำเพื่อแบ่ง keyword ออกไปให้หลากหลายมากขึ้น แต่ไม่ค่อยใส่เยอะเกินไป จน Bot มองเป็นขยะล่ะครับ
<meta name=”description” content=”วันนี้เรานำเสนอ Etude, Dream On Pack slimขายเครื่องสำอางต่างประเทศ,ญี่ปุ่น,เกาหลี,อเมริกา,รับประกันของแท้100%”>
:: ส่วนนี้ก็จะถูกนำเสนอในผลการค้นหาเช่นกัน โดยจะเป็น ส่วนของ Description ที่จะแสดงใต้ title ของหน้านั้น ดังรูปด้านล่าง
ด้านบน เป็นผลการค้นหาอันดับหนึ่งของ keyword ว่า “samsung lcd tv” ถึงแม้ผลการค้นหาของเว็บคุณจะไม่ได้อยู่ในอันดับแรก แต่ถ้า wording โดนใจ ยังไงมันต้องมีคนคลิกเข้ามาแน่นอนครับ
ซึ่งที่กล่าวมาส่วนมาก เว็บที่จ้างทำราคาต่ำ ๆ คนทำมักจะไม่ใส่ใจส่วนนี้ และจะไม่ทำให้ถ้าคุณไม่ได้ระบุให้เขาทำ รวมถึงเว็บบริการร้านค้าออนไลน์บางแห่งก็จะใช้ keyword รวมกันไปเลย ระบุทีเดียวใช้เหมือนกันหมดทุกหน้า ไม่ว่าหน้านั้นจะขายสินค้าอะไรจะแสดงเฉพาะที่คุณกรอกไว้ในระบบ เช่น <meta name=”keywords”content=”เครื่องสำอางต่างประเทศ,ญี่ปุ่น,เกาหลี,อเมริกา,รับประกันของแท้100%, อาหารเสริมราคาถูกสุดๆ”> (จากเว็บ wls เดาเองนะครับ)
คร่าว ๆ ด้าน Html coding ไปแล้ว ต่อมาจะเป็นส่วนของการ Update เนื้อหา หรือสินค้าบนเว็บไซต์
ก็ว่ากันตามสูตรสำเร็จเช่นเคย ในหน้ารายละเอียดจะมีอะไรได้บ่างล่ะ นอกจาก รูปสินค้า,ชื่อสินค้า,รุ่น,ราคา,รายละเอียด และวิธีการสั่งซื้อสินค้า ระบบร้านค้าซึ่งส่วนมากจะเป็น CMS(Content management system)ให้ใช้กัน การเพิ่มข้อมูลบางส่วน ก็จะเป็น rich text editor พวก
:: การใส่รูปสินค้าในหน้าเว็บ ทั่วไปก็จะใส่กันแค่นี้ แต่จริง ๆ แล้วมัน attribute อีกเยอะให้เลือกใช้ และพื้นฐานที่สำคัญทำไมคุณไม่ใส่ให้ครบละครับ โดยดูจากตัวอย่างนี้<img height=”262″ width=”398″ alt=”ขายหญ้าราคาถูก” src=”http://www.teedinn.com/w_photo/pS1382007-10759.jpg
ให้คุณตั้งใจเขียนมันซะหน่อย ทุกอย่างจะดูดีทีเดียว ยกตัวอย่าง ถ้าผมขาย ซีดีเพลงของวง scrubb การเขียนเนื้อหาอาจจะเป็นดังนี้
จะเห็นว่าผมใส่ title เพิ่มได้ด้วย และ name anchor ก็คือ “วิธีการทำเว็บขายของ” ยิ่งคุณมี Backlink กลับมา
ด้วย anchor ที่ตรงกับ Content keyword บนหน้าเว็บของคุณเยอะ ก็จะทำให้อันดับผลการค้นหาคำว่า
“วิธีการทำเว็บขายของ” ในเว็บของคุณดีขึ้นเช่นกัน
การตกแต่งภาพให้สวยดูดีจะทำให้คนเข้ามาดูรูปที่เว็บคุณบ่อย ๆ และสุดท้ายการใส่ water mask (ลายน้ำ) ของเว็บคุณเข้าไปในรูปนั้น จะเป็นการประชาสัมพันธ์อีกทางหนึ่ง และคุณสามารถฟ้องร้องได้
หากมีคนนำรูปของคุณไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาติ ^__^
Tags: content concentrate, marketing word, update สินค้า, url rewrite, การเขียน copy, ควร, ทำเว็บขายของ, เน้นข้อความ, เน้นสี, เริ่มต้น E-Commerceวันนี้พอแค่นี้นะครับ เขียนยาวอีกแล้ว ผมอาจจะไม่ได้เขียนบ่อย ๆ
แต่ก็พยายามจะเขียนให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง
สำหรับหัวข้อ “เริ่มต้น E-Commerce” นะครับ

ภาพของสินค้า ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ขายของได้เพิ่มนะครับ
ยกเว้นสินค้าบางประเภทที่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ภาพประกอบ
ขอบคุณสำหรับบ่นความครับ
เยี่ยมมากครับ
ตอนนี้ติดคีย์เวิร์ดนึงแล้วละ
ด้วย url ภาษาไทย ขอบคุณมาก
ขอบคุณมากค่ะ นั่งอ่านซะปวดตา แต่ได้ความรู้มากเลย ^^
อยู่ในช่วงตักตวงข้อมูลจะทำเว็บค่า