Archive

Archive for June, 2009

เรื่องเล่าจากพี่สาวของหัวหน้า คุณลุงจากอุบลฯ

June 3rd, 2009 3 comments
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ขณะขับรถไปทำธุระที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หญิงสาวและเพื่อน ได้ขับรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ โตโยต้า ฟอจูนเนอร์ ผ่านดอนเมืองมาสักพัก เธอมองเห็นแก่คนหนึ่ง ที่เนื้อตัวมอมแมม ถือถุงกระสอบพาดบ่าไว้หนึ่งใบ เดินตากแดดอยู่ข้างทาง เธอจอดรถถามลุงว่ากำลังจะไปไหน

“ลุงกำลังจะไปอยุธยา” ลุงหันมาคุยกับหญิงแปลกหน้า บนรถคันโต

เธอตัดสินใจที่จะรับลุงไปด้วยกัน เพราะอย่างไรก็ตาม ก็ต้องไปทางเดียวกันอยู่แล้ว จากการพูดคุยกับลุง ทำให้เธอต้องประหลาดใจ

ลุงอายุ 70 กว่าปี(ผมจำได้ไม่ชัดเจนว่า 70 เท่าไร) ลุงเดินมาจาก อุบลราชธานี เพื่อที่จะไปรับจ้างเลี้ยงควายที่อยุธยา
ลุงเดินมาเรื่อย ๆ ค่ำไหนก็นอนนั่น ไม่ว่าจะเป็นศาลาข้างทาง วัด หรือแม้แต่ข้างถนน

เธอยังถามต่อไปว่า “แล้วลูก ๆ ลุงไปไหนกันหมดคะ”

สีหน้าลุงไม่เปลี่ยน ไม่มีรอยยิ้ม ไม่ซึมเศร้า บอกแค่ว่า “ลุงส่งพวกมันจนเรียนจบ แต่งงานมีครอบครัวกันไปหมดแล้ว แล้วก็แยกย้ายหายกันไปหมด นี่แม่มันตาย พวกมันยังไม่รู้กันเลย”

เธอได้แต่รู้สึกสลดใจ ขับรถไปสักพักก็หันไปถามลุงว่า ลุงทานอะไรรึยัง วันนี้เดินมาไกลแค่ไหน อยากดื่มน้ำไม๊

ลุงหันมาบอกว่า “กินแล้ว ในกระสอบมีหัวมัน ลุงขอรถขายของเค้ามา เค้าจะทิ้งแล้ว ไม่เป็นไรหรอกหนู ลุงเกรงใจ ลุงมีของลุงเอง” เธอหันไปมองขวดน้ำขวดเดียวที่ลุงมี ภายในใส่น้ำดื่ม ที่มีสีขุ่นอย่างชัดเจน ใช่ครับ มันเป็นน้ำคลอง หรือน้ำอะไรที่แล้วแต่ ที่ลุงเก็บขวดเปล่ามาใส่ เพื่อใช้ดื่มในขณะเดินทาง

พอถึงหน้าวัดแห่งหนึ่งในอยุธยา ลุงขอลงที่หน้าวัด ก่อนจะลงเธอสงสารจึงถามว่าลุงมีเงินไม๊ แล้วจะได้ค่าเลี้ยงควายวันละกี่บาทเนี่ย ลุงบอกว่ามีนิดหน่อย ได้แต่หยิบเงินในกระเป๋าที่เป็น เหรียญ 5 กับเหรียญบาทเก่า ๆ อีก 2 เหรียญที่เป็นคราบดำปี๋ มาให้ดู ลุงมีแค่นั้นจริง ๆ แล้วก็บอกต่อไปว่า คงได้ค่าจ้างเลี้ยงควายวันละ 10 -20 บาทมั้ง แล้วก็อวยพรให้เธอพบกับความสำเร็จ เป็นรางวัลแห่งการมีน้ำใจของเธอ

คุณเคยคิดว่าคุณลำบาก คุณเคยคิดว่าเบื่องานที่เงินเดือนแสนจะน้อยนิดของคุณหรือป่าว?
ผมคิดว่า พวกเราควรจะดีใจนะ ถึงแม้จะมีเงินใช้เดือนชนเดือน ไม่มีของหรูหราใช้ แต่คุณไม่จำเป็นต้องขอใครกิน?ไม่จำเป็นต้องตักน้ำคลองดื่ม คุณมีรถขับ หรืออย่างน้อย ๆ คุณก็สามารถนั่งแท็กซี่ หรือขึ้นรถเมล์ได้

ผมและคุณโชคดีแล้ว ที่มาอยู่ตรงจุดนี้ น้อยที่สุดคุณก็ยังมีคอมพิวเตอร์ ไว้อ่านบล็อกของผม เหมือนตอนนี้ไง
^__^

=================================================
บทความที่เขียนเมื่อวานนี้ เกี่ยวกับการโปรโมทเว็บ ผมได้เอาไปโพสในพันทิพย์
วันนี้ต้องตกใจ กลายเป็นกระทู้แนะนำห้องสีลมไปซะแล้ว? ดีใจจังเลย? ^_^ ดีใจที่สิ่งที่เราทำมันสร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้

www.pantip.com/cafe/silom/topic/B7931452/B7931452.html

วี๊ดวิ่วววว

ทำเว็บไซต์แล้ว แต่ขายของไม่ได้ ทำยังไงดี

June 2nd, 2009 11 comments
ทำเว็บแล้ว แต่ขายของไม่ได้เลย

ทำเว็บแล้ว แต่ขายของไม่ได้เลย

“อยากทำเว็บขายของ แต่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย” ลูกค้ารายแรกแว่วให้ฟัง
“หาคนทำเว็บให้หน่อยได้ไม๊ เอาถูก ๆ นะ สัก 2-3 พัน พอหาได้รึป่าว” คนรู้จักถามซ้ำมาอีกเป็นรายที่สอง
“จ้างเค้าทำเว็บมาเป็นหมื่นเลย สวยด้วย แต่ขายไม่ได้ ไม่มีคนสั่งเลย ไม่มี Feedback ทำยังไงดีเนี่ย” คนรู้จักของเพื่อน ที่เผอิญได้คุยกันถามเข้ามาอีก

อืม ๆ ถามกันจังเลย ถ้าคิดตังป่านนี้รวยไปแล้ว ใช่สิเรามันใจดีเกินไป -*-

เว็บไซต์ มันก็คือแผ่นพับ ที่สามารถใส่ข้อมูลอะไรลงไปก็ได้ ไม่มีวันหมดเพราะคนสามารถเปิดไปดูกี่ครั้งก็ได้ เป็นแผ่นพับที่ใส่เพลง ภาพเคลื่อนไหวได้ เป็นแผ่นพับที่สามารถตอบโต้ข้อสงสัยของกลุ่มเป้าหมายได้ ลูกค้าสามารถจิ้มที่แผ่นพับใบนี้ เพื่อสั่งสินค้าได้

โอ้ว.. พระเจ้า มันช่างวิเศษอะไรเช่นนี้ จอร์จ

แต่จอร์จ ถ้ามันวิเศษยังงี้ ทำไมขายของไม่ได้กันอีกล่ะ” เสียงซาร่าเกริ่นถามด้วยความสงสัย
“โอ้ว ซาร่า(ไม่รู้กุจะโอ้วทำไม -*-) มันวิเศษก็จริง แต่น้องร่าต้องใช้มันให้เป็นก่อน ไม่งั้นมันก็เป็นได้แค่กระดาษรองขาตู้นะจ๊ะน้องร่า” จอร์จกล่าว

ถูกต้องครับ ถ้าเรามีแผ่นพับ ใบปลิววิเศษนี้อยู่ในมือ แล้วเราใช้มันอย่างถูกต้อง? มันจะสร้างคุณประโยชน์ให้คุณมากมาย ถ้าคุณเอามันไปแจกบ้าง ทุ่มเทให้มันบ้าง คนที่เดินผ่านไป ผ่านมารับแผ่นพับไป อาจจะไปสนใจเท่าไร แต่อย่างน้อย เค้าก็ต้องหยิบขึ้นมาดูว่า มันมีอะไรในนั้นเว็บไซต์ก็เหมือนกัน ถ้าคุณมีเว็บไซต์แล้วปล่อยไว้เฉย ๆ มันจะเหมือนคุณมีแผ่นพับวิเศษในมือ แต่คุณเอามันไปกองไว้หน้าห้องน้ำ มันไม่มีใครเห็น คุณนั่งอ่านมันอยู่คนเดียว แล้วคุณจะเอาออเดอร์จากไหนครับ

?

ถ้าคุณคิดว่าทำเว็บไซต์ขึ้นมาแล้ว ปล่อยเฉย ๆ เดี๋ยวก็มีคนเข้า ต้องบอกเลยว่าคุณคิดผิดแล้วการโปรโมตรประชาสัมพันธ์ คือทางออกของคุณ มีมากมายหลายทาง ทั้งฟรีและเสียเงิน ถ้าคุณต้องการความฟรี มันมีครับ แต่ต้องใช้เวลา รอนานหน่อยนะ อาจจะหลายเดือน หรือเป็นปี แต่หากว่าคุณพอมีทุนคุณต้องจ่ายเงินสูงหน่อยนะ แต่ผลตอบแทนที่คุ้มค่าจะกลับมาอย่างรวดเร็วตามกำลังทรัพย์ของท่าน ผมจะแบ่งเป็นข้อ ๆ ละกัน(เท่าที่มีฟามรู้นะ ฮือ ๆๆ)

?

ออฟไลน์ โปรโมท (Offline promote) พูดง่าย ๆ ก็คือโปรโมท ที่ไม่ออนไลน์ไม่ต้องใช้คอม(ตรูจะแปลทำไม -*-)

การลงโฆษณาทางทีวี,วิทยุ << เสียเงิน และแพงด้วย
การพิมพ์ url เว็บไซต์ของคุณ ลงไปในทุกสิ่งที่คุณและบริษัทใช้ แทบทุกชิ้น? ไม่ว่าจะเป็นปากกา นามบัตร เสื้อยืดพนักงาน สติกเกอร์แปะหลังรถ แปะหน้ารถ หรือแปะมันทั้งคันเลย

<< เสียเงิน แต่ใช้ได้นาน ดูดีมีชาติตระกูล

แปะแบบทั้งคัน เอามาให้ดู เดี๋ยวจะหาว่าโม้

แปะแบบทั้งคัน เอามาให้ดู เดี๋ยวจะหาว่าโม้

?
?

?

การแจกใบปลิว ตามงาน?Event ต่าง ๆ ?<< ไม่แพงมาก จะได้ผลดีต่อเมื่อคุณทำกิจกรรมรวมกับมัน เช่น ในใบปลิวมี รหัส หรือ url พิเศษ เพื่อให้คนที่ได้ไป เข้ามาในเว็บไซต์และทำกิจกรรม แจกสินค้า,บริการ เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้นทุนไม่สูงนัก แต่ดูแล้วมี Values อาจจะเป็น TESTER สินค้าของคุณเองก็ได้
-*- นึกออกเท่านี้ ไว้คิดออกมากกว่านี้จะมาเพิ่มให้ครับ Read more…

Google wave ของเล่นใหม่ของพี่กู(เกิ้ล)

June 2nd, 2009 No comments
google wave Homepage

google wave Homepage

ไม่ทันไรบริษัทยักใหญ่อย่างกูเกิ้ล ก็เตรียมตัวปล่อย Application ใหม่ ออกมาเอาใจคนวัยทำงานกันบ้าง
ในครั้งนี้ใช้ชื่อเปิดตัวว่า? “Google wave“? โดยบนหน้า homepage ของ google wave ได้บอกไว้ว่า

Google Wave is a new tool for communication and collaboration on the web, coming later this year

แต่มุมบนด้านขวาจะมีปุ่มให้ลงทะเบียน พร้อมกับข้อความ Google Wave will be available later this year. ?เพื่อที่ทางทีมงานจะได้แจ้งให้ทราบ เมื่อมีการ Release นั่นหมายความว่า มันยังไม่เสร็จครับ แต่จะปล่อยออกมาภายในปีนี้แน่นอน (แต่ระดับนี้ พี่กูชอบเลื่อนเป็นประจำ เชื่อได้ไม๊เนี่ย)

สำหรับ video preview ด้านบนนี้มีความยาวแค่ 1 ชั่วโมง 20 นาทีเอง (ผมคนนึงที่ พยายามแล้วแต่ไม่สามารถดูจนจบได้ -*-) เลยเอาแค่เกริ่นละกันนะครับ

จะอธิบายลักษณะโปรแกรมแล้ว ก็จะคล้าย ๆ พวก Lotus note, Outlook แต่ที่แตกต่างเลยคือ การรวบรวมเอา Instant message เข้ามาร่วมด้วย และในการ Chat จะสามารถนำเสนอการส่ง complete media?ให้กับคู่สนทนาได้ เช่น การส่งแผนที่(google map) หรือการส่งวิดิโอจาก google vdo/youtube ในระหว่างการคุยกัน

ถือว่าเป็นมิติใหม่ของวงการ Cyber สำหรับ Online application ที่จะเชื่อมโยงทุกอย่างให้ง่ายขึ้น ต่อไปนี้ email และ instance message ของแยกกันไม่ออกแล้ว เนื่องจากความเร็วที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวันของ Internet Technology

การปล่อย Free Application ออกมาจำนวนมากของ Google ย่อมส่งผลกระทบ หนาว ๆ ร้อน ๆ ให้กับ Microsoft ทุกครั้ง เพราะว่ามันฟรี แต่ google หันไปหารายได้จากการโฆษณาแทนซึ่งจะมีรายได้เข้ามาตลอด?และจะยั่งยืนยาวนาน จนกว่าจะไม่มีคนใช้โปรแกรมนั้น ๆ โดยไม่เป็นภาระกับ user ต่างฝ่ายก็ win-win เป็นโมเดลที่น่าใจนะครับ

สื่อไทยก้าวไกล(ที่ไหนกัน) จะเสนอความจริง หรือความบันเทิงกันแน่

June 1st, 2009 No comments
ดูข่าวแ้ล้วน้ำเน่า พอไม่มีอะไรจะเสนอ ก็พาเราไปเที่ยวสวนสัตว์ฺ

ดูข่าวแ้ล้วน้ำเน่า พอไม่มีอะไรจะเสนอ ก็พาเราไปเที่ยวสวนสัตว์ฺ

ช่วงนี้เปิดทีวีไปดูข่าวช่องไหน จะมีความรู้สึกราวกับนั่งดูช่องดิสคัพเวอรี่ เพราะจะมีแต่ข่าวสัตว์ ๆ ทั้งนั้น

หลินฮุ่ย แพนด้าคลอดลูกทั้งที่ไม่รู้ว่าท้อง แบบว่าผสมเทียมแล้วอัลตร้าซาวไม่เจอ วันดีคืนดีก็คลอดเฉยเลย แพทย์ไทยมึนไปเลย แต่ก็ไม่ใช่ของเรา พออายุ 2 ปี ก็ต้องคืนจีนเค้าไป เฮ้อ… อยากมีหมีแพนด้าเป็นของตัวเองบ้าง

พอหมีแพนด้าจบ ก็มาดูช้างกันต่อ ช้าง 2 เชือก เชือกนึงรถคว่ำตกเขา ขาหักสองข้าง อันนี้ต้องทำความเข้าใจว่า ช้างมีน้ำหนักตัวมาก กรณีปกติ 4 ขาจะรับน้ำหนักได้ แต่หักไป 2 ข้างจะทำให้ อีก 2 ข้างที่เหลือรับน้ำหนักไม่ไหว ก็จะเกิดอาการบาดเจ็บที่ ขาด้านหลังอีก ดังนั้นการพยุงตัวช้างจึงเป็นเรื่องสำคัญ ล่าสุดได้แพทย์พระราชทานมาดูแล และมีสมาคมอะไรสักอย่างเกี่ยวกับอุตสาหกรรม ได้ให้เตียงเหล็กที่เป็นไฮโดรลิค มาใช้ช่วยพยุงตัวแล้ว ส่วนอีกเชือก ลงมากินผักกระหล่ำที่ชาวบ้านปลูกไว้ แต่โชคร้ายเพราะเจ้าของพ่นยาฆ่าหญ้าไว้ ข่าวไม่ค่อยโฟกัสเท่าไร แต่ก็ได้รับการดูแลแล้วเช่นกัน

จบเรื่องสัตว์ ๆ แล้ว ก็ย้อนไปดูเรื่องเด็ก ๆ กันนิดนึง สำหรับกรณี เด็กชายเคอิโงะ ตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น เป็นข่าวสะพัดไปทั่วยุทธจักร
แต่ผมกับคิดว่า สื่อไม่มีอะไรจะทำกันแล้วหรือ กรณี ลูกตามหาพ่อ ตามหาแม่ ที่พลัดพลากกันไปตั้งแต่เกิดเนี่ย ทั้งประเทศไม่ได้มีเคอิโงะคนเดียว พวกเค้าสมควรได้รับการช่วยเหลือครับ แต่ไม่สมควรที่สื่อจะต้องประโคมขายข่าวขนาดนี้ เพราะพอมีคนแรก จะมีคนต่อ ๆ ไป ออกมาร้องหาพ่อ หาแม่กันอีก แล้วมันก็จะไม่รู้จักจบสิ้น อย่ามองว่าผมแร้งน้ำใจเลย แต่คนที่เดือดร้อนกว่าเคอิโงะมีเยอะครับ

ในขณะเดียวกัน เด็กอีกกลุ่มนึงที่ป่วยและทุกข์ทรมานกับโรคที่คนอื่นเรียกกันว่า “โรคต้องสาป” โรคนี้รักษาไม่ได้ครับ อาการคือหากเด็กหลับเกิน 2 นาทีเมื่อไร หัวใจจะหยุดทำงาน ปอดไม่สามารถดึงแลกเปลี่ยน Co2 แล้วนำ O2 ไปใช้ได้ ทำให้ต้ิองใช้เครื่องช่วยหายใจในการนอนทุกครั้ง และจะเป็นอย่างนี้ไปตลอดชีวิต -*- ตามข่าวได้มีคนบริจาคเงินซื้อเครื่องช่วยหายใจให้แล้ว 1 เครื่องราคา 500,000 บาท แล้วข่าวก็เงียบไป

แล้วถ้าว่างมาก ทำไมไม่ไปสนใจราคาลิ้นจี่ ราคาลำใย ราคาข้าวโพด ที่เป็นปัญหาอยู่? ทั้งที่ชาวบ้านต้องโค่นทิ้งทั้งที่ปลูกมา 30 ปี ขายลิ้นจี่ส่งลูกจนเรียนจบไปหลายคน เพราะราคาตกต่ำ ลองนึกภาพช่วงที่มังคุดราคาตก เหลือกิโลละไม่กี่บาท ชาวบ้านเดือดร้อน แต่สิงคโปร์กลับมากว้านซื้อไปจนหมด เพราะอะไรงั้นหรือ? มังคุดเป็นผลไม้ไทย ที่ต่างชาตินิยมมากครับ เค้าชอบกันสุด ๆ สิงคโปร์กว้านซื้อไป แล้วใช้เครื่องขัดผิวมังคุดให้เรียบเนียน ดูสะอาดตา จับใส่แพ็คเกจน่ารัก ๆ คิขุ กล่องละ 3 ลูก ส่งออกขายส่งให้ประเทศญี่ปุ่น และโซนยุโรป กล่องละ 100 บาท ( 3 ลูกร้อยนะครับ แต่ชาวบ้านขายได้โลละไม่กี่บาทเท่านั้น) เรื่องแค่นี้ทำไมรัฐบาลคิดกันไม่ได้นะ

น้ำมันแพงไม่ได้เป็นปัญหากับคนครับ ไม่มีเราก็ไม่ตาย แต่ถ้าข้าวปลาอาหาร และผลไม้แพง คงได้ตายกันทั้งโลก เค้าดึงราคาน้ำมันเอาเปรียบเรา แล้วทำไมเราที่ขายของกินถึงต้องยอมเค้า คนไทยทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่เราเอาเปรียบกันเอง เห็นแก่ตัวกันเอง เหมือนที่ต่างชาติมองว่า “คนไทยเก่งนะ แต่ส่วนใหญ่เห็นแก่ตัว” ผมฟังแล้วอยากจะเถียงใจจะขาด คนดี มีน้ำใจ มีเยอะครับ เพียงแต่มีน้อยเท่านั้นเอง ผมก็พูดอะไรไม่ออก อืม ๆ ๆ