ทำเว็บไซต์แล้ว แต่ขายของไม่ได้ ทำยังไงดี
“อยากทำเว็บขายของ แต่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย” ลูกค้ารายแรกแว่วให้ฟัง
“หาคนทำเว็บให้หน่อยได้ไม๊ เอาถูก ๆ นะ สัก 2-3 พัน พอหาได้รึป่าว” คนรู้จักถามซ้ำมาอีกเป็นรายที่สอง
“จ้างเค้าทำเว็บมาเป็นหมื่นเลย สวยด้วย แต่ขายไม่ได้ ไม่มีคนสั่งเลย ไม่มี Feedback ทำยังไงดีเนี่ย” คนรู้จักของเพื่อน ที่เผอิญได้คุยกันถามเข้ามาอีก
อืม ๆ ถามกันจังเลย ถ้าคิดตังป่านนี้รวยไปแล้ว ใช่สิเรามันใจดีเกินไป -*-
เว็บไซต์ มันก็คือแผ่นพับ ที่สามารถใส่ข้อมูลอะไรลงไปก็ได้ ไม่มีวันหมดเพราะคนสามารถเปิดไปดูกี่ครั้งก็ได้ เป็นแผ่นพับที่ใส่เพลง ภาพเคลื่อนไหวได้ เป็นแผ่นพับที่สามารถตอบโต้ข้อสงสัยของกลุ่มเป้าหมายได้ ลูกค้าสามารถจิ้มที่แผ่นพับใบนี้ เพื่อสั่งสินค้าได้
โอ้ว.. พระเจ้า มันช่างวิเศษอะไรเช่นนี้ จอร์จ
“แต่จอร์จ ถ้ามันวิเศษยังงี้ ทำไมขายของไม่ได้กันอีกล่ะ” เสียงซาร่าเกริ่นถามด้วยความสงสัย
“โอ้ว ซาร่า(ไม่รู้กุจะโอ้วทำไม -*-) มันวิเศษก็จริง แต่น้องร่าต้องใช้มันให้เป็นก่อน ไม่งั้นมันก็เป็นได้แค่กระดาษรองขาตู้นะจ๊ะน้องร่า” จอร์จกล่าว
ถูกต้องครับ ถ้าเรามีแผ่นพับ ใบปลิววิเศษนี้อยู่ในมือ แล้วเราใช้มันอย่างถูกต้อง มันจะสร้างคุณประโยชน์ให้คุณมากมาย ถ้าคุณเอามันไปแจกบ้าง ทุ่มเทให้มันบ้าง คนที่เดินผ่านไป ผ่านมารับแผ่นพับไป อาจจะไปสนใจเท่าไร แต่อย่างน้อย เค้าก็ต้องหยิบขึ้นมาดูว่า มันมีอะไรในนั้นเว็บไซต์ก็เหมือนกัน ถ้าคุณมีเว็บไซต์แล้วปล่อยไว้เฉย ๆ มันจะเหมือนคุณมีแผ่นพับวิเศษในมือ แต่คุณเอามันไปกองไว้หน้าห้องน้ำ มันไม่มีใครเห็น คุณนั่งอ่านมันอยู่คนเดียว แล้วคุณจะเอาออเดอร์จากไหนครับ
ถ้าคุณคิดว่าทำเว็บไซต์ขึ้นมาแล้ว ปล่อยเฉย ๆ เดี๋ยวก็มีคนเข้า ต้องบอกเลยว่าคุณคิดผิดแล้วการโปรโมตรประชาสัมพันธ์ คือทางออกของคุณ มีมากมายหลายทาง ทั้งฟรีและเสียเงิน ถ้าคุณต้องการความฟรี มันมีครับ แต่ต้องใช้เวลา รอนานหน่อยนะ อาจจะหลายเดือน หรือเป็นปี แต่หากว่าคุณพอมีทุนคุณต้องจ่ายเงินสูงหน่อยนะ แต่ผลตอบแทนที่คุ้มค่าจะกลับมาอย่างรวดเร็วตามกำลังทรัพย์ของท่าน ผมจะแบ่งเป็นข้อ ๆ ละกัน(เท่าที่มีฟามรู้นะ ฮือ ๆๆ)
ออฟไลน์ โปรโมท (Offline promote) พูดง่าย ๆ ก็คือโปรโมท ที่ไม่ออนไลน์ไม่ต้องใช้คอม(ตรูจะแปลทำไม -*-)
การลงโฆษณาทางทีวี,วิทยุ << เสียเงิน และแพงด้วย
การพิมพ์ url เว็บไซต์ของคุณ ลงไปในทุกสิ่งที่คุณและบริษัทใช้ แทบทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นปากกา นามบัตร เสื้อยืดพนักงาน สติกเกอร์แปะหลังรถ แปะหน้ารถ หรือแปะมันทั้งคันเลย
การแจกใบปลิว ตามงาน Event ต่าง ๆ << ไม่แพงมาก จะได้ผลดีต่อเมื่อคุณทำกิจกรรมรวมกับมัน เช่น ในใบปลิวมี รหัส หรือ url พิเศษ เพื่อให้คนที่ได้ไป เข้ามาในเว็บไซต์และทำกิจกรรม แจกสินค้า,บริการ เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้นทุนไม่สูงนัก แต่ดูแล้วมี Values อาจจะเป็น TESTER สินค้าของคุณเองก็ได้
-*- นึกออกเท่านี้ ไว้คิดออกมากกว่านี้จะมาเพิ่มให้ครับ
ออนไลน์ โปรโมท (online promote) ก็คือการที่คุณแค่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ก็โปรโมทได้ ส่วนมากจะไม่ค่อยมีค่าใช้จ่าย ถ้าเลือกใช้เป็นมันก็แสนคุ้มค่าครับ
- แบบเสียตังก่อนนะ
การลงโฆษณากับ Website ที่ต้องการ << Ex. หากคุณขายขนมถุงละ 20 บาท กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กและวัยรุ่น คุณก็แค่ ค้นหาเว็บไซต์ที่มีวัยรุ่นใช้เยอะ ๆ แล้วก็จิ้มไปที่หน้า Contact คุณก็สอบถามได้แล้วว่าคุณอยาก ติดแบนเนอร์ หรือ Text-links จะมีค่าใช้จ่ายเดือนละกี่บาท (ถ้าเป็นเว็บของบุคคลจะถูกมาก ถ้าเป็นเว็บที่เป็นนิติบุคคลจะแพงโคตร)
การลงโฆษณากับคนกลาง ซึ่งจะมีโมเดลเป็น
PPC(Pay per click)/CPC (Cost per click) << เป็นการโฆษณาที่จะคิดเงินคุณต่อเมื่อมีคนคลิก จะแสดงในหน้าเว็บกี่ครั้งไม่รู้ แต่ถ้ามีคลิก คุณเสียเงิน ซึ่งผู้ให้บริการนี้จะมีเยอะมาก แต่จะเป็นของต่างประเทศซะส่วนใหญ่ การกระจาย Ads. ค่อนข้าง World Wide เพราะจะมีเว็บที่แสดงข้อมูลของคุณทั่วโลก เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายต่างชาติ(จะขายฝรั่งง่ะ ไม่เน้นคนไทย) การโฆษณาประเภทนี้ Return values ค่อนข้างสูงและดี แต่นั่นต้องแลกมาด้วย ค่าใช้จ่ายที่สูงมากเช่นเดียวกัน เช่น Google adword, TLA, Adsmax และของพี่ไทยคือ ป้านิภา(นิภาดอทคอม ชื่อไทย ไม่มีดอท โดน Webmaster แบนไปซะเยอะ เพราะชอบตุกติกตอนจ่ายเงิน-*-)
PPV(Pay per view) << จ่ายเงินเมื่อมีการแสดง จะคลิกหรือไม่คลิกไม่รู้ ถ้า Ads. ขึ้นแล้วยังไงก็จ่ายตังค์ แต่การแสดงครั้งนึงค่าโฆษณาจะถูกกว่า PPC ถ้า PPC เก็บเงินต่อคลิก 30 บาท ในกรณีเดียวกัน PPV จะเก็บเงินในการขึ้น Ads. ครั้งละ 10 สตางค์โดยประมาณ ผลตอบรับไม่ต่างจาก PPC เท่าไร แต่คำนวนราคาค่าโฆษณาได้ง่าย
PPL(Pay per lead) << จ่ายเงินเมื่อมีคนคลิกเข้ามา แล้วทำกิจกรรมอย่างใด อย่างหนึ่งที่ระบุไว้สำเร็จ Ex. เมื่อมีคนคลิกเข้ามา แล้วกรอกแบบสำรวจ 5 ข้อ แล้วคลิก submit จนขึ้น Complete จะนับเป็น 1 Lead ถ้าไม่สำเร็จ ไม่ทำแบบสำรวจ หรือทำแบบสำรวจไม่เสร็จ คุณไม่ต้องเสียตัง เพราะระบบไม่นับ ดูเหมือนจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับเงินมากที่สุด แต่ค่าใช้จ่ายก็จะสูงกว่าแบบ PPC/PPV มากเช่นกัน ค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 50 บาท ต่อ 1 Lead
- แบบเสียไม่เสียตัง ที่ทุกคนรอคอย(ตาม Seo concept)
SEO = Search engine optimize->optimizer->optimization -*- เอาสักอัน อันไหนก็ใช้ได้ หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ Search engine(ย่อว่า SE ) ค้นหาพบข้อมูลของคุณในอันดับต้น ๆ และตรงกับ Content Keyword และเนื่องจากมาตรฐานของ SE จะไม่มีการเก็บเงินเพื่อทำอันดับ ดังนั้นการที่คิดว่า มีเงินแล้วจะให้ SE แสดงผลการค้นหาในอันดับต้น ๆ นั้น ฝันไปเถอะ -*-
การ Submit link กับ Social Bookmark << คือการที่คุณขยันหน่อย หาเว็บ Social bookmark(ยาวจัง จะเรียกย่อ ๆ ว่า SB นะครับ) การ Submit กับ SB จะส่งผลให้คนที่ชอบเข้า SB คลิกเข้ามาดูเว็บคุณหากชื่อเรื่องที่คุณตั้งไว้น่าสนใจ สามารถเรียก Traffic ระยะสั้นได้ดี และจะมีคนคลิกมาเรื่อย ๆ และสำคัญกว่านั้น เพราะเว็บ SB จะมี Bot พลุกพล่าน เป็นการเปิดทางให้ Bot ของ SE รู้จักเว็บไซต์ของคุณ แล้วมันก็จะไต่ลิ้งค์เข้ามาเก็บข้อมูลบนเว็บของคุณภายใน ครึ่งชั่วโมง – หลายเดือน เป็นปัจจัยภายนอก ที่กำหนดตายตัวไม่ได้( ตัวอย่างเว็บ SB zickr / Digg / del.ici.us / Dekdigg และอีกมากมาย แค่คุณต้องเลือกลุ่มเป้าหมาย ไทย-ฝรั่ง ให้ถูกเว็บเป็นพอ)
การ Submit link กับเว็บ Directory << เว็บไดเร็คทอรี่ จะถูกแยกไว้เป็นประเภทต่าง ๆ เช่น Business directory,Web directory, Blog directory ทุกอย่างก็จะเหมือนกับ Social Bookmark เพียงแต่ Traffic จะไม่พลุกพล่านเหมือน SB เท่านั้น
การใส่ลิ้งไว้ในรายเซ็น เว็บบอร์ดที่คุณเข้าไปคุยเล่นบ่อย ๆ << เว็บบอร์ดทั่วไป มักจะใช้ระบบที่ชื่อ SMF(Simple machine forum) ซึ่งเป็น Open source ที่สำคัญมันใช้ง่ายและฟรี ทำให้เว็บบอร์ดต่าง ๆ มักจะใช้ระบบนี้ และคุณจะเห็นว่ามันจะมีช่องให้ใส่ลายเซ็นของคุณ ตรงนี้ล่ะพื้นที่เล็ก ๆ ฟรี ๆ ที่ให้คุณโฆษณา โปรโมทได้เต็มที่ เพราะลายเซ็นจะแสดงทุก Reply ที่คุณตอบ นั่นคือมีลิ้งค์อยู่ในทุกหน้าที่คุณตอบ มันจะเป็นเหมือนตาข่ายที่ดักคน และ Bot ของ SE ให้เข้ามาเว็บคุณบ่อย ๆ (เว็บบอร์ดระบบอื่น ๆ บางครั้งก็จะมีส่วนของลายเซ็นเหมือนกันนะครับ ^__^)
การออกความเห็นในหน้าข่าว หรือ Blog คนอื่น << ส่วนมากจะมีช่องให้ใส่ email และ website อยู่แล้ว คุณก็ออกความเห็นซะบ้างแค่นั้นเอง แต่ขอให้ออกความเห็นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ “มาเม้นค่ะ”, “อืม เนื้อหาดี”, “ไปเยี่ยมเว็บผมมั่งนะ” มันก็จะเข้าข่าย Spam ได้ทุเรศที่สุด และจะถูกลบทิ้งในเวลาอันสั้น
สิ่งที่ห้ามทำ
- การใช้ Email marketing ที่กลุ่มผู้รับไม่ยินยอม(แบบว่ามันคือชื่อหรู ๆ ของ Spam mail เดี๋ยวนี้ถ้าเจอฟ้อง ติดคุกเลยนะ)
พิมพ์มาตั้งนาน รู้สึกว่าจะยังไม่ครบ มีอีกเยอะเลย แต่มันยาวมากแล้วนะครับ (ที่สำคัญพิมพ์ยาว ๆ แล้วลืมหัวข้อ)
ถ้าตกหล่นอะไรจะมาเพิ่มให้ เอาไว้คราวหน้า เราจะมีคุยถึงเรื่อง SEO กัน เพราะการโปรโมทเว็บ ยังมีส่วนของการออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับการเก็บข้อมูลของ Bot และการ update content เพิ่มเนื้อหาอย่างไร ให้บอทชอบ อันดับดีในผลลัพธ์ของ Search Engine
Tags: Banner, PPC, PPL, PPV, seo, การโฆษณาเว็บไซต์, ขายของไม่ได้, ความรู้, ถูกวิธี, ทำยังไงให้ขายได้, ทำเว็บไซต์ขายของ, เริ่มต้น E-Commerce, โฆษณาเว็บไซต์, โปรโมทเว็บถ้ามีคนอ่าน ช่วยคอมเม้นทิ้งไว้ด้วยนะครับ อ่านกันเงียบ ๆ ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์รึป่าว ถ้าเขียนออกไปแล้วไม่มีคนอ่าน ผมจะได้ไปเขียนเรื่องอื่นแทน ^__^


ถ้าจะขายของให้ได้ไว น่าจะเป็น PPC นะครับ
ส่วน SEO ใช้เวลานานมากกว่าจะขายของได้
ขอคุณสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์ อ่านง่ายดีค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ กำลังศึกษาอยู่พอดีค่ะ จะเข้ามาอ่านเรื่อยๆนะคะ ^_^
ขอบคุณสำหรับความรู้การโปรโมทเวป ขอเอาไปใช้นะครับ
ทำ bookstore online อยุ่
น่าอ่าน และอ่านง่ายดี สรุปอ่านแล้วดีค่ะ ทัมอัพค่ะ
โดนจริงๆกับหัวข้อนี้ ทำมานานไม่เคยได้ตังค์ จนเลิกล้มความตั้งในไปแล้วอ่ะ
เนื้อหาดีมาก ๆ เลยคะ
อ่านจนเกือบหมดทุก entry แล้ว
ขอบคุณมากนะคะ