Archive

Archive for December, 2009

รายได้ขำ ๆ แทบไม่ต้องทำอะไรเลยกับ Adsense 2009

December 23rd, 2009

หลายครั้งที่ผมโพสเกี่ยวกับการหาเงินออนไลน์ของตัวเอง

หลายคนที่ไม่รู้ ผมก็คงต้องเกริ่นก่อนว่า ผมทำเว็บไซต์ไว้หลายเว็บ แต่ส่วนมากจะเป็นเว็บไร้สาระ เพราะไม่มีเวลาดูแลสักเท่าไร
แต่ก็มีอยู่เว็บหนึ่งที่สามารถทำรายได้ให้ผมอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา

โดยรายได้เฉลี่ยในปี 2008 นั้น ก็วิ่งไป วิ่งมาอยู่ $250 – $800  จนมีปัญหากับ Hosting ที่เก่า เพราะมีคนเข้าเว็บเยอะมาก
แล้วเค้าหาว่าผมทำเว็บอื่นใน Server เค้าช้า ส่งเมลไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจย้าย Hosting ออกมา อยู่อีกเจ้าหนึ่ง

พอย้ายออกมาแล้วก็เกิดผลกระทบคือ host ของเดิมเราอยู่ที่ กศท.บางรัก ซึ่งมี gateway inter ที่กว้างและดีกว่า แต่คราวนี้ย้ายมาอยู่ที่ inet ทำให้ส่งผลกระทบมากมาย ทำให้จำนวนคนเข้าน้อยลง, อันดับตก, indexed ถูกตัดทอนจาก Google อีก โดยต้นทุนผมจะมีดังนี้

1. Hosting ราคา 7,000 บาทต่อปี
:: หลายคนคงบอกว่า ทำไมแพงจัง ก็ต้องยอมรับว่าแพงครับ แต่ในปัจจัยด้านคุณภาพ เช่น จำนวนเว็บต่อเครื่อง, spec เครื่องที่เป็น blade X core แรม 4GB และความสนิทสนมส่วนตัวที่สามารถปรับแต่ง config ได้เยอะมากกว่า Hosting ที่เราเช่าทั่วไป และผมสามารถใช้ได้ 5 Domain

2. Domain name 250-350 บาท  ต่อปี
:: เนื่องจากผมมีโดเมนเยอะพอสมควร และจดโดเมนไว้กับหลาย ๆ ที่ ราคามันก็เลยไม่เท่ากัน

3.ค่าแรง FREE
:: ฟรีสิครับ เพราะทำเองหมดเลยนี่นา -*- ซึ่งเว็บที่กล่าว ถึงนี้ทำไว้นานแล้ว และก็ไม่ได้ไปปรับแต่งอะไรมันมาก มีแก้ไข API บ้างเล็กน้อย แต่ไม่เหนื่อย และไม่เจ็บครับ

รวมแล้วก็ 7-8 พันบาทต่อปี.
สำหรับรายได้ อย่างที่บอกในตอนแรกมันเป็นเว็บที่ทำมานานแล้ว และปี 2009 นี่ผมแทบไม่ได้แตะต้อง หรือแม้แต่จะเข้าไปดูเลย นาน ๆ ทีถึงจะเข้าไปดูว่ามันยังทำงานปกติไม๊ ส่วนอันดับใน Google ,Analytic หรือ แม้กระทั่งสถิติคนเข้าเว็บ นี่ไม่ได้ดูเลย

แต่มันก็ยังทำงานของมัน 365 x 24 = 8,760 ชั่วโมง โดยเฉลี่ย ผมเสียค่าลงทุนประมาณ ชั่วโมงละบาทกว่า ๆ เท่านั้น
นี่คงเป็นครั้งแรกที่จะเปิดเผยรายได้จริงจาก Adsense ในปี 2009 ของผมเอง ซึ่งปี 2009 นี้รายได้ก็ลดลงไปมากกว่าครึ่งหากเทียบกับปีที่แล้ว
แต่ก็ไม่ขาดทุนนะครับ เราลองมาดูกัน

Google_AdSense_Payment_History_09

Google_AdSense_Payment_History_09

ถ้านับจากเดือนมกราคม ซึ่งเป็นรายได้ของเดือนธัีนวาคมปี 2008 มารวมด้วย ก็จะได้ผลรวมแล้วประมาณ $2372.08
โดยค่าเงินที่ได้รับเช็คจาก Google นั้นจะแปรผันตามค่าเงินบาทที่อ้างอิง Offshore ก็จะทำให้ถูกหักไป ดอลล่าละประมาณ 0.10
บาท

เช่นถ้าค่าเงิน $ วันที่จ่ายเช็คอยู่ที่ 33.51 บาท เวลาจ่ายจริงก็จะได้ประมาณ 33.41 บาทเท่านั้น แต่นั่นก็ถือว่าเล็กน้อย
ดังนั้นหาก แปลงเป็นเงินไทยโดยใช้ Google แปลงค่าเงินให้ในวันนี้ ก็จะได้

2 372.08 U.S. dollars = 79 037.7182 Thai baht

O_O ประมาณ 79,037 บาทเลยแฮะ หักต้นทุนไป 8 พันบาท
อร๊ายยยยย กำไรของเราตั้ง 70,000 บาทแน่ะ

ทั้งหลายทั้งปวง เงินนั้นหาได้ถูกเก็บเข้าบัญชีไม่ เพราะเงินนี้ถูกแปรผันมาเป็น ค่าแมนชั่นที่พักอยู่ / ค่าอาหารมื้อไฮโซตามร้านชื่อดัง
แต่ปีนี้ไม่ได้ ค่าเที่ยวช่วงปีใหม่  >_<~~~~

งานนี้ไม่เหนื่อย ไม่เจ็บ นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ ก็มีคนส่งเงินมาให้ใช้
ถ้าเป็นคุณ อยากจะลองทำบ้างไม๊ครับ !!

**หมายเหตุ
รายได้ที่กล่าวข้างต้น ไม่ใช่รายได้จากที่เค้าโฆษณา spam กันที่บอกว่า งานนอกเวลาเดือนละเป็นแสน ๆ ไม่มีทางไหนที่จะได้เงินมาง่าย ๆ โดยไม่ใช้ความสามารถ หรือความรู้

แต่รายได้ดังกล่าวเป็นรายได้ที่ได้จากการทำเว็บไซต์ และมีรายได้จากค่าโฆษณา ผ่านระบบ Google adsense
คาดว่าต้นปีหน้าจะเริ่มลุยส่วนของ Amazon เต็มตัวหลังจากพูดว่า จะทำ มานานนับปี เพราะเพื่อนตัวดี เดือนนี้ ผ่านไป 15 วันมันหาเงินได้แล้ว 130,000 บาท O_O ไม่ได้โม้… ^^   เค้าก็อยากรวยเหมือนกันนะ

ปีหน้าฟ้าใหม่ 2010 ทางเรามีความตั้งใจว่า พอถึงสิ้นปีเราจะมีรายได้มากกว่าปีนี้ อย่างต่ำ 5 เท่าตัว เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ :P

admin Google War , , , , , , , , , ,

หมากรุกบนกระดานชีวิต

December 8th, 2009

เช้าวันอาทิตย์ที่สบายๆวันหนึ่ง หลังจากอาหารเช้าแล้ว เล้ง..ตั้งใจจะจัดตู้หนังสือ เพื่อวางแผนในการอ่านอย่างจริงจังเสียที หลังจากที่เขาได้ซื้อหา สะสม ตลอดจน อ่านทิ้ง อ่านขว้าง จบบ้างไม่จบบ้างเล่มแล้วเล่มเล่า เท่าที่เวลาจะมีและโอกาสจะอำนวย…………… มาหลายปี
หมายเหตุ : (เล้ง แปลว่า มังกร ชาวจีนนิยมตั้งชื่อให้กับบุตรชาย)

เล้งกำพร้าแม่มาตั้งแต่เด็ก แม่เขาจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนเขาอายุเพียง 2 ขวบ ทำให้เขาเป็นลูกโทนและอาศัยอยู่กับพ่อคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก ….. หลังจากค่อยๆ รื้อหนังสือ จากชั้นวางในตู้ออกมากองบนโต๊ะและตามพื้น สักพัก……..สาย ตาของเขาก็สะดุดกับกล่องหมากรุกจีนสภาพเก่าเก็บ ในซอกด้านในของตู้ปะปนกับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาของเขา

เขาเพ่งมองอยู่นานด้วยความผูกพัน…. จากนั้น… ก็ค่อยๆดึงฝากล่องออก
แล้วก็พบกับกระดาษแผ่นพับสีขาวหม่นที่ตามขอบมีรอยวิ่น
พอหยิบกระดาษแผ่นพับนั้นออกมา ก็มองเห็นตัวหมากที่แกะจากไม้สีน้ำตาลอ่อนที่ ถูกคว้านผิวหน้าเป็นร่องลึกลงไป
กลายเป็นตัวอักษรจีน …… ในรูปลักษณ์ต่างๆ มากมาย
ตัวหมากครึ่งหนึ่งถูกแต้มด้วย………………….สีแดง
ตัวหมากอีกครึ่งหนึ่งถูกแต้มด้วย…………….สีเขียว
ขณะที่สายตาเขาเพ่งมองตัวหมากที่มีสภาพคล้ำหม่นนั้น…………….. และแล้ว
เขาก็ตกอยู่ในภวังค์
เหตุการณ์ในอดีตและภาพในปัจจุบันเกิดการทับซ้อนสลับไปสลับมา
ในห้วงความคิดคำนึงของเล้ง
ภาพความทรงจำ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงตรุษจีนเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว
กลับเฉิดฉายอีกครั้งเหมือนหนังกลางแปลง
เขาเห็นภาพเด็กคนหนึ่ง
ซึ่งขณะนั้นยังเป็นเด็ก…………………..แต่ในปัจจุบันนี้กำลังเข้าสู่วัยกลางคน
มองเห็นสายตาคู่หนึ่ง……………. ซึ่งขณะนั้นกำลังไตร่ตรองกระดานหมากรุก
แต่ปัจจุบันนี้……………………………กำลังตรวจตรากระดานหุ้นอิเลคทรอนิคส์
ตรุษจีนปีนั้นเป็นช่วงที่เล้งปิดเทอมแล้ว และพ่อก็หยุดทำงานเนื่องจากเทศกาลดังกล่าว
ตอนนั้นเล้งอายุได้ประมาณ 10 ขวบ
ตอนบ่าย อยู่ๆ พ่อของเล้งก็หยิบเอากล่องหมากรุกจีนมาวางบนโต๊ะ
แล้วเรียกเล้งเข้าไปหา
/ เล้ง…….. อยู่ว่างๆ มาเล่นหมากรุกจีนกับป๊าหน่อย
+ เล่นไม่เป็น อั๊วเล่นเป็นแต่หมากฮอส……… ป๊าเล่นหมากฮอสกับอั๊วละกัน
/ หมากฮอสมันไม่สนุก
+ หมากรุกจีนอั๊วไม่เคยเล่นอ่ะ
/ เดี๋ยวป๊าสอนให้ …..แป๊บเดียวก็เล่นเป็น
+ ก็ได้
เล้งตอบไปแบบแกนๆ โดยภายในใจเขารู้ดีว่า เขาไม่ได้อยากเล่น
เพราะ ลำพังหมากรุกไทยก็ยังไม่เคยเล่นและก็ไม่เคยเห็นเพื่อนในวัยเดียวกันเล่นด้วย
เห็นแต่ผู้ใหญ่เขาเล่นกัน
นี่หมากรุกจีน มีตัวหมากเป็นภาษาจีน ที่เขาเองก็ อ่านไม่ออกสักตัว
คงจะยิ่งยากขึ้นไปอีก แต่ก็ตอบรับพ่อไปด้วยความเกรงใจ
/….. ตี่… เหมือนกับฮ่องเต้ ถูกกินเมื่อไหร่ ถือว่า แพ้ทันที
สือ… รูปเหมือน เครื่องบิน เดินทะแยงได้เฉพาะในกรอบนี้
เฉีย… หรือช้าง เดินได้เฉพาะจุดเหล่านี้
กือ… เหมือนเรือ ในหมากรุกไทย เดินตรง กินตรง
เบ้…. หรือ ม้า เหมือนในหมากรุกไทย เดินโขยกรอบตัว
เผ่า… ทำหน้าที่คล้ายปืนใหญ่ เดินตรง แต่ต้อง กินข้าม หมายถึง ต้องมีตัวคั่น 1 ตัว
จุก… เหมือนพลทหาร เดินทีละก้าวห้ามถอยหลัง ข้ามฝั่งแล้วถึงเลี้ยวซ้ายขวาได้
พ่ออธิบายตัวหมากและกติกาคร่าวๆให้เล้งฟัง
+ จำยากอ่ะ….
/ ค่อยๆเล่นเดี๋ยวก็จำได้หมด
พอเริ่มเดินหมากไปไม่กี่ก้าว
/ อ้าว…ทำไมเล้งเดินกือมาตรงนี้ล่ะ…….เผ่าป๊าอยู่ตรงนี้ กือจะโดนกินฟรีนะ
+ ก็อั๊วลืมไปอ่ะ….. ว่าเผ่ามันกินข้ามตัวได้ เห็นว่ามีจุกขวางอยู่แล้ว
/ เล้ง…….เอากลับไปเดินใหม่ ลื้อต้องเรียนรู้กฏ และจดจำให้ขึ้นใจ
อีกสักพัก
/ อ้าว แล้วเดินเบ้มาเฉยๆ ทำไมตรงนี้
+ ก็ไม่รู้จะเดินตัวไหนอ่ะ
/ ลื๊อรู้ไม๊ เซียนหมากรุกที่เค้าเก่งๆน่ะ เขานับก้าวเดินกันเลยนะ
บางทีแพ้หรือชนะ เพราะเดินช้าหรือเร็วกว่ากันในหมากตัวสำคัญแค่ก้าวเดียว
เพราะฉะนั้น ลื้ออย่าเดินหมากอย่างไม่มีจุดหมาย
เล้งต้องคิดให้ดีๆ ในทุกตาที่เล้งเดิน ว่าจะเดินตัวไหน แล้วเดินเพื่ออะไร
+ ก็อั๊วไม่ใช่เซียนอ่ะ … เล่นไม่เป็น…… ไม่เคยเล่นด้วย
แล้วสักพัก
/ ……..กุน……
+ อะไรอ่ะ……ป๊า
/ กุน หมายถึง รุก………. เล้งแพ้แล้ว………….. เล่นใหม่ ๆ
วันนั้นเล้งเล่นแพ้ติดต่อกันอีกหลายกระดาน
จู่ๆ……… น้ำตาของเด็กน้อยก็ไหลออกมา
/ เฮ้ย เล้งร้องไห้ทำไม ตรุษจีน เขาไม่ให้โศกเศร้า
+ ไม่เห็นสนุกเลย เล่นยังไงก็แพ้ตลอด…… อั๊วไม่เล่นแล้ว
พ่อของเล้งร้องเสียงหลง กับเหตุการณ์ที่เขาไม่คาดคิด
แล้วเล้งก็ลุกหนีไป
ต่อมาอีกหลายสัปดาห์ พ่อก็ชวนเล้งเล่นหมากรุกจีนอีก
/ ป๊าเล่นมายี่สิบปี ก่อนที่จะหยุดเล่นไป ลื๊อเพิ่งเล่นหัดเล่นไม่กี่วัน เล่นไปเรื่อยๆ
อีกหน่อยก็เก่งกว่าป๊า
พ่อพูดให้กำลังใจเล้ง แต่เล้งตอบไปตามประสาเด็กแก่น ที่เรียนเลขเก่ง
+ ป๊าไม่ต้องมาโกหกอั๊วหรอก ต่อให้อั๊วเล่นอีกสิบปี ป๊าก็เล่นไปอีกสิบปีเหมือนกัน
กลายเป็นอั๊วเล่นทั้งหมดสิบปี ป๊าเล่นทั้งหมดสามสิบปี ยังไงป๊าก็ต้องเก่งกว่าอั๊ว
แล้วพ่อก็หัวเราะในลำคอเบาๆ
/………ลื๊อนี่……..เถียงเก่งจริงๆ……
หลังจากวันนั้น พ่อของเล้งก็เอ่ยปากชวนเล้งเล่นหมากรุกจีน ทุกครั้งที่เห็นว่าเล้งอยู่ว่างๆ
เขาเริ่มรู้สึกสนุกเพิ่มขึ้นบ้าง เดินหมากได้คล่องขึ้น และแพ้ช้าลง
แต่ด้วยความเป็นเด็ก เล้งจะจดจำหมากที่เดินแพ้ได้อย่างฝังใจ
แล้วเขาจะไม่เดินหมากรูปแบบเดิม………ในสถานการณ์เดิมๆอีก
ซึ่งก็ได้ผล เพราะเขาไม่แพ้พ่อในรูปหมากแบบเดิม
แต่เขาก็ยังแพ้พ่อในรูปแบบอื่นๆ อีก…………….. ไม่รู้จักจบจักสิ้น
แล้วเขาก็เริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง
+ อั๊วเดินไม่ชนะป๊าซักที
/ เล้งต้องใจเย็นๆ ค่อยๆเรียนรู้ ทำอะไรก็ตาม เล้งต้องมองคนที่ทำมาก่อน แล้วให้นึกถึงคนที่จะมาทีหลังเล้งด้วย
เล้งเพิ่งหัดเล่น แล้วถ้าวันนี้เล้งเก่งเหมือนเซียนหมากรุกที่เขาเล่นมา 20-30 ปี มันจะเป็นไปได้เหรอ แล้วเล้งคิดดู
ถ้าวันหน้าเล้งเล่นไป20 ปี แล้วมีเด็ก 10 ขวบเพิ่งหัดเล่น มาเล่นชนะเล้งในตอนนั้น เล้งจะรู้สึกยังไง
/ จำเอาไว้ คนที่เรียนรู้มาก่อนย่อมต้องมีอะไรที่เหนือกว่า และคนที่ตามมาทีหลังก็ต้องบางอย่างที่ด้อยกว่า
อย่างน้อยก็คือ……………………ประสบการณ์
คืนนั้นเขานอนหลับไม่สนิท ด้วยความขุ่นมัวและกระวนกระวายในจิตใจ
จากกระดานหมากรุก
เช้าวันต่อมาที่โต๊ะอาหาร
+ อั๊วว่า ที่ป๊าไม่ไปเล่นกับคนอื่น เพราะป๊ากลัวแพ้
ชอบมาเล่นกับอั๊วเพราะเห็นอั๊วเล่นไม่ค่อยเป็น ป๊าจะได้ชนะทุกกระดาน
/ ชนะเล้ง แล้วป๊าได้อะไร
+ ได้แกล้งอั๊ว ไม่งั้นทำไมไม่เห็นป๊าไปเล่นกับคนอื่นเลย
/ ……..กินข้าวเถอะ……… เดี๋ยวกับข้าวเย็นแล้วจะไม่อร่อย
อีกสักพักหนึ่ง ซึ่งจวนจะจบมื้อเช้านี้แล้ว
+ ป๊า……อั๊วเคยอ่านหนังสือมา เขาบอกว่าคนจีนงกวิชา
ชอบเก็บความรู้ไว้คนเดียวจนบางทีตายไปกับตัว
/ ……ยังไงอีก……
+ ลูกตัวเองบางทียังไม่สอนเลย บางคนก็สอนลูกรักแค่คนเดียว ลูกที่เหลือไม่สนใจ
เลือกที่รักมักที่ชัง วิชาหลายๆอย่างก็เลยตายไปพร้อมกับคนที่รู้….
ทั้งเรื่องอาหาร….เรื่องยา….. แล้วก็อีกเยอะแยะ จริงหรือเปล่าป๊า
/ เล้ง…….สิ่งที่เล้งรับรู้มาน่ะไม่ผิด…… แต่มันไม่ถูกทั้งหมดหรอก….
บางที…….มันก็มีเหตุผลเหมือนกัน
/ คนจีนน่ะ เขาจะไม่ถ่ายทอดวิชากันง่ายๆ
เพราะถ้ามันถ่ายทอดกันได้ง่ายๆ คนที่ได้รับก็อาจไม่รู้คุณค่า
/ อีกอย่าง สมัยก่อนเมืองจีน บ้านเมืองยังไม่เป็นปึกแผ่น
ผู้คนแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า แต่ละชนเผ่าก็มีความรู้หรือวิชาในกลุ่มของตัวเอง
เขาจะไม่ให้วิชาความรู้ของชนเผ่าตัวเองรั่วไหลไปให้คนอื่นหรอก….
เพราะบางทีมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้
/ และเขาถือว่า……วิชาอะไรก็ตามที่มีคุณอนันต์ ในทางกลับกัน มันจะมีโทษมหันต์
เพราะประโยชน์หรือโทษมันไม่ได้อยู่ที่ตัววิชา………. มันอยู่ที่ตัวคน
/ พูดง่ายๆว่า วิชาความรู้น่ะมีค่า แต่คนที่จะได้รับถ่ายทอดนั้น มีคุณค่าเพียงพอต่อความรู้นั้นหรือเปล่า
แล้วถ้าคนได้รับการถ่ายทอดเอาไปใช้อย่างไม่เหมาะสม หรือไม่รู้คุณค่า
เจ้าของวิชานั่นแหละ……………จะมัวหมองและมีมลทิน
เล้งได้รับคำตอบ……..แต่ยังไม่สบอารมณ์
+ป๊าก็เหมือนกันแหละ
/ เหมือนยังไง
+………..งกวิชา……… อั๊วเป็นลูกป๊ายังไม่ยอมสอนเลย
/ สอนอะไร
+ สอนเดินหมากรุก……. ให้อั๊วเก่งเหมือนป๊า……เป็นเซียนหมากรุก
/ ใครบอกเล้ง……..ว่าป๊าเป็นเซียนหมากรุก
+ อาเจ็ก………..แต่บอกว่าป๊าเลิกเล่นมาเกือบสิบปีแล้ว……..
/ ……..แล้วบอกอะไรอีก
+ บอกแค่นี้แหละ…….แล้วทำไมป๊าเลิกเล่นอ่ะ
/ ……รีบกินเถอะ……. เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย
พ่อของเล้งเลี่ยงการตอบคำถามของเขา
หลังจากที่เล้งเคยเลียบๆเคียงๆถามอยู่ 2-3 หน
จากนั้น เล้งก็ไม่ได้สนใจจะถามอีก
เขาคิดแค่ว่า……..มันคงไม่มีอะไรมาก……แต่คงไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเลย
แล้ว………คืนวันก็ผันผ่าน วันแล้ว วันเล่า กระดานแล้ว กระดานเล่า
+ ทำไมอั๊วไม่เคยเดินชนะป๊าสักทีอ่ะ
/ ก็ป๊ารู้ว่าลื๊อคิดยังไง แต่เล้งรู้หรือเปล่า ว่าป๊าเดินแต่ละหมากป๊าคิดยังไง
ลื๊อจะชนะป๊าได้ จะไม่ใช่เพราะเดินหมากเก่งกว่า
แต่นั่นหมายถึงเล้งต้องอ่านเกมป๊าออก แล้วเดินในหมากที่ป๊าอ่านลื๊อไม่ออก
และอย่าลืม……ในการแข่งขัน………..ต่างคนต่างอ่านใจและหมากซึ่งกันและกัน
+ แต่ อั๊วคิดง่ายๆว่า ถ้าหมากอั๊วกินหมากป๊าได้เยอะๆ อั๊วก็น่าจะชนะได้เหมือนกัน
/ เล้งมองตื้นๆ ป๊าเดินให้เล้งกินตั้งหลายตัว เล้งก็เห็น สุดท้ายเล้งก็แพ้อยู่ดี
+ อั๊วคิดว่าป๊าสอนอั๊วไม่หมด……. ป๊ากลัวอั๊วเก่งกว่าป๊า
แล้วชอบเดินหมากมาหลอกให้อั๊วกิน
/ ป๊าไม่ได้หลอก เล้งเดินมากินเอง เพราะเล้งคิดอย่างที่เล้งเข้าใจ….. ไม่กินก็ไม่ชนะ
/ เล้งค่อยๆคิดดู…….จะกินหมากคู่ต่อสู้ เล้งวางแผนไว้ก่อนหรือเปล่า
ถ้าไม่ได้วางแผนไว้แล้วเล้งไปกิน มันก็มีแค่ 2 อย่าง
เล่นกับหมู ก็คือ เค้าเผลอ เล่นกับเซียน ก็คือ เค้าหลอกให้กิน มีแค่นี้แหละ
/ อั๊วสอนเล้งให้เล่นหมากรุกเป็นได้ แต่สอนให้เป็นเซียนไม่ได้ อันนั้น เล้งต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง
/ แล้วเล้งจำไว้อย่าง. ….
คำว่า…. เซียน… ไม่ใช่ให้ใครเอามาใช้เรียกตัวเอง
แล้วไม่ใช่ให้คนทั่วๆไปมายกย่องแล้วก็เป็นได้
จะได้เป็นเซียนในด้านไหน…….ต้องได้รับการยอมรับจากเซียนในวงการนั้นเท่านั้น………
ความคิดเห็นที่ 10
ความคิดเห็นที่ 10
หลายเดือนต่อมา
วันนั้น เล้งเล่นแพ้ไปสัก 4-5 กระดานแล้ว และเริ่มหงุดหงิดแกมเบื่อ
+ อั๊วชักเบื่อเล่นหมากรุกกับป๊าแล้ว……. วันหลังอั๊วจะไม่เล่นอีกแล้ว
/ เล่นอีกตาๆ …………. แล้วไปกินข้าวกัน
กระดานต่อมานี้ พ่อจะดูเหมือนอ่านหมากเล้งไม่ขาด
ทั้งๆที่เล้งก็เดินหมากด้วยความมุทะลุ แต่แล้วเล้งก็ได้รุกฆาต
และชนะพ่อไปแบบเฉียดฉิว
ตอนนั้นเล้งเข้าใจว่า พ่อแพ้เพราะใจพ่อไม่นิ่งหรือเผลอเรอ
เนื่องจาก เห็นความมุ่งมั่นอันตึงเครียดของเขา
/ ……….ป๊าแพ้แล้ว……วันนี้พอแค่นี้ก่อน
+ ป๊าอย่าเพิ่งเลิกดิ……. อั๊วเพิ่งชนะแค่กระดานเดียวป๊าก็เลิกแล้ว
ป๊ากลัวแพ้อั๊วหลายๆกระดานอั๊วรู้
พ่อได้แต่ยิ้มน้อยๆ แล้วบอกว่า
/ ..พอแล้ว…… พอแล้ว………. ได้เวลากินข้าวแล้ว
+ ป๊าไม่ต้องเอาเรื่องกินข้าวมาอ้าง ………ป๊ากลัวแพ้อีก………อั๊วรู้
เหตุการณ์บนกระดานหมากรุกยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปี
แล้วเล้งก็มักจะชนะพ่อได้ในกระดานสุดท้ายเสมอๆ
หลังจากที่แพ้มาตลอดในกระดานต้นๆ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือ
……………คำพูดพร่ำบ่นบนกระดาน…….
ประโยคแล้ว ประโยคเล่า ประโยคเก่าๆ ความหมายเดิมๆ
วนเวียนมา แล้วเวียนวนไป ซ้ำแล้วซ้ำอีก
เขาแค่คิดว่า พ่อบ่นได้ก็บ่นไป ส่วนตัวแล้ว ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่
เพราะเมื่อพ่อเริ่มพูดคำแรก เล้งก็นึกไล่ไปจนจบคำสุดท้ายแล้ว
ยกเว้นบางที ก็มีประโยคใหม่ๆ เริ่มแปร่งหูเข้ามาเพิ่มเติมบ้าง
+ กระดานนี้ อั๊วแพ้อีกแล้วอ่ะ …………..ตั้งใหม่ๆ
/ หมากรุกแพ้ ลื้อตั้งกระดานเล่นใหม่ได้……..แต่บางอย่างต้องระวัง
เพราะบางอย่างมันเริ่มต้นใหม่ไม่ได้
+ ป๊าบ่นอะไรของป๊า…………..เอ้า…………..ตาป๊าเดินแล้ว
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี และหลายปีผ่านไป
เล้งก็มีโอกาสเดินหมากรุกกับพ่อ น้อยลงๆๆ
พ่อมีภาระหน้าที่การงานมากขึ้น
ส่วนเล้งก็มีกิจกรรมต่างๆมากมายที่ดึงเวลาไปในช่วงวัยรุ่น
แล้วกาลเวลาก็ทำหน้าของมัน……แปรสภาพเด็กคนนี้
จากนักเรียน……………….กลายมาเป็น………..นักศึกษา
จากนักกีฬาสนาม………. กลายมาเป็น………..นักกีฬาหมากกระดาน
และสุดท้าย
จากคนทำงาน……………กลายมาเป็น………..นักลงทุน
………….ในช่วงแรกที่ก้าวเข้ามาในตลาดหุ้น เขาได้สูญเงินเป็นจำนวนมากจากการเล่นหุ้น
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรยากเย็น คงเหมือนกับซื้อขายสินค้าทั่วๆไป
ที่เขาคุ้นเคย….ซื้อถูกมาขายแพง ตามประเพณีการค้าขาย … แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด
เขาตกอยู่ในภาวะเครียดจัดและได้ก็ปรึกษาเรื่องนี้กับคนรู้จักหลายคนๆ …… แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น
เล้งจึงได้ระบายเรื่องนี้ให้พ่อของเขาฟัง ทั้งๆที่รู้ว่าพ่อนั้นไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย
/ เล้ง……ทำไมลื้อวางเดิมพันกับเกมที่ตัวเองไม่ถนัดด้วยวงเงินที่สูงอย่างนั้น
ตอนเด็ก… ป๊าเคยถามตอนเล่นหมากรุกว่า…….พนันกันด้วยเงินเท่าค่าขนมไปโรงเรียนไม๊
ถ้าแพ้เล้งอดค่าขนม ถ้าชนะป๊าให้สองเท่า….เล้งยังไม่ยอมเลย
+ ก็ตอนนั้นอั๊วรู้ว่า…………กำลังเล่นกับเซียนนี่
/ แล้วที่ลื้อเจออยู่นี่มันสนามแข่งหมูเหรอ………..เขาว่ามันเหมือนถ้ำเสือเชียวนา
+ แหมป๊า………..ไม่เข้าถ้ำเสือ แล้วจะได้ลูกเสือเหรอ
/ แต่ถ้าลื้อไม่รู้วิธีจับเสือ……แล้วยังไปเข้าถ้ำเสือ นอกจากไม่ได้ลูกเสือแล้ว
ลื้อยังจะถูกแม่เสือคาบไปเป็นอาหารเย็นให้ลูกเสืออีกน่ะสิ
/ ป๊าเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเซียนในวงการหมากรุกให้เล้งฟังละกัน
แต่มันอาจไม่เหมือนกับวงการหุ้นหรอกนะ…….. แต่ฝากให้ลื้อเอาไปคิดต่อเอง
/ ในวงการหมากรุก เซียนที่ รู้มือรู้เหลี่ยมกันดี ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเล่นกินกันเอง
ยิ่งในละแวกเดียวกัน ไม่ต้องพูดถึง ใครมือระดับไหน ใครเล่นกับใครได้ เล่นกับใครไม่ได้
ในถิ่นเดียวกัน………… มันรู้ถึงกันหมด
/ เซียนที่เป็นนักพนันน่ะ เขาเลยต้องออกเดินสาย ไปท้าพนันกับนักเล่นต่างถิ่น เล่นไปไม่นาน
ก็ต้องย้ายที่ไปเรื่อยๆ เพราะ ถ้าไปเจอหมู หลอกกินเขาได้ไม่นาน เสียบ่อยๆ เขาก็เริ่มสงสัย
พอรู้ว่าเป็นเซียนมาจากที่อื่น…เขาสู้ไม่ได้… เขาก็เลิกเล่นด้วย
/ แต่บางที…………. เซียนเดินสาย….ดันไปเจอกับ…เซียนเหยียบเซียน
มีคนหนึ่งเป็นเซียน……ลักษณะที่ว่านี้………อยู่แถวสวนพลู
คนนี้เหนือมาก…. ทุกตาที่เล่น ทุกก้าวที่เดิน เขาจะเดินหมากแบบชนิดที่ว่าเรียบๆ ง่ายๆ
มีแพ้บ้างชนะบ้าง สลับกันไป แต่ไม่ว่าแพ้หรือชนะ จะสูสีมาก เฉือนกันแค่ก้าวสองก้าว
หลายๆกระดานออกเสมอ
/ คนเล่นด้วยไม่ว่าใครหน้าไหน อยู่ถิ่นเดียวกันหรือมาจากต่างถิ่น
จะไม่รู้สึกเลยว่าหมอนี่เป็นเซียน แล้วจะรู้สึกเหมือนกันหมดว่า
ที่ตัวเองชนะตอนแรกมาจากฝีมือตัวเอง
แต่ที่แพ้ในกระดานหลังๆ มาจากที่ เดินไม่ระวัง
แล้วก็เสียเดิมพันเยอะหน่อย เมื่อเทียบกับกระดานต้นๆ
.. ก็แค่นั้น… ไม่เคยเสียหมดตัวแต่ก็ไม่เคยได้เงินกลับบ้าน
/……….แล้วคนนี้แหละก็คือ……………คนที่สอนป๊าเล่นหมากรุก
เขาบอกว่า หมากรุกมันเรียบง่าย แต่ความซับซ้อนมันอยู่ในจิตใจ
บังคับหมากน่ะมันง่ายๆ ………เอามือจับหมากเดินก็จบ
แต่บังคับจิตใจตัวเองนี่สิ……….. ยากกว่ากันเยอะ
/ เขาสอนป๊าว่า…………เซียนที่แท้น่ะ ไม่ได้เดินหมากบนกระดานนะ……..
+ ตลกแล้วป๊า ……ไม่เดินหมากบนกระดาน…….แล้วไปเดินหมากบนเสื่อเหรอ
/ ไม่ใช่อย่างนั้น…..เขาสอนป๊าว่า………จะต้องเดินหมากบนหัวใจของคู่ต่อสู้
+ ไม่เข้าใจอ่ะ
/ เดินหมากในรูปแบบ……. ที่ทำให้หมากฝ่ายตรงข้ามถูกบังคับเดิน
+ ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี…….. หมากอีกฝ่ายก็ต้องเดินได้อย่างอิสระตามใจคนเล่นไม่ใช่เหรอ
/ นั่นแหละๆ…..การเดินหมากที่ทำให้ฝ่ายตรงข้าม คิดว่าตัวเองเดินได้อย่างอิสระ
เลือกเดิน เลือกกินตามความสมัครใจของตัวเองนี่แหละ …………ลึกซึ้งที่สุดแล้ว
/ เดินโดยไม่รู้ว่าถูกบังคับ……..กินฝ่ายตรงข้ามโดยไม่รู้สึกว่าถูกหลอก
แพ้โดยที่รู้สึกแค่ว่าตัวเองเดินไม่ระวังหรือแค่เผลอไผล และไม่รู้สึกว่าคู่แข่งที่เล่นอยู่เป็นเซียน
+ อือม์………….ยังไงต่อ
/ ก็เท่านี้แหละ……เพราะป๊าเชื่อว่า…. ลื้อกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้
เล้ง เก็บเอามาคิดอยู่หลายคืน… ว่าทำไมพ่อวกมาพูดเรื่องหมากรุกอีก… ทั้งๆที่เขากำลังเครียดเรื่องหุ้น
แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไร… เพราะตัวเองก็ไม่ได้คาดหวังคำแนะนำจากพ่อในเรื่องหุ้น……ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
แต่แล้วเขาก็นำสิ่งที่พ่อพูด………………กลับมาทบทวนอีกครั้ง
ควบคู่กันกับการนึกย้อนถึง……………..สิ่งที่เขาพบมาในตลาดหุ้น นับตั้งแต่เริ่มต้น
แล้วเขาก็พบกับ………..แสงสว่าง ………………จากคำพูดของพ่อ
ตอนนี้เขารู้สึกตัวแล้วว่า ………….เขากำลังตกอยู่ในวงล้อมของเซียน
เขาเห็นเซียนด้านต่างๆ ตลอดเส้นทางการเล่นหุ้นของเขา
เขาก้าวเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ด้วยความเชื่อที่มาจากการชี้นำของ
….เซียนด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด…..ที่คอยสร้างภาพแห่งความโปร่งใส
….. บริสุทธิ์ ยุติธรรม ให้กับการลงทุนในตลาดหุ้น
เขาอ่านงบการเงิน ที่ทำออกมาจากมือของเซียนด้านบัญชีและการเงิน
……ซึ่งแม้แต่เซียนด้วยกัน………………… บางทียังหลงกล
เขาดูกราฟและใช้เครื่องมือทางเทคนิค ต่อสู้อยู่กับ เซียนด้านเทคนิค
……ที่มีความพร้อมกว่าทั้ง เครื่องมือ โปรแกรม และเทคนิคล่อลวงอันแพรวพราว
เขากำลังอ่านข่าวสารและรับรู้ข้อมูลที่ปล่อยออกมาจากเซียนที่ใช้สื่อเป็นอาวุธ
……ผ่านตามสื่อต่างๆ ทั้งในรูปแบบของสื่อสารมวลชนและบทวิเคราะห์ต่างๆ
เขากำลังใช้เงินทุนของตัวเองต่อสู้กับเซียนอื่นๆ ที่มีเงินทุนอันมากมายมหาศาล
ที่สำคัญ…………………… เขากำลังเผชิญหน้ากับเซียนทั้งหมดนี้พร้อมๆกัน
และ ยิ่งไปกว่านั้น ….. เซียนบางกลุ่มยังมีการร่วมมือกันในเบื้องหลังอีกด้วย
โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบน กระดานหุ้นอิเลคทรอนิคส์…….อันพริ้วไหว……ที่อยู่ต่อหน้าเขานั่นเอง
ซึ่งเขา……………………ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย
เขาพบแล้วว่า….กระดานหุ้นนี้มันลึกซึ้งและซับซ้อนกว่ากระดานหมากรุกที่เขาคุ้นเคยนัก
แต่ที่ผ่านมา…….ทำไมเขาใช้เวลาในการตัดสินใจเดินหมากในกระดานหุ้น
…….รวดเร็วเหลือเกิน…………ในแต่ละก้าว
เขานึกย้อนกลับไปทบทวนอีกครั้งว่า……เวลาเดินหมากรุกบนกระดานเล็กๆ
เขาใช้เวลาครุ่นคิดบางกระดาน นานนับชั่วโมง ทั้งๆที่ ก็ไม่ได้มีเดิมพันอะไร
……….มุ่งหวังที่ผล แพ้-ชนะ เท่านั้น………
แต่กับการตัดสินใจซื้อหุ้นเต็มวงเงินของพอร์ต เขากลับใช้เวลาคิดแค่ชั่วแล่น
ทั้งๆที่ผลของมันอาจกระทบต่อฐานะทางการเงินของเขาได้อย่างมากมาย
เขาสำนึกแล้วว่า……………..เขาได้ประมาทต่อการเดินหมากบนกระดานนี้เพียงใด
อีกนานแรมปี นับจากวันนั้น
กว่าที่เขาจะสามารถปรับสมดุลของการใช้เวลา
เพื่อกลั่นกรองข้อมูลสำหรับใช้ในการตัดสินใจ
ตลอดจนพัฒนารูปแบบการเดินหมากบนกระดานหุ้น
ให้เหมาะสมและลงตัว อย่างที่เคยทำได้ในกระดานหมากรุก
เหมือนครั้งที่เป็นแชมป์กีฬามหาวิทยาลัย
หลังจากทำความสะอาดกล่องหมากรุกและนำเก็บเข้าที่เดิมแล้ว
เล้งได้ทบทวนอดีต………นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่พ่อพยายาม
ปลูก-ฝัง-เพาะ-บ่ม-อบ-รม-เคี่ยว-เข็น-ผลัก-ดัน
…………………. ผ่านมาทางกระดานหมากรุก
เขาซาบซึ้งแล้วว่า……… คำพร่ำบ่นบนกระดาน…….ของพ่อมีค่าแค่ไหน
นึกถึงบางประโยคที่พ่อคอยเน้นย้ำ
เพื่อชี้นำให้ชีวิตเขาเดินมาอย่างมีทิศทาง
/ หมากรุก………จะเดินให้ชนะ……ยังต้องคิด
…หมากชีวิต…….ถ้าไม่คิด…………….จะเดินให้ชนะได้อย่างไร
นึกถึงตอนเด็กที่เคยสงสัยว่า ทำไม พ่อถึงยอมแพ้ให้เขาในกระดานสุดท้าย
นึกถึงตอนที่เขาเข้าใจสิ่งนี้ได้เอง ในอีกหลายปีต่อมา
ว่าเป็น เพราะ พ่อกลัวว่าถ้าเขาแพ้ตลอด เขาจะเบื่อและอาจเลิกเล่นหมากรุกไปเลย
แต่ถ้าปล่อยให้เขาชนะเรื่อยๆ
มันก็ไม่มีอะไรท้าทายให้เขาเล่นต่อและจะคิดว่า
ไม่มีอะไรต้องเรียนรู้จากมันอีกแล้ว
นึกถึงพ่อของเขาที่ไม่เคยยึดติดกับสีของหมากอย่างที่เซียนหลายๆคนเป็น
เวลาเล่นกับเขาจะเลือกใช้หมาก…..สลับสี….ไปมา
บางครั้งเดินด้วยหมากสีแดง บางครั้งเดินด้วยหมากสีเขียว
ดังนั้น ภาพที่ปรากฏบนกระดานหมากรุก ที่ผ่านสายตาของเขาอย่างชินตา ก็คือ
….เดี๋ยวหมากสีแดงก็ชนะหมากสีเขียว……เดี๋ยวหมากสีเขียวก็ชนะหมากสีแดง…..
/ เล้ง….. ตัวหมากแดงและหมากเขียวน่ะ มันไม่เคยแพ้ชนะกันเด็ดขาดหรอก
เกมหมากรุกมันไม่เคยจบ ตัวหมากทั้งสองสียังคงอยู่เหมือนเดิม
เพียงแต่คนเล่นเท่านั้นเอง……………ที่เปลี่ยนหน้าไป
บางครั้ง……….เขาเองก็ยังเคยคิดเล่นๆ ว่า……
แท้จริงแล้ว เขาเองก็เป็นหมากตัวหนึ่งบนกระดานชีวิตของพ่อ…… ที่พ่อรักและหวงแหนมาก
เดินหมากตัวนี้ด้วยความระมัดระวัง หลังจากเคยสูญเสียหมากสำคัญไปครั้งหนึ่ง
เล้งเพิ่งทราบความจริง ในสิ่งที่เคยสงสัย จากอาของเขาเมื่อไม่กี่ปีมานี้
สำหรับเรื่องที่พ่อของเล้งเลิกเล่นหมากรุก……..แล้วมาเริ่มเล่นใหม่อีกครั้งกับเขาเพียงคนเดียว
ทำให้เขายิ่งตระหนักว่า…………..พ่อรักและหวังดีกับเขาเพียงใด
เพราะการ เดินหมากรุกแต่ละก้าวกับเขา
มันจะทำให้พ่อต้องเจ็บปวดกับอดีตที่ผุดขึ้นมาตอกย้ำ……………แต่พ่อก็ยอม
อาของเล้ง เล่าให้ฟังว่า
* เฮียเขาเป็นเซียนหมากรุก สมัยก่อน ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องไปร้านกาแฟที่ปากซอย
เล่นหมากรุกเอาแค่ค่ากาแฟกับปาท่องโก๋
เพราะในย่านเดียวกันไม่มีใครกล้ามาพนันเงินด้วยแล้ว
* แต่มีอยู่วันหนึ่งมีเซียนต่างถิ่น มาท้าแข่ง
วางเดิมพันกันด้วย มีทั้งจับวงนอก เล่นวงในอยู่หลายกลุ่มของทั้งสองฝั่ง
ตกลงกันว่า……เล่นกระดานเดียว….. แล้วไม่จำกัดเวลา
*เฮียเขาเองเดิมพันไม่เยอะพอสนุกๆ
แต่คนอื่นที่ถือหางนี่ ทุ่มกันหนักหน่อย
เพราะเห็นว่าเล่นแค่กระดานเดียว
ตอนนั้นเจ็กอยู่ในร้านกาแฟด้วย ดูอยู่แค่ครึ่งชั่วโมง
สักพักเจ็กก็กลับมาที่ร้านแล้วขับรถไปส่งของให้ลูกค้า
* ตอนหลัง มารู้ว่า เฮียเขาเล่นติดพันอยู่สักชั่วโมงนึงได้
แล้ว อาม้าของเล้งก็มาตามให้ขับรถไปส่งของให้ลูกค้าอีกเจ้า
แต่ป๊าของเล้ง เกี่ยงว่าให้รออีกเดี๋ยว …… ขอเล่นให้จบก่อน
* รออีกครึ่งชั่วโมง อาม้าลื้อ ก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ
อาป๊าลื้อเลยคิดว่าคงไม่มีอะไรด่วนมาก…… เลยเดินหมากต่อด้วยความเย็นใจ
* แต่จริงๆแล้ว อาม้าลื้อขับรถไปส่งของเอง ทั้งๆ ที่ยังขับรถไม่แข็ง
แต่เพราะต้องการจะไปเก็บเงินค่าสินค้าเดิมที่ครบกำหนดด้วย
* พอดีลูกค้าเขาโทรมาอีกที บอกว่ารอได้ไม่นาน
เพราะตัวเถ้าแก่กับเถ้าแกเนี้ยมีธุระด่วนกำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน
อาม้าลื้อเขาห่วงว่า เดี๋ยวจะหมุนเงินในร้านไม่ทัน ก็เลยรีบไป
* หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมง เด็กที่ร้านไปกระซิบที่หู บอกเฮียที่กำลังเดินหมากอยู่ว่า…..
……… อาซ้อขับรถชนกับรถหกล้อ………ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล……
* ตอนนั้นหมากกำลังสูสี แต่เฮียเขาทิ้งกระดานกลางคันไม่ได้
เพราะนักพนันมันล้อมวงอยู่เต็มร้าน
แต่แล้วอีกไม่ถึง 10 นาที….เซียนฝ่ายตรงข้ามก็รุกฆาต….แล้วเฮียเขาก็แพ้
ตอนนั้นคนในวงพนันยังไม่รู้เรื่อง
บางคนยังด่าไล่หลังว่า…….ทำพวกเขาเสียเงินไปเยอะ
*แล้วเฮียเขาก็รีบไปโรงพยาบาล ….. แต่ไม่ทัน…… อาม้าลื้อสิ้นลมก่อน
* ช่วงงานศพ วันทั้งวัน อาป๊าลื้อนั่งนิ่ง บางช่วงก็น้ำตาไหล ไม่พูดจากับใคร
พึมพำอยู่แต่ว่า………………………………………………….แพ้ทั้งสองกระดานๆ
*แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจนะ เพราะคนที่อยู่ในวงพนันนก็ยืนยันตรงกันว่า
เฮียเขาเล่นกับเซียนต่างถิ่นแค่………………………………..กระดานเดียว
เราอาจจะมีชีวิตอยู่ในวันนี้…………………………….. ด้วยความหวังของวันพรุ่งนี้
แต่จะไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ…………………………. ท่ามกลางการแข่งขันในสังคม

เขาเพ่งมองอยู่นานด้วยความผูกพัน….
จากนั้น…
ก็ค่อยๆดึงฝากล่องออกแล้วก็พบกับกระดาษแผ่นพับสีขาวหม่นที่ตามขอบมีรอยวิ่น พอหยิบกระดาษแผ่นพับนั้นออกมา ก็มองเห็นตัวหมากที่แกะจากไม้สีน้ำตาลอ่อนที่ ถูกคว้านผิวหน้าเป็นร่องลึกลงไปกลายเป็นตัวอักษรจีน …… ในรูปลักษณ์ต่างๆ มากมาย ตัวหมากครึ่งหนึ่งถูกแต้มด้วย………………….สีแดง
ตัวหมากอีกครึ่งหนึ่งถูกแต้มด้วย…………….สีเขียว

ขณะที่สายตาเขาเพ่งมองตัวหมากที่มีสภาพคล้ำหม่นนั้น…………….. และแล้วเขาก็ตกอยู่ในภวังค์ เหตุการณ์ในอดีตและภาพในปัจจุบันเกิดการทับซ้อนสลับไปสลับมา ในห้วงความคิดคำนึงของเล้ง ภาพความทรงจำ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงตรุษจีนเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้วกลับเฉิดฉายอีกครั้งเหมือนหนังกลางแปลง เขาเห็นภาพเด็กคนหนึ่งซึ่งขณะนั้นยังเป็นเด็ก…………………..แต่ในปัจจุบันนี้กำลังเข้าสู่วัยกลางคน มองเห็นสายตาคู่หนึ่ง……………. ซึ่งขณะนั้นกำลังไตร่ตรองกระดานหมากรุกแต่ปัจจุบันนี้…………..กำลังตรวจตรากระดานหุ้นอิเลคทรอนิคส์

ตรุษจีนปีนั้นเป็นช่วงที่เล้งปิดเทอมแล้ว และพ่อก็หยุดทำงานเนื่องจากเทศกาลดังกล่าว ตอนนั้นเล้งอายุได้ประมาณ 10 ขวบ ตอนบ่าย อยู่ๆ พ่อของเล้งก็หยิบเอากล่องหมากรุกจีนมาวางบนโต๊ะ แล้วเรียกเล้งเข้าไปหา

/ เล้ง…….. อยู่ว่างๆ มาเล่นหมากรุกจีนกับป๊าหน่อย
+ เล่นไม่เป็น อั๊วเล่นเป็นแต่หมากฮอส……… ป๊าเล่นหมากฮอสกับอั๊วละกัน
/ หมากฮอสมันไม่สนุก
+ หมากรุกจีนอั๊วไม่เคยเล่นอ่ะ
/ เดี๋ยวป๊าสอนให้ …..แป๊บเดียวก็เล่นเป็น
+ ก็ได้

เล้งตอบไปแบบแกนๆ โดยภายในใจเขารู้ดีว่า เขาไม่ได้อยากเล่น

เพราะ ลำพังหมากรุกไทยก็ยังไม่เคยเล่นและก็ไม่เคยเห็นเพื่อนในวัยเดียวกันเล่นด้วย

เห็นแต่ผู้ใหญ่เขาเล่นกัน

นี่หมากรุกจีน มีตัวหมากเป็นภาษาจีน ที่เขาเองก็ อ่านไม่ออกสักตัว

คงจะยิ่งยากขึ้นไปอีก แต่ก็ตอบรับพ่อไปด้วยความเกรงใจ

/….. ตี่…  เหมือนกับฮ่องเต้  ถูกกินเมื่อไหร่  ถือว่า แพ้ทันที

สือ…  รูปเหมือน เครื่องบิน  เดินทะแยงได้เฉพาะในกรอบนี้

เฉีย…  หรือช้าง เดินได้เฉพาะจุดเหล่านี้

กือ… เหมือนเรือ ในหมากรุกไทย เดินตรง กินตรง

เบ้….   หรือ ม้า เหมือนในหมากรุกไทย เดินโขยกรอบตัว

เผ่า…  ทำหน้าที่คล้ายปืนใหญ่  เดินตรง  แต่ต้อง กินข้าม หมายถึง ต้องมีตัวคั่น 1 ตัว

จุก… เหมือนพลทหาร เดินทีละก้าวห้ามถอยหลัง ข้ามฝั่งแล้วถึงเลี้ยวซ้ายขวาได้

พ่ออธิบายตัวหมากและกติกาคร่าวๆให้เล้งฟัง

+ จำยากอ่ะ….

/  ค่อยๆเล่นเดี๋ยวก็จำได้หมด
Read more…

admin Indies your life , , , ,