Home > Indies your life > หมากรุกบนกระดานชีวิต

หมากรุกบนกระดานชีวิต

December 8th, 2009

เช้าวันอาทิตย์ที่สบายๆวันหนึ่ง หลังจากอาหารเช้าแล้ว เล้ง..ตั้งใจจะจัดตู้หนังสือ เพื่อวางแผนในการอ่านอย่างจริงจังเสียที หลังจากที่เขาได้ซื้อหา สะสม ตลอดจน อ่านทิ้ง อ่านขว้าง จบบ้างไม่จบบ้างเล่มแล้วเล่มเล่า เท่าที่เวลาจะมีและโอกาสจะอำนวย…………… มาหลายปี
หมายเหตุ : (เล้ง แปลว่า มังกร ชาวจีนนิยมตั้งชื่อให้กับบุตรชาย)

เล้งกำพร้าแม่มาตั้งแต่เด็ก แม่เขาจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนเขาอายุเพียง 2 ขวบ ทำให้เขาเป็นลูกโทนและอาศัยอยู่กับพ่อคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก ….. หลังจากค่อยๆ รื้อหนังสือ จากชั้นวางในตู้ออกมากองบนโต๊ะและตามพื้น สักพัก……..สาย ตาของเขาก็สะดุดกับกล่องหมากรุกจีนสภาพเก่าเก็บ ในซอกด้านในของตู้ปะปนกับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาของเขา

เขาเพ่งมองอยู่นานด้วยความผูกพัน…. จากนั้น… ก็ค่อยๆดึงฝากล่องออก
แล้วก็พบกับกระดาษแผ่นพับสีขาวหม่นที่ตามขอบมีรอยวิ่น
พอหยิบกระดาษแผ่นพับนั้นออกมา ก็มองเห็นตัวหมากที่แกะจากไม้สีน้ำตาลอ่อนที่ ถูกคว้านผิวหน้าเป็นร่องลึกลงไป
กลายเป็นตัวอักษรจีน …… ในรูปลักษณ์ต่างๆ มากมาย
ตัวหมากครึ่งหนึ่งถูกแต้มด้วย………………….สีแดง
ตัวหมากอีกครึ่งหนึ่งถูกแต้มด้วย…………….สีเขียว
ขณะที่สายตาเขาเพ่งมองตัวหมากที่มีสภาพคล้ำหม่นนั้น…………….. และแล้ว
เขาก็ตกอยู่ในภวังค์
เหตุการณ์ในอดีตและภาพในปัจจุบันเกิดการทับซ้อนสลับไปสลับมา
ในห้วงความคิดคำนึงของเล้ง
ภาพความทรงจำ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงตรุษจีนเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว
กลับเฉิดฉายอีกครั้งเหมือนหนังกลางแปลง
เขาเห็นภาพเด็กคนหนึ่ง
ซึ่งขณะนั้นยังเป็นเด็ก…………………..แต่ในปัจจุบันนี้กำลังเข้าสู่วัยกลางคน
มองเห็นสายตาคู่หนึ่ง……………. ซึ่งขณะนั้นกำลังไตร่ตรองกระดานหมากรุก
แต่ปัจจุบันนี้……………………………กำลังตรวจตรากระดานหุ้นอิเลคทรอนิคส์
ตรุษจีนปีนั้นเป็นช่วงที่เล้งปิดเทอมแล้ว และพ่อก็หยุดทำงานเนื่องจากเทศกาลดังกล่าว
ตอนนั้นเล้งอายุได้ประมาณ 10 ขวบ
ตอนบ่าย อยู่ๆ พ่อของเล้งก็หยิบเอากล่องหมากรุกจีนมาวางบนโต๊ะ
แล้วเรียกเล้งเข้าไปหา
/ เล้ง…….. อยู่ว่างๆ มาเล่นหมากรุกจีนกับป๊าหน่อย
+ เล่นไม่เป็น อั๊วเล่นเป็นแต่หมากฮอส……… ป๊าเล่นหมากฮอสกับอั๊วละกัน
/ หมากฮอสมันไม่สนุก
+ หมากรุกจีนอั๊วไม่เคยเล่นอ่ะ
/ เดี๋ยวป๊าสอนให้ …..แป๊บเดียวก็เล่นเป็น
+ ก็ได้
เล้งตอบไปแบบแกนๆ โดยภายในใจเขารู้ดีว่า เขาไม่ได้อยากเล่น
เพราะ ลำพังหมากรุกไทยก็ยังไม่เคยเล่นและก็ไม่เคยเห็นเพื่อนในวัยเดียวกันเล่นด้วย
เห็นแต่ผู้ใหญ่เขาเล่นกัน
นี่หมากรุกจีน มีตัวหมากเป็นภาษาจีน ที่เขาเองก็ อ่านไม่ออกสักตัว
คงจะยิ่งยากขึ้นไปอีก แต่ก็ตอบรับพ่อไปด้วยความเกรงใจ
/….. ตี่… เหมือนกับฮ่องเต้ ถูกกินเมื่อไหร่ ถือว่า แพ้ทันที
สือ… รูปเหมือน เครื่องบิน เดินทะแยงได้เฉพาะในกรอบนี้
เฉีย… หรือช้าง เดินได้เฉพาะจุดเหล่านี้
กือ… เหมือนเรือ ในหมากรุกไทย เดินตรง กินตรง
เบ้…. หรือ ม้า เหมือนในหมากรุกไทย เดินโขยกรอบตัว
เผ่า… ทำหน้าที่คล้ายปืนใหญ่ เดินตรง แต่ต้อง กินข้าม หมายถึง ต้องมีตัวคั่น 1 ตัว
จุก… เหมือนพลทหาร เดินทีละก้าวห้ามถอยหลัง ข้ามฝั่งแล้วถึงเลี้ยวซ้ายขวาได้
พ่ออธิบายตัวหมากและกติกาคร่าวๆให้เล้งฟัง
+ จำยากอ่ะ….
/ ค่อยๆเล่นเดี๋ยวก็จำได้หมด
พอเริ่มเดินหมากไปไม่กี่ก้าว
/ อ้าว…ทำไมเล้งเดินกือมาตรงนี้ล่ะ…….เผ่าป๊าอยู่ตรงนี้ กือจะโดนกินฟรีนะ
+ ก็อั๊วลืมไปอ่ะ….. ว่าเผ่ามันกินข้ามตัวได้ เห็นว่ามีจุกขวางอยู่แล้ว
/ เล้ง…….เอากลับไปเดินใหม่ ลื้อต้องเรียนรู้กฏ และจดจำให้ขึ้นใจ
อีกสักพัก
/ อ้าว แล้วเดินเบ้มาเฉยๆ ทำไมตรงนี้
+ ก็ไม่รู้จะเดินตัวไหนอ่ะ
/ ลื๊อรู้ไม๊ เซียนหมากรุกที่เค้าเก่งๆน่ะ เขานับก้าวเดินกันเลยนะ
บางทีแพ้หรือชนะ เพราะเดินช้าหรือเร็วกว่ากันในหมากตัวสำคัญแค่ก้าวเดียว
เพราะฉะนั้น ลื้ออย่าเดินหมากอย่างไม่มีจุดหมาย
เล้งต้องคิดให้ดีๆ ในทุกตาที่เล้งเดิน ว่าจะเดินตัวไหน แล้วเดินเพื่ออะไร
+ ก็อั๊วไม่ใช่เซียนอ่ะ … เล่นไม่เป็น…… ไม่เคยเล่นด้วย
แล้วสักพัก
/ ……..กุน……
+ อะไรอ่ะ……ป๊า
/ กุน หมายถึง รุก………. เล้งแพ้แล้ว………….. เล่นใหม่ ๆ
วันนั้นเล้งเล่นแพ้ติดต่อกันอีกหลายกระดาน
จู่ๆ……… น้ำตาของเด็กน้อยก็ไหลออกมา
/ เฮ้ย เล้งร้องไห้ทำไม ตรุษจีน เขาไม่ให้โศกเศร้า
+ ไม่เห็นสนุกเลย เล่นยังไงก็แพ้ตลอด…… อั๊วไม่เล่นแล้ว
พ่อของเล้งร้องเสียงหลง กับเหตุการณ์ที่เขาไม่คาดคิด
แล้วเล้งก็ลุกหนีไป
ต่อมาอีกหลายสัปดาห์ พ่อก็ชวนเล้งเล่นหมากรุกจีนอีก
/ ป๊าเล่นมายี่สิบปี ก่อนที่จะหยุดเล่นไป ลื๊อเพิ่งเล่นหัดเล่นไม่กี่วัน เล่นไปเรื่อยๆ
อีกหน่อยก็เก่งกว่าป๊า
พ่อพูดให้กำลังใจเล้ง แต่เล้งตอบไปตามประสาเด็กแก่น ที่เรียนเลขเก่ง
+ ป๊าไม่ต้องมาโกหกอั๊วหรอก ต่อให้อั๊วเล่นอีกสิบปี ป๊าก็เล่นไปอีกสิบปีเหมือนกัน
กลายเป็นอั๊วเล่นทั้งหมดสิบปี ป๊าเล่นทั้งหมดสามสิบปี ยังไงป๊าก็ต้องเก่งกว่าอั๊ว
แล้วพ่อก็หัวเราะในลำคอเบาๆ
/………ลื๊อนี่……..เถียงเก่งจริงๆ……
หลังจากวันนั้น พ่อของเล้งก็เอ่ยปากชวนเล้งเล่นหมากรุกจีน ทุกครั้งที่เห็นว่าเล้งอยู่ว่างๆ
เขาเริ่มรู้สึกสนุกเพิ่มขึ้นบ้าง เดินหมากได้คล่องขึ้น และแพ้ช้าลง
แต่ด้วยความเป็นเด็ก เล้งจะจดจำหมากที่เดินแพ้ได้อย่างฝังใจ
แล้วเขาจะไม่เดินหมากรูปแบบเดิม………ในสถานการณ์เดิมๆอีก
ซึ่งก็ได้ผล เพราะเขาไม่แพ้พ่อในรูปหมากแบบเดิม
แต่เขาก็ยังแพ้พ่อในรูปแบบอื่นๆ อีก…………….. ไม่รู้จักจบจักสิ้น
แล้วเขาก็เริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง
+ อั๊วเดินไม่ชนะป๊าซักที
/ เล้งต้องใจเย็นๆ ค่อยๆเรียนรู้ ทำอะไรก็ตาม เล้งต้องมองคนที่ทำมาก่อน แล้วให้นึกถึงคนที่จะมาทีหลังเล้งด้วย
เล้งเพิ่งหัดเล่น แล้วถ้าวันนี้เล้งเก่งเหมือนเซียนหมากรุกที่เขาเล่นมา 20-30 ปี มันจะเป็นไปได้เหรอ แล้วเล้งคิดดู
ถ้าวันหน้าเล้งเล่นไป20 ปี แล้วมีเด็ก 10 ขวบเพิ่งหัดเล่น มาเล่นชนะเล้งในตอนนั้น เล้งจะรู้สึกยังไง
/ จำเอาไว้ คนที่เรียนรู้มาก่อนย่อมต้องมีอะไรที่เหนือกว่า และคนที่ตามมาทีหลังก็ต้องบางอย่างที่ด้อยกว่า
อย่างน้อยก็คือ……………………ประสบการณ์
คืนนั้นเขานอนหลับไม่สนิท ด้วยความขุ่นมัวและกระวนกระวายในจิตใจ
จากกระดานหมากรุก
เช้าวันต่อมาที่โต๊ะอาหาร
+ อั๊วว่า ที่ป๊าไม่ไปเล่นกับคนอื่น เพราะป๊ากลัวแพ้
ชอบมาเล่นกับอั๊วเพราะเห็นอั๊วเล่นไม่ค่อยเป็น ป๊าจะได้ชนะทุกกระดาน
/ ชนะเล้ง แล้วป๊าได้อะไร
+ ได้แกล้งอั๊ว ไม่งั้นทำไมไม่เห็นป๊าไปเล่นกับคนอื่นเลย
/ ……..กินข้าวเถอะ……… เดี๋ยวกับข้าวเย็นแล้วจะไม่อร่อย
อีกสักพักหนึ่ง ซึ่งจวนจะจบมื้อเช้านี้แล้ว
+ ป๊า……อั๊วเคยอ่านหนังสือมา เขาบอกว่าคนจีนงกวิชา
ชอบเก็บความรู้ไว้คนเดียวจนบางทีตายไปกับตัว
/ ……ยังไงอีก……
+ ลูกตัวเองบางทียังไม่สอนเลย บางคนก็สอนลูกรักแค่คนเดียว ลูกที่เหลือไม่สนใจ
เลือกที่รักมักที่ชัง วิชาหลายๆอย่างก็เลยตายไปพร้อมกับคนที่รู้….
ทั้งเรื่องอาหาร….เรื่องยา….. แล้วก็อีกเยอะแยะ จริงหรือเปล่าป๊า
/ เล้ง…….สิ่งที่เล้งรับรู้มาน่ะไม่ผิด…… แต่มันไม่ถูกทั้งหมดหรอก….
บางที…….มันก็มีเหตุผลเหมือนกัน
/ คนจีนน่ะ เขาจะไม่ถ่ายทอดวิชากันง่ายๆ
เพราะถ้ามันถ่ายทอดกันได้ง่ายๆ คนที่ได้รับก็อาจไม่รู้คุณค่า
/ อีกอย่าง สมัยก่อนเมืองจีน บ้านเมืองยังไม่เป็นปึกแผ่น
ผู้คนแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า แต่ละชนเผ่าก็มีความรู้หรือวิชาในกลุ่มของตัวเอง
เขาจะไม่ให้วิชาความรู้ของชนเผ่าตัวเองรั่วไหลไปให้คนอื่นหรอก….
เพราะบางทีมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้
/ และเขาถือว่า……วิชาอะไรก็ตามที่มีคุณอนันต์ ในทางกลับกัน มันจะมีโทษมหันต์
เพราะประโยชน์หรือโทษมันไม่ได้อยู่ที่ตัววิชา………. มันอยู่ที่ตัวคน
/ พูดง่ายๆว่า วิชาความรู้น่ะมีค่า แต่คนที่จะได้รับถ่ายทอดนั้น มีคุณค่าเพียงพอต่อความรู้นั้นหรือเปล่า
แล้วถ้าคนได้รับการถ่ายทอดเอาไปใช้อย่างไม่เหมาะสม หรือไม่รู้คุณค่า
เจ้าของวิชานั่นแหละ……………จะมัวหมองและมีมลทิน
เล้งได้รับคำตอบ……..แต่ยังไม่สบอารมณ์
+ป๊าก็เหมือนกันแหละ
/ เหมือนยังไง
+………..งกวิชา……… อั๊วเป็นลูกป๊ายังไม่ยอมสอนเลย
/ สอนอะไร
+ สอนเดินหมากรุก……. ให้อั๊วเก่งเหมือนป๊า……เป็นเซียนหมากรุก
/ ใครบอกเล้ง……..ว่าป๊าเป็นเซียนหมากรุก
+ อาเจ็ก………..แต่บอกว่าป๊าเลิกเล่นมาเกือบสิบปีแล้ว……..
/ ……..แล้วบอกอะไรอีก
+ บอกแค่นี้แหละ…….แล้วทำไมป๊าเลิกเล่นอ่ะ
/ ……รีบกินเถอะ……. เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย
พ่อของเล้งเลี่ยงการตอบคำถามของเขา
หลังจากที่เล้งเคยเลียบๆเคียงๆถามอยู่ 2-3 หน
จากนั้น เล้งก็ไม่ได้สนใจจะถามอีก
เขาคิดแค่ว่า……..มันคงไม่มีอะไรมาก……แต่คงไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเลย
แล้ว………คืนวันก็ผันผ่าน วันแล้ว วันเล่า กระดานแล้ว กระดานเล่า
+ ทำไมอั๊วไม่เคยเดินชนะป๊าสักทีอ่ะ
/ ก็ป๊ารู้ว่าลื๊อคิดยังไง แต่เล้งรู้หรือเปล่า ว่าป๊าเดินแต่ละหมากป๊าคิดยังไง
ลื๊อจะชนะป๊าได้ จะไม่ใช่เพราะเดินหมากเก่งกว่า
แต่นั่นหมายถึงเล้งต้องอ่านเกมป๊าออก แล้วเดินในหมากที่ป๊าอ่านลื๊อไม่ออก
และอย่าลืม……ในการแข่งขัน………..ต่างคนต่างอ่านใจและหมากซึ่งกันและกัน
+ แต่ อั๊วคิดง่ายๆว่า ถ้าหมากอั๊วกินหมากป๊าได้เยอะๆ อั๊วก็น่าจะชนะได้เหมือนกัน
/ เล้งมองตื้นๆ ป๊าเดินให้เล้งกินตั้งหลายตัว เล้งก็เห็น สุดท้ายเล้งก็แพ้อยู่ดี
+ อั๊วคิดว่าป๊าสอนอั๊วไม่หมด……. ป๊ากลัวอั๊วเก่งกว่าป๊า
แล้วชอบเดินหมากมาหลอกให้อั๊วกิน
/ ป๊าไม่ได้หลอก เล้งเดินมากินเอง เพราะเล้งคิดอย่างที่เล้งเข้าใจ….. ไม่กินก็ไม่ชนะ
/ เล้งค่อยๆคิดดู…….จะกินหมากคู่ต่อสู้ เล้งวางแผนไว้ก่อนหรือเปล่า
ถ้าไม่ได้วางแผนไว้แล้วเล้งไปกิน มันก็มีแค่ 2 อย่าง
เล่นกับหมู ก็คือ เค้าเผลอ เล่นกับเซียน ก็คือ เค้าหลอกให้กิน มีแค่นี้แหละ
/ อั๊วสอนเล้งให้เล่นหมากรุกเป็นได้ แต่สอนให้เป็นเซียนไม่ได้ อันนั้น เล้งต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง
/ แล้วเล้งจำไว้อย่าง. ….
คำว่า…. เซียน… ไม่ใช่ให้ใครเอามาใช้เรียกตัวเอง
แล้วไม่ใช่ให้คนทั่วๆไปมายกย่องแล้วก็เป็นได้
จะได้เป็นเซียนในด้านไหน…….ต้องได้รับการยอมรับจากเซียนในวงการนั้นเท่านั้น………
ความคิดเห็นที่ 10
ความคิดเห็นที่ 10
หลายเดือนต่อมา
วันนั้น เล้งเล่นแพ้ไปสัก 4-5 กระดานแล้ว และเริ่มหงุดหงิดแกมเบื่อ
+ อั๊วชักเบื่อเล่นหมากรุกกับป๊าแล้ว……. วันหลังอั๊วจะไม่เล่นอีกแล้ว
/ เล่นอีกตาๆ …………. แล้วไปกินข้าวกัน
กระดานต่อมานี้ พ่อจะดูเหมือนอ่านหมากเล้งไม่ขาด
ทั้งๆที่เล้งก็เดินหมากด้วยความมุทะลุ แต่แล้วเล้งก็ได้รุกฆาต
และชนะพ่อไปแบบเฉียดฉิว
ตอนนั้นเล้งเข้าใจว่า พ่อแพ้เพราะใจพ่อไม่นิ่งหรือเผลอเรอ
เนื่องจาก เห็นความมุ่งมั่นอันตึงเครียดของเขา
/ ……….ป๊าแพ้แล้ว……วันนี้พอแค่นี้ก่อน
+ ป๊าอย่าเพิ่งเลิกดิ……. อั๊วเพิ่งชนะแค่กระดานเดียวป๊าก็เลิกแล้ว
ป๊ากลัวแพ้อั๊วหลายๆกระดานอั๊วรู้
พ่อได้แต่ยิ้มน้อยๆ แล้วบอกว่า
/ ..พอแล้ว…… พอแล้ว………. ได้เวลากินข้าวแล้ว
+ ป๊าไม่ต้องเอาเรื่องกินข้าวมาอ้าง ………ป๊ากลัวแพ้อีก………อั๊วรู้
เหตุการณ์บนกระดานหมากรุกยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปี
แล้วเล้งก็มักจะชนะพ่อได้ในกระดานสุดท้ายเสมอๆ
หลังจากที่แพ้มาตลอดในกระดานต้นๆ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือ
……………คำพูดพร่ำบ่นบนกระดาน…….
ประโยคแล้ว ประโยคเล่า ประโยคเก่าๆ ความหมายเดิมๆ
วนเวียนมา แล้วเวียนวนไป ซ้ำแล้วซ้ำอีก
เขาแค่คิดว่า พ่อบ่นได้ก็บ่นไป ส่วนตัวแล้ว ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่
เพราะเมื่อพ่อเริ่มพูดคำแรก เล้งก็นึกไล่ไปจนจบคำสุดท้ายแล้ว
ยกเว้นบางที ก็มีประโยคใหม่ๆ เริ่มแปร่งหูเข้ามาเพิ่มเติมบ้าง
+ กระดานนี้ อั๊วแพ้อีกแล้วอ่ะ …………..ตั้งใหม่ๆ
/ หมากรุกแพ้ ลื้อตั้งกระดานเล่นใหม่ได้……..แต่บางอย่างต้องระวัง
เพราะบางอย่างมันเริ่มต้นใหม่ไม่ได้
+ ป๊าบ่นอะไรของป๊า…………..เอ้า…………..ตาป๊าเดินแล้ว
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี และหลายปีผ่านไป
เล้งก็มีโอกาสเดินหมากรุกกับพ่อ น้อยลงๆๆ
พ่อมีภาระหน้าที่การงานมากขึ้น
ส่วนเล้งก็มีกิจกรรมต่างๆมากมายที่ดึงเวลาไปในช่วงวัยรุ่น
แล้วกาลเวลาก็ทำหน้าของมัน……แปรสภาพเด็กคนนี้
จากนักเรียน……………….กลายมาเป็น………..นักศึกษา
จากนักกีฬาสนาม………. กลายมาเป็น………..นักกีฬาหมากกระดาน
และสุดท้าย
จากคนทำงาน……………กลายมาเป็น………..นักลงทุน
………….ในช่วงแรกที่ก้าวเข้ามาในตลาดหุ้น เขาได้สูญเงินเป็นจำนวนมากจากการเล่นหุ้น
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรยากเย็น คงเหมือนกับซื้อขายสินค้าทั่วๆไป
ที่เขาคุ้นเคย….ซื้อถูกมาขายแพง ตามประเพณีการค้าขาย … แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด
เขาตกอยู่ในภาวะเครียดจัดและได้ก็ปรึกษาเรื่องนี้กับคนรู้จักหลายคนๆ …… แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น
เล้งจึงได้ระบายเรื่องนี้ให้พ่อของเขาฟัง ทั้งๆที่รู้ว่าพ่อนั้นไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย
/ เล้ง……ทำไมลื้อวางเดิมพันกับเกมที่ตัวเองไม่ถนัดด้วยวงเงินที่สูงอย่างนั้น
ตอนเด็ก… ป๊าเคยถามตอนเล่นหมากรุกว่า…….พนันกันด้วยเงินเท่าค่าขนมไปโรงเรียนไม๊
ถ้าแพ้เล้งอดค่าขนม ถ้าชนะป๊าให้สองเท่า….เล้งยังไม่ยอมเลย
+ ก็ตอนนั้นอั๊วรู้ว่า…………กำลังเล่นกับเซียนนี่
/ แล้วที่ลื้อเจออยู่นี่มันสนามแข่งหมูเหรอ………..เขาว่ามันเหมือนถ้ำเสือเชียวนา
+ แหมป๊า………..ไม่เข้าถ้ำเสือ แล้วจะได้ลูกเสือเหรอ
/ แต่ถ้าลื้อไม่รู้วิธีจับเสือ……แล้วยังไปเข้าถ้ำเสือ นอกจากไม่ได้ลูกเสือแล้ว
ลื้อยังจะถูกแม่เสือคาบไปเป็นอาหารเย็นให้ลูกเสืออีกน่ะสิ
/ ป๊าเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเซียนในวงการหมากรุกให้เล้งฟังละกัน
แต่มันอาจไม่เหมือนกับวงการหุ้นหรอกนะ…….. แต่ฝากให้ลื้อเอาไปคิดต่อเอง
/ ในวงการหมากรุก เซียนที่ รู้มือรู้เหลี่ยมกันดี ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเล่นกินกันเอง
ยิ่งในละแวกเดียวกัน ไม่ต้องพูดถึง ใครมือระดับไหน ใครเล่นกับใครได้ เล่นกับใครไม่ได้
ในถิ่นเดียวกัน………… มันรู้ถึงกันหมด
/ เซียนที่เป็นนักพนันน่ะ เขาเลยต้องออกเดินสาย ไปท้าพนันกับนักเล่นต่างถิ่น เล่นไปไม่นาน
ก็ต้องย้ายที่ไปเรื่อยๆ เพราะ ถ้าไปเจอหมู หลอกกินเขาได้ไม่นาน เสียบ่อยๆ เขาก็เริ่มสงสัย
พอรู้ว่าเป็นเซียนมาจากที่อื่น…เขาสู้ไม่ได้… เขาก็เลิกเล่นด้วย
/ แต่บางที…………. เซียนเดินสาย….ดันไปเจอกับ…เซียนเหยียบเซียน
มีคนหนึ่งเป็นเซียน……ลักษณะที่ว่านี้………อยู่แถวสวนพลู
คนนี้เหนือมาก…. ทุกตาที่เล่น ทุกก้าวที่เดิน เขาจะเดินหมากแบบชนิดที่ว่าเรียบๆ ง่ายๆ
มีแพ้บ้างชนะบ้าง สลับกันไป แต่ไม่ว่าแพ้หรือชนะ จะสูสีมาก เฉือนกันแค่ก้าวสองก้าว
หลายๆกระดานออกเสมอ
/ คนเล่นด้วยไม่ว่าใครหน้าไหน อยู่ถิ่นเดียวกันหรือมาจากต่างถิ่น
จะไม่รู้สึกเลยว่าหมอนี่เป็นเซียน แล้วจะรู้สึกเหมือนกันหมดว่า
ที่ตัวเองชนะตอนแรกมาจากฝีมือตัวเอง
แต่ที่แพ้ในกระดานหลังๆ มาจากที่ เดินไม่ระวัง
แล้วก็เสียเดิมพันเยอะหน่อย เมื่อเทียบกับกระดานต้นๆ
.. ก็แค่นั้น… ไม่เคยเสียหมดตัวแต่ก็ไม่เคยได้เงินกลับบ้าน
/……….แล้วคนนี้แหละก็คือ……………คนที่สอนป๊าเล่นหมากรุก
เขาบอกว่า หมากรุกมันเรียบง่าย แต่ความซับซ้อนมันอยู่ในจิตใจ
บังคับหมากน่ะมันง่ายๆ ………เอามือจับหมากเดินก็จบ
แต่บังคับจิตใจตัวเองนี่สิ……….. ยากกว่ากันเยอะ
/ เขาสอนป๊าว่า…………เซียนที่แท้น่ะ ไม่ได้เดินหมากบนกระดานนะ……..
+ ตลกแล้วป๊า ……ไม่เดินหมากบนกระดาน…….แล้วไปเดินหมากบนเสื่อเหรอ
/ ไม่ใช่อย่างนั้น…..เขาสอนป๊าว่า………จะต้องเดินหมากบนหัวใจของคู่ต่อสู้
+ ไม่เข้าใจอ่ะ
/ เดินหมากในรูปแบบ……. ที่ทำให้หมากฝ่ายตรงข้ามถูกบังคับเดิน
+ ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี…….. หมากอีกฝ่ายก็ต้องเดินได้อย่างอิสระตามใจคนเล่นไม่ใช่เหรอ
/ นั่นแหละๆ…..การเดินหมากที่ทำให้ฝ่ายตรงข้าม คิดว่าตัวเองเดินได้อย่างอิสระ
เลือกเดิน เลือกกินตามความสมัครใจของตัวเองนี่แหละ …………ลึกซึ้งที่สุดแล้ว
/ เดินโดยไม่รู้ว่าถูกบังคับ……..กินฝ่ายตรงข้ามโดยไม่รู้สึกว่าถูกหลอก
แพ้โดยที่รู้สึกแค่ว่าตัวเองเดินไม่ระวังหรือแค่เผลอไผล และไม่รู้สึกว่าคู่แข่งที่เล่นอยู่เป็นเซียน
+ อือม์………….ยังไงต่อ
/ ก็เท่านี้แหละ……เพราะป๊าเชื่อว่า…. ลื้อกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้
เล้ง เก็บเอามาคิดอยู่หลายคืน… ว่าทำไมพ่อวกมาพูดเรื่องหมากรุกอีก… ทั้งๆที่เขากำลังเครียดเรื่องหุ้น
แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไร… เพราะตัวเองก็ไม่ได้คาดหวังคำแนะนำจากพ่อในเรื่องหุ้น……ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
แต่แล้วเขาก็นำสิ่งที่พ่อพูด………………กลับมาทบทวนอีกครั้ง
ควบคู่กันกับการนึกย้อนถึง……………..สิ่งที่เขาพบมาในตลาดหุ้น นับตั้งแต่เริ่มต้น
แล้วเขาก็พบกับ………..แสงสว่าง ………………จากคำพูดของพ่อ
ตอนนี้เขารู้สึกตัวแล้วว่า ………….เขากำลังตกอยู่ในวงล้อมของเซียน
เขาเห็นเซียนด้านต่างๆ ตลอดเส้นทางการเล่นหุ้นของเขา
เขาก้าวเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ด้วยความเชื่อที่มาจากการชี้นำของ
….เซียนด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด…..ที่คอยสร้างภาพแห่งความโปร่งใส
….. บริสุทธิ์ ยุติธรรม ให้กับการลงทุนในตลาดหุ้น
เขาอ่านงบการเงิน ที่ทำออกมาจากมือของเซียนด้านบัญชีและการเงิน
……ซึ่งแม้แต่เซียนด้วยกัน………………… บางทียังหลงกล
เขาดูกราฟและใช้เครื่องมือทางเทคนิค ต่อสู้อยู่กับ เซียนด้านเทคนิค
……ที่มีความพร้อมกว่าทั้ง เครื่องมือ โปรแกรม และเทคนิคล่อลวงอันแพรวพราว
เขากำลังอ่านข่าวสารและรับรู้ข้อมูลที่ปล่อยออกมาจากเซียนที่ใช้สื่อเป็นอาวุธ
……ผ่านตามสื่อต่างๆ ทั้งในรูปแบบของสื่อสารมวลชนและบทวิเคราะห์ต่างๆ
เขากำลังใช้เงินทุนของตัวเองต่อสู้กับเซียนอื่นๆ ที่มีเงินทุนอันมากมายมหาศาล
ที่สำคัญ…………………… เขากำลังเผชิญหน้ากับเซียนทั้งหมดนี้พร้อมๆกัน
และ ยิ่งไปกว่านั้น ….. เซียนบางกลุ่มยังมีการร่วมมือกันในเบื้องหลังอีกด้วย
โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบน กระดานหุ้นอิเลคทรอนิคส์…….อันพริ้วไหว……ที่อยู่ต่อหน้าเขานั่นเอง
ซึ่งเขา……………………ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย
เขาพบแล้วว่า….กระดานหุ้นนี้มันลึกซึ้งและซับซ้อนกว่ากระดานหมากรุกที่เขาคุ้นเคยนัก
แต่ที่ผ่านมา…….ทำไมเขาใช้เวลาในการตัดสินใจเดินหมากในกระดานหุ้น
…….รวดเร็วเหลือเกิน…………ในแต่ละก้าว
เขานึกย้อนกลับไปทบทวนอีกครั้งว่า……เวลาเดินหมากรุกบนกระดานเล็กๆ
เขาใช้เวลาครุ่นคิดบางกระดาน นานนับชั่วโมง ทั้งๆที่ ก็ไม่ได้มีเดิมพันอะไร
……….มุ่งหวังที่ผล แพ้-ชนะ เท่านั้น………
แต่กับการตัดสินใจซื้อหุ้นเต็มวงเงินของพอร์ต เขากลับใช้เวลาคิดแค่ชั่วแล่น
ทั้งๆที่ผลของมันอาจกระทบต่อฐานะทางการเงินของเขาได้อย่างมากมาย
เขาสำนึกแล้วว่า……………..เขาได้ประมาทต่อการเดินหมากบนกระดานนี้เพียงใด
อีกนานแรมปี นับจากวันนั้น
กว่าที่เขาจะสามารถปรับสมดุลของการใช้เวลา
เพื่อกลั่นกรองข้อมูลสำหรับใช้ในการตัดสินใจ
ตลอดจนพัฒนารูปแบบการเดินหมากบนกระดานหุ้น
ให้เหมาะสมและลงตัว อย่างที่เคยทำได้ในกระดานหมากรุก
เหมือนครั้งที่เป็นแชมป์กีฬามหาวิทยาลัย
หลังจากทำความสะอาดกล่องหมากรุกและนำเก็บเข้าที่เดิมแล้ว
เล้งได้ทบทวนอดีต………นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่พ่อพยายาม
ปลูก-ฝัง-เพาะ-บ่ม-อบ-รม-เคี่ยว-เข็น-ผลัก-ดัน
…………………. ผ่านมาทางกระดานหมากรุก
เขาซาบซึ้งแล้วว่า……… คำพร่ำบ่นบนกระดาน…….ของพ่อมีค่าแค่ไหน
นึกถึงบางประโยคที่พ่อคอยเน้นย้ำ
เพื่อชี้นำให้ชีวิตเขาเดินมาอย่างมีทิศทาง
/ หมากรุก………จะเดินให้ชนะ……ยังต้องคิด
…หมากชีวิต…….ถ้าไม่คิด…………….จะเดินให้ชนะได้อย่างไร
นึกถึงตอนเด็กที่เคยสงสัยว่า ทำไม พ่อถึงยอมแพ้ให้เขาในกระดานสุดท้าย
นึกถึงตอนที่เขาเข้าใจสิ่งนี้ได้เอง ในอีกหลายปีต่อมา
ว่าเป็น เพราะ พ่อกลัวว่าถ้าเขาแพ้ตลอด เขาจะเบื่อและอาจเลิกเล่นหมากรุกไปเลย
แต่ถ้าปล่อยให้เขาชนะเรื่อยๆ
มันก็ไม่มีอะไรท้าทายให้เขาเล่นต่อและจะคิดว่า
ไม่มีอะไรต้องเรียนรู้จากมันอีกแล้ว
นึกถึงพ่อของเขาที่ไม่เคยยึดติดกับสีของหมากอย่างที่เซียนหลายๆคนเป็น
เวลาเล่นกับเขาจะเลือกใช้หมาก…..สลับสี….ไปมา
บางครั้งเดินด้วยหมากสีแดง บางครั้งเดินด้วยหมากสีเขียว
ดังนั้น ภาพที่ปรากฏบนกระดานหมากรุก ที่ผ่านสายตาของเขาอย่างชินตา ก็คือ
….เดี๋ยวหมากสีแดงก็ชนะหมากสีเขียว……เดี๋ยวหมากสีเขียวก็ชนะหมากสีแดง…..
/ เล้ง….. ตัวหมากแดงและหมากเขียวน่ะ มันไม่เคยแพ้ชนะกันเด็ดขาดหรอก
เกมหมากรุกมันไม่เคยจบ ตัวหมากทั้งสองสียังคงอยู่เหมือนเดิม
เพียงแต่คนเล่นเท่านั้นเอง……………ที่เปลี่ยนหน้าไป
บางครั้ง……….เขาเองก็ยังเคยคิดเล่นๆ ว่า……
แท้จริงแล้ว เขาเองก็เป็นหมากตัวหนึ่งบนกระดานชีวิตของพ่อ…… ที่พ่อรักและหวงแหนมาก
เดินหมากตัวนี้ด้วยความระมัดระวัง หลังจากเคยสูญเสียหมากสำคัญไปครั้งหนึ่ง
เล้งเพิ่งทราบความจริง ในสิ่งที่เคยสงสัย จากอาของเขาเมื่อไม่กี่ปีมานี้
สำหรับเรื่องที่พ่อของเล้งเลิกเล่นหมากรุก……..แล้วมาเริ่มเล่นใหม่อีกครั้งกับเขาเพียงคนเดียว
ทำให้เขายิ่งตระหนักว่า…………..พ่อรักและหวังดีกับเขาเพียงใด
เพราะการ เดินหมากรุกแต่ละก้าวกับเขา
มันจะทำให้พ่อต้องเจ็บปวดกับอดีตที่ผุดขึ้นมาตอกย้ำ……………แต่พ่อก็ยอม
อาของเล้ง เล่าให้ฟังว่า
* เฮียเขาเป็นเซียนหมากรุก สมัยก่อน ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องไปร้านกาแฟที่ปากซอย
เล่นหมากรุกเอาแค่ค่ากาแฟกับปาท่องโก๋
เพราะในย่านเดียวกันไม่มีใครกล้ามาพนันเงินด้วยแล้ว
* แต่มีอยู่วันหนึ่งมีเซียนต่างถิ่น มาท้าแข่ง
วางเดิมพันกันด้วย มีทั้งจับวงนอก เล่นวงในอยู่หลายกลุ่มของทั้งสองฝั่ง
ตกลงกันว่า……เล่นกระดานเดียว….. แล้วไม่จำกัดเวลา
*เฮียเขาเองเดิมพันไม่เยอะพอสนุกๆ
แต่คนอื่นที่ถือหางนี่ ทุ่มกันหนักหน่อย
เพราะเห็นว่าเล่นแค่กระดานเดียว
ตอนนั้นเจ็กอยู่ในร้านกาแฟด้วย ดูอยู่แค่ครึ่งชั่วโมง
สักพักเจ็กก็กลับมาที่ร้านแล้วขับรถไปส่งของให้ลูกค้า
* ตอนหลัง มารู้ว่า เฮียเขาเล่นติดพันอยู่สักชั่วโมงนึงได้
แล้ว อาม้าของเล้งก็มาตามให้ขับรถไปส่งของให้ลูกค้าอีกเจ้า
แต่ป๊าของเล้ง เกี่ยงว่าให้รออีกเดี๋ยว …… ขอเล่นให้จบก่อน
* รออีกครึ่งชั่วโมง อาม้าลื้อ ก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ
อาป๊าลื้อเลยคิดว่าคงไม่มีอะไรด่วนมาก…… เลยเดินหมากต่อด้วยความเย็นใจ
* แต่จริงๆแล้ว อาม้าลื้อขับรถไปส่งของเอง ทั้งๆ ที่ยังขับรถไม่แข็ง
แต่เพราะต้องการจะไปเก็บเงินค่าสินค้าเดิมที่ครบกำหนดด้วย
* พอดีลูกค้าเขาโทรมาอีกที บอกว่ารอได้ไม่นาน
เพราะตัวเถ้าแก่กับเถ้าแกเนี้ยมีธุระด่วนกำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน
อาม้าลื้อเขาห่วงว่า เดี๋ยวจะหมุนเงินในร้านไม่ทัน ก็เลยรีบไป
* หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมง เด็กที่ร้านไปกระซิบที่หู บอกเฮียที่กำลังเดินหมากอยู่ว่า…..
……… อาซ้อขับรถชนกับรถหกล้อ………ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล……
* ตอนนั้นหมากกำลังสูสี แต่เฮียเขาทิ้งกระดานกลางคันไม่ได้
เพราะนักพนันมันล้อมวงอยู่เต็มร้าน
แต่แล้วอีกไม่ถึง 10 นาที….เซียนฝ่ายตรงข้ามก็รุกฆาต….แล้วเฮียเขาก็แพ้
ตอนนั้นคนในวงพนันยังไม่รู้เรื่อง
บางคนยังด่าไล่หลังว่า…….ทำพวกเขาเสียเงินไปเยอะ
*แล้วเฮียเขาก็รีบไปโรงพยาบาล ….. แต่ไม่ทัน…… อาม้าลื้อสิ้นลมก่อน
* ช่วงงานศพ วันทั้งวัน อาป๊าลื้อนั่งนิ่ง บางช่วงก็น้ำตาไหล ไม่พูดจากับใคร
พึมพำอยู่แต่ว่า………………………………………………….แพ้ทั้งสองกระดานๆ
*แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจนะ เพราะคนที่อยู่ในวงพนันนก็ยืนยันตรงกันว่า
เฮียเขาเล่นกับเซียนต่างถิ่นแค่………………………………..กระดานเดียว
เราอาจจะมีชีวิตอยู่ในวันนี้…………………………….. ด้วยความหวังของวันพรุ่งนี้
แต่จะไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ…………………………. ท่ามกลางการแข่งขันในสังคม

เขาเพ่งมองอยู่นานด้วยความผูกพัน….
จากนั้น…
ก็ค่อยๆดึงฝากล่องออกแล้วก็พบกับกระดาษแผ่นพับสีขาวหม่นที่ตามขอบมีรอยวิ่น พอหยิบกระดาษแผ่นพับนั้นออกมา ก็มองเห็นตัวหมากที่แกะจากไม้สีน้ำตาลอ่อนที่ ถูกคว้านผิวหน้าเป็นร่องลึกลงไปกลายเป็นตัวอักษรจีน …… ในรูปลักษณ์ต่างๆ มากมาย ตัวหมากครึ่งหนึ่งถูกแต้มด้วย………………….สีแดง
ตัวหมากอีกครึ่งหนึ่งถูกแต้มด้วย…………….สีเขียว

ขณะที่สายตาเขาเพ่งมองตัวหมากที่มีสภาพคล้ำหม่นนั้น…………….. และแล้วเขาก็ตกอยู่ในภวังค์ เหตุการณ์ในอดีตและภาพในปัจจุบันเกิดการทับซ้อนสลับไปสลับมา ในห้วงความคิดคำนึงของเล้ง ภาพความทรงจำ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงตรุษจีนเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้วกลับเฉิดฉายอีกครั้งเหมือนหนังกลางแปลง เขาเห็นภาพเด็กคนหนึ่งซึ่งขณะนั้นยังเป็นเด็ก…………………..แต่ในปัจจุบันนี้กำลังเข้าสู่วัยกลางคน มองเห็นสายตาคู่หนึ่ง……………. ซึ่งขณะนั้นกำลังไตร่ตรองกระดานหมากรุกแต่ปัจจุบันนี้…………..กำลังตรวจตรากระดานหุ้นอิเลคทรอนิคส์

ตรุษจีนปีนั้นเป็นช่วงที่เล้งปิดเทอมแล้ว และพ่อก็หยุดทำงานเนื่องจากเทศกาลดังกล่าว ตอนนั้นเล้งอายุได้ประมาณ 10 ขวบ ตอนบ่าย อยู่ๆ พ่อของเล้งก็หยิบเอากล่องหมากรุกจีนมาวางบนโต๊ะ แล้วเรียกเล้งเข้าไปหา

/ เล้ง…….. อยู่ว่างๆ มาเล่นหมากรุกจีนกับป๊าหน่อย
+ เล่นไม่เป็น อั๊วเล่นเป็นแต่หมากฮอส……… ป๊าเล่นหมากฮอสกับอั๊วละกัน
/ หมากฮอสมันไม่สนุก
+ หมากรุกจีนอั๊วไม่เคยเล่นอ่ะ
/ เดี๋ยวป๊าสอนให้ …..แป๊บเดียวก็เล่นเป็น
+ ก็ได้

เล้งตอบไปแบบแกนๆ โดยภายในใจเขารู้ดีว่า เขาไม่ได้อยากเล่น

เพราะ ลำพังหมากรุกไทยก็ยังไม่เคยเล่นและก็ไม่เคยเห็นเพื่อนในวัยเดียวกันเล่นด้วย

เห็นแต่ผู้ใหญ่เขาเล่นกัน

นี่หมากรุกจีน มีตัวหมากเป็นภาษาจีน ที่เขาเองก็ อ่านไม่ออกสักตัว

คงจะยิ่งยากขึ้นไปอีก แต่ก็ตอบรับพ่อไปด้วยความเกรงใจ

/….. ตี่…  เหมือนกับฮ่องเต้  ถูกกินเมื่อไหร่  ถือว่า แพ้ทันที

สือ…  รูปเหมือน เครื่องบิน  เดินทะแยงได้เฉพาะในกรอบนี้

เฉีย…  หรือช้าง เดินได้เฉพาะจุดเหล่านี้

กือ… เหมือนเรือ ในหมากรุกไทย เดินตรง กินตรง

เบ้….   หรือ ม้า เหมือนในหมากรุกไทย เดินโขยกรอบตัว

เผ่า…  ทำหน้าที่คล้ายปืนใหญ่  เดินตรง  แต่ต้อง กินข้าม หมายถึง ต้องมีตัวคั่น 1 ตัว

จุก… เหมือนพลทหาร เดินทีละก้าวห้ามถอยหลัง ข้ามฝั่งแล้วถึงเลี้ยวซ้ายขวาได้

พ่ออธิบายตัวหมากและกติกาคร่าวๆให้เล้งฟัง

+ จำยากอ่ะ….

/  ค่อยๆเล่นเดี๋ยวก็จำได้หมด
พอเริ่มเดินหมากไปไม่กี่ก้าว

/  อ้าว…ทำไมเล้งเดินกือมาตรงนี้ล่ะ…….เผ่าป๊าอยู่ตรงนี้  กือจะโดนกินฟรีนะ

+ ก็อั๊วลืมไปอ่ะ…..  ว่าเผ่ามันกินข้ามตัวได้   เห็นว่ามีจุกขวางอยู่แล้ว

/  เล้ง…….เอากลับไปเดินใหม่  ลื้อต้องเรียนรู้กฏ และจดจำให้ขึ้นใจ

อีกสักพัก

/ อ้าว  แล้วเดินเบ้มาเฉยๆ  ทำไมตรงนี้

+ ก็ไม่รู้จะเดินตัวไหนอ่ะ

/  ลื๊อรู้ไม๊   เซียนหมากรุกที่เค้าเก่งๆน่ะ  เขานับก้าวเดินกันเลยนะ

บางทีแพ้หรือชนะ  เพราะเดินช้าหรือเร็วกว่ากันในหมากตัวสำคัญแค่ก้าวเดียว

เพราะฉะนั้น  ลื้ออย่าเดินหมากอย่างไม่มีจุดหมาย

เล้งต้องคิดให้ดีๆ ในทุกตาที่เล้งเดิน  ว่าจะเดินตัวไหน แล้วเดินเพื่ออะไร

+  ก็อั๊วไม่ใช่เซียนอ่ะ … เล่นไม่เป็น……  ไม่เคยเล่นด้วย

แล้วสักพัก

/  ……..กุน……

+ อะไรอ่ะ……ป๊า

/ กุน หมายถึง รุก……….  เล้งแพ้แล้ว…………..  เล่นใหม่ ๆ

วันนั้นเล้งเล่นแพ้ติดต่อกันอีกหลายกระดาน

จู่ๆ………    น้ำตาของเด็กน้อยก็ไหลออกมา

/ เฮ้ย   เล้งร้องไห้ทำไม   ตรุษจีน  เขาไม่ให้โศกเศร้า

+ ไม่เห็นสนุกเลย  เล่นยังไงก็แพ้ตลอด……  อั๊วไม่เล่นแล้ว

พ่อของเล้งร้องเสียงหลง  กับเหตุการณ์ที่เขาไม่คาดคิด

แล้วเล้งก็ลุกหนีไป

ต่อมาอีกหลายสัปดาห์  พ่อก็ชวนเล้งเล่นหมากรุกจีนอีก

/  ป๊าเล่นมายี่สิบปี ก่อนที่จะหยุดเล่นไป  ลื๊อเพิ่งเล่นหัดเล่นไม่กี่วัน  เล่นไปเรื่อยๆ

อีกหน่อยก็เก่งกว่าป๊า

พ่อพูดให้กำลังใจเล้ง  แต่เล้งตอบไปตามประสาเด็กแก่น  ที่เรียนเลขเก่ง

+ ป๊าไม่ต้องมาโกหกอั๊วหรอก  ต่อให้อั๊วเล่นอีกสิบปี   ป๊าก็เล่นไปอีกสิบปีเหมือนกัน

กลายเป็นอั๊วเล่นทั้งหมดสิบปี   ป๊าเล่นทั้งหมดสามสิบปี  ยังไงป๊าก็ต้องเก่งกว่าอั๊ว

แล้วพ่อก็หัวเราะในลำคอเบาๆ

/………ลื๊อนี่……..เถียงเก่งจริงๆ……

หลังจากวันนั้น พ่อของเล้งก็เอ่ยปากชวนเล้งเล่นหมากรุกจีน ทุกครั้งที่เห็นว่าเล้งอยู่ว่างๆ

เขาเริ่มรู้สึกสนุกเพิ่มขึ้นบ้าง เดินหมากได้คล่องขึ้น และแพ้ช้าลง

แต่ด้วยความเป็นเด็ก เล้งจะจดจำหมากที่เดินแพ้ได้อย่างฝังใจ

แล้วเขาจะไม่เดินหมากรูปแบบเดิม………ในสถานการณ์เดิมๆอีก

ซึ่งก็ได้ผล เพราะเขาไม่แพ้พ่อในรูปหมากแบบเดิม

แต่เขาก็ยังแพ้พ่อในรูปแบบอื่นๆ อีก…………….. ไม่รู้จักจบจักสิ้น

แล้วเขาก็เริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง

+ อั๊วเดินไม่ชนะป๊าซักที

/ เล้งต้องใจเย็นๆ ค่อยๆเรียนรู้ ทำอะไรก็ตาม เล้งต้องมองคนที่ทำมาก่อน แล้วให้นึกถึงคนที่จะมาทีหลังเล้งด้วย

เล้งเพิ่งหัดเล่น แล้วถ้าวันนี้เล้งเก่งเหมือนเซียนหมากรุกที่เขาเล่นมา 20-30 ปี มันจะเป็นไปได้เหรอ แล้วเล้งคิดดู

ถ้าวันหน้าเล้งเล่นไป20 ปี แล้วมีเด็ก 10 ขวบเพิ่งหัดเล่น มาเล่นชนะเล้งในตอนนั้น เล้งจะรู้สึกยังไง

/ จำเอาไว้ คนที่เรียนรู้มาก่อนย่อมต้องมีอะไรที่เหนือกว่า และคนที่ตามมาทีหลังก็ต้องบางอย่างที่ด้อยกว่า

อย่างน้อยก็คือ……………………ประสบการณ์

คืนนั้นเขานอนหลับไม่สนิท ด้วยความขุ่นมัวและกระวนกระวายในจิตใจ

จากกระดานหมากรุก

เช้าวันต่อมาที่โต๊ะอาหาร

+ อั๊วว่า ที่ป๊าไม่ไปเล่นกับคนอื่น เพราะป๊ากลัวแพ้

ชอบมาเล่นกับอั๊วเพราะเห็นอั๊วเล่นไม่ค่อยเป็น ป๊าจะได้ชนะทุกกระดาน

/ ชนะเล้ง แล้วป๊าได้อะไร

+ ได้แกล้งอั๊ว ไม่งั้นทำไมไม่เห็นป๊าไปเล่นกับคนอื่นเลย

/ ……..กินข้าวเถอะ……… เดี๋ยวกับข้าวเย็นแล้วจะไม่อร่อย

อีกสักพักหนึ่ง ซึ่งจวนจะจบมื้อเช้านี้แล้ว

+ ป๊า……อั๊วเคยอ่านหนังสือมา เขาบอกว่าคนจีนงกวิชา

ชอบเก็บความรู้ไว้คนเดียวจนบางทีตายไปกับตัว

/ ……ยังไงอีก……

+ ลูกตัวเองบางทียังไม่สอนเลย บางคนก็สอนลูกรักแค่คนเดียว ลูกที่เหลือไม่สนใจ

เลือกที่รักมักที่ชัง วิชาหลายๆอย่างก็เลยตายไปพร้อมกับคนที่รู้….

ทั้งเรื่องอาหาร….เรื่องยา….. แล้วก็อีกเยอะแยะ จริงหรือเปล่าป๊า

/ เล้ง…….สิ่งที่เล้งรับรู้มาน่ะไม่ผิด…… แต่มันไม่ถูกทั้งหมดหรอก….

บางที…….มันก็มีเหตุผลเหมือนกัน

/ คนจีนน่ะ เขาจะไม่ถ่ายทอดวิชากันง่ายๆ

เพราะถ้ามันถ่ายทอดกันได้ง่ายๆ คนที่ได้รับก็อาจไม่รู้คุณค่า

/ อีกอย่าง สมัยก่อนเมืองจีน บ้านเมืองยังไม่เป็นปึกแผ่น

ผู้คนแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า แต่ละชนเผ่าก็มีความรู้หรือวิชาในกลุ่มของตัวเอง

เขาจะไม่ให้วิชาความรู้ของชนเผ่าตัวเองรั่วไหลไปให้คนอื่นหรอก….

เพราะบางทีมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้

/ และเขาถือว่า……วิชาอะไรก็ตามที่มีคุณอนันต์  ในทางกลับกัน มันจะมีโทษมหันต์

เพราะประโยชน์หรือโทษมันไม่ได้อยู่ที่ตัววิชา……….  มันอยู่ที่ตัวคน

/ พูดง่ายๆว่า  วิชาความรู้น่ะมีค่า  แต่คนที่จะได้รับถ่ายทอดนั้น  มีคุณค่าเพียงพอต่อความรู้นั้นหรือเปล่า

แล้วถ้าคนได้รับการถ่ายทอดเอาไปใช้อย่างไม่เหมาะสม หรือไม่รู้คุณค่า

เจ้าของวิชานั่นแหละ……………จะมัวหมองและมีมลทิน

เล้งได้รับคำตอบ……..แต่ยังไม่สบอารมณ์

+ป๊าก็เหมือนกันแหละ

/ เหมือนยังไง

+………..งกวิชา……… อั๊วเป็นลูกป๊ายังไม่ยอมสอนเลย

/ สอนอะไร

+ สอนเดินหมากรุก…….   ให้อั๊วเก่งเหมือนป๊า……เป็นเซียนหมากรุก

/ ใครบอกเล้ง……..ว่าป๊าเป็นเซียนหมากรุก

+ อาเจ็ก………..แต่บอกว่าป๊าเลิกเล่นมาเกือบสิบปีแล้ว……..

/  ……..แล้วบอกอะไรอีก

+  บอกแค่นี้แหละ…….แล้วทำไมป๊าเลิกเล่นอ่ะ

/ ……รีบกินเถอะ…….  เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย

พ่อของเล้งเลี่ยงการตอบคำถามของเขา

หลังจากที่เล้งเคยเลียบๆเคียงๆถามอยู่ 2-3 หน

จากนั้น เล้งก็ไม่ได้สนใจจะถามอีก

เขาคิดแค่ว่า……..มันคงไม่มีอะไรมาก……แต่คงไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเลย

แล้ว………คืนวันก็ผันผ่าน วันแล้ว วันเล่า กระดานแล้ว กระดานเล่า

+ ทำไมอั๊วไม่เคยเดินชนะป๊าสักทีอ่ะ

/ ก็ป๊ารู้ว่าลื๊อคิดยังไง แต่เล้งรู้หรือเปล่า ว่าป๊าเดินแต่ละหมากป๊าคิดยังไง

ลื๊อจะชนะป๊าได้ จะไม่ใช่เพราะเดินหมากเก่งกว่า

แต่นั่นหมายถึงเล้งต้องอ่านเกมป๊าออก แล้วเดินในหมากที่ป๊าอ่านลื๊อไม่ออก

และอย่าลืม……ในการแข่งขัน………..ต่างคนต่างอ่านใจและหมากซึ่งกันและกัน

+ แต่ อั๊วคิดง่ายๆว่า ถ้าหมากอั๊วกินหมากป๊าได้เยอะๆ อั๊วก็น่าจะชนะได้เหมือนกัน

/ เล้งมองตื้นๆ ป๊าเดินให้เล้งกินตั้งหลายตัว เล้งก็เห็น สุดท้ายเล้งก็แพ้อยู่ดี

+ อั๊วคิดว่าป๊าสอนอั๊วไม่หมด……. ป๊ากลัวอั๊วเก่งกว่าป๊า

แล้วชอบเดินหมากมาหลอกให้อั๊วกิน

/ ป๊าไม่ได้หลอก เล้งเดินมากินเอง เพราะเล้งคิดอย่างที่เล้งเข้าใจ….. ไม่กินก็ไม่ชนะ

/ เล้งค่อยๆคิดดู…….จะกินหมากคู่ต่อสู้ เล้งวางแผนไว้ก่อนหรือเปล่า

ถ้าไม่ได้วางแผนไว้แล้วเล้งไปกิน มันก็มีแค่ 2 อย่าง

เล่นกับหมู ก็คือ เค้าเผลอ เล่นกับเซียน ก็คือ เค้าหลอกให้กิน มีแค่นี้แหละ

/ อั๊วสอนเล้งให้เล่นหมากรุกเป็นได้ แต่สอนให้เป็นเซียนไม่ได้ อันนั้น เล้งต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง

/ แล้วเล้งจำไว้อย่าง. ….

คำว่า…. เซียน… ไม่ใช่ให้ใครเอามาใช้เรียกตัวเอง

แล้วไม่ใช่ให้คนทั่วๆไปมายกย่องแล้วก็เป็นได้

จะได้เป็นเซียนในด้านไหน…….ต้องได้รับการยอมรับจากเซียนในวงการนั้นเท่านั้น………

หลายเดือนต่อมา

วันนั้น  เล้งเล่นแพ้ไปสัก 4-5 กระดานแล้ว    และเริ่มหงุดหงิดแกมเบื่อ

+ อั๊วชักเบื่อเล่นหมากรุกกับป๊าแล้ว…….   วันหลังอั๊วจะไม่เล่นอีกแล้ว

/  เล่นอีกตาๆ …………. แล้วไปกินข้าวกัน

กระดานต่อมานี้  พ่อจะดูเหมือนอ่านหมากเล้งไม่ขาด

ทั้งๆที่เล้งก็เดินหมากด้วยความมุทะลุ  แต่แล้วเล้งก็ได้รุกฆาต

และชนะพ่อไปแบบเฉียดฉิว

ตอนนั้นเล้งเข้าใจว่า   พ่อแพ้เพราะใจพ่อไม่นิ่งหรือเผลอเรอ

เนื่องจาก เห็นความมุ่งมั่นอันตึงเครียดของเขา

/  ……….ป๊าแพ้แล้ว……วันนี้พอแค่นี้ก่อน

+ ป๊าอย่าเพิ่งเลิกดิ…….   อั๊วเพิ่งชนะแค่กระดานเดียวป๊าก็เลิกแล้ว

ป๊ากลัวแพ้อั๊วหลายๆกระดานอั๊วรู้

พ่อได้แต่ยิ้มน้อยๆ  แล้วบอกว่า

/ ..พอแล้ว…… พอแล้ว……….  ได้เวลากินข้าวแล้ว

+ ป๊าไม่ต้องเอาเรื่องกินข้าวมาอ้าง ………ป๊ากลัวแพ้อีก………อั๊วรู้

เหตุการณ์บนกระดานหมากรุกยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปี

แล้วเล้งก็มักจะชนะพ่อได้ในกระดานสุดท้ายเสมอๆ

หลังจากที่แพ้มาตลอดในกระดานต้นๆ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือ

……………คำพูดพร่ำบ่นบนกระดาน…….

ประโยคแล้ว  ประโยคเล่า  ประโยคเก่าๆ ความหมายเดิมๆ

วนเวียนมา  แล้วเวียนวนไป ซ้ำแล้วซ้ำอีก

เขาแค่คิดว่า  พ่อบ่นได้ก็บ่นไป  ส่วนตัวแล้ว ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่

เพราะเมื่อพ่อเริ่มพูดคำแรก   เล้งก็นึกไล่ไปจนจบคำสุดท้ายแล้ว

ยกเว้นบางที  ก็มีประโยคใหม่ๆ   เริ่มแปร่งหูเข้ามาเพิ่มเติมบ้าง

+  กระดานนี้ อั๊วแพ้อีกแล้วอ่ะ …………..ตั้งใหม่ๆ

/ หมากรุกแพ้  ลื้อตั้งกระดานเล่นใหม่ได้……..แต่บางอย่างต้องระวัง เพราะบางอย่างมันเริ่มต้นใหม่ไม่ได้

+ ป๊าบ่นอะไรของป๊า…………..เอ้า…………..ตาป๊าเดินแล้ว

จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี  และหลายปีผ่านไป

เล้งก็มีโอกาสเดินหมากรุกกับพ่อ  น้อยลงๆๆ

พ่อมีภาระหน้าที่การงานมากขึ้น

ส่วนเล้งก็มีกิจกรรมต่างๆมากมายที่ดึงเวลาไปในช่วงวัยรุ่น

แล้วกาลเวลาก็ทำหน้าของมัน……แปรสภาพเด็กคนนี้

จากนักเรียน……………….กลายมาเป็น………..นักศึกษา

จากนักกีฬาสนาม………. กลายมาเป็น………..นักกีฬาหมากกระดาน

และสุดท้าย

จากคนทำงาน……………กลายมาเป็น………..นักลงทุน

………….ในช่วงแรกที่ก้าวเข้ามาในตลาดหุ้น  เขาได้สูญเงินเป็นจำนวนมากจากการเล่นหุ้น

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรยากเย็น  คงเหมือนกับซื้อขายสินค้าทั่วๆไป

ที่เขาคุ้นเคย….ซื้อถูกมาขายแพง   ตามประเพณีการค้าขาย … แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด

เขาตกอยู่ในภาวะเครียดจัดและได้ก็ปรึกษาเรื่องนี้กับคนรู้จักหลายคนๆ …… แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น

เล้งจึงได้ระบายเรื่องนี้ให้พ่อของเขาฟัง  ทั้งๆที่รู้ว่าพ่อนั้นไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย

/ เล้ง……ทำไมลื้อวางเดิมพันกับเกมที่ตัวเองไม่ถนัดด้วยวงเงินที่สูงอย่างนั้น

ตอนเด็ก… ป๊าเคยถามตอนเล่นหมากรุกว่า…….พนันกันด้วยเงินเท่าค่าขนมไปโรงเรียนไม๊

ถ้าแพ้เล้งอดค่าขนม   ถ้าชนะป๊าให้สองเท่า….เล้งยังไม่ยอมเลย

+ ก็ตอนนั้นอั๊วรู้ว่า…………กำลังเล่นกับเซียนนี่

/ แล้วที่ลื้อเจออยู่นี่มันสนามแข่งหมูเหรอ………..เขาว่ามันเหมือนถ้ำเสือเชียวนา

+ แหมป๊า………..ไม่เข้าถ้ำเสือ  แล้วจะได้ลูกเสือเหรอ

/    แต่ถ้าลื้อไม่รู้วิธีจับเสือ……แล้วยังไปเข้าถ้ำเสือ     นอกจากไม่ได้ลูกเสือแล้ว

ลื้อยังจะถูกแม่เสือคาบไปเป็นอาหารเย็นให้ลูกเสืออีกน่ะสิ

/ ป๊าเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเซียนในวงการหมากรุกให้เล้งฟังละกัน

แต่มันอาจไม่เหมือนกับวงการหุ้นหรอกนะ…….. แต่ฝากให้ลื้อเอาไปคิดต่อเอง

/   ในวงการหมากรุก  เซียนที่ รู้มือรู้เหลี่ยมกันดี  ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเล่นกินกันเอง

ยิ่งในละแวกเดียวกัน   ไม่ต้องพูดถึง   ใครมือระดับไหน ใครเล่นกับใครได้  เล่นกับใครไม่ได้

ในถิ่นเดียวกัน…………  มันรู้ถึงกันหมด

/  เซียนที่เป็นนักพนันน่ะ  เขาเลยต้องออกเดินสาย  ไปท้าพนันกับนักเล่นต่างถิ่น  เล่นไปไม่นาน

ก็ต้องย้ายที่ไปเรื่อยๆ  เพราะ ถ้าไปเจอหมู  หลอกกินเขาได้ไม่นาน  เสียบ่อยๆ เขาก็เริ่มสงสัย

พอรู้ว่าเป็นเซียนมาจากที่อื่น…เขาสู้ไม่ได้… เขาก็เลิกเล่นด้วย

/  แต่บางที………….  เซียนเดินสาย….ดันไปเจอกับ…เซียนเหยียบเซียน

มีคนหนึ่งเป็นเซียน……ลักษณะที่ว่านี้………อยู่แถวสวนพลู

คนนี้เหนือมาก…. ทุกตาที่เล่น  ทุกก้าวที่เดิน  เขาจะเดินหมากแบบชนิดที่ว่าเรียบๆ  ง่ายๆ

มีแพ้บ้างชนะบ้าง  สลับกันไป  แต่ไม่ว่าแพ้หรือชนะ  จะสูสีมาก เฉือนกันแค่ก้าวสองก้าว

หลายๆกระดานออกเสมอ

/ คนเล่นด้วยไม่ว่าใครหน้าไหน  อยู่ถิ่นเดียวกันหรือมาจากต่างถิ่น

จะไม่รู้สึกเลยว่าหมอนี่เป็นเซียน   แล้วจะรู้สึกเหมือนกันหมดว่า

ที่ตัวเองชนะตอนแรกมาจากฝีมือตัวเอง

แต่ที่แพ้ในกระดานหลังๆ  มาจากที่ เดินไม่ระวัง

แล้วก็เสียเดิมพันเยอะหน่อย  เมื่อเทียบกับกระดานต้นๆ

..   ก็แค่นั้น…   ไม่เคยเสียหมดตัวแต่ก็ไม่เคยได้เงินกลับบ้าน

/……….แล้วคนนี้แหละก็คือ……………คนที่สอนป๊าเล่นหมากรุก

เขาบอกว่า  หมากรุกมันเรียบง่าย  แต่ความซับซ้อนมันอยู่ในจิตใจ

บังคับหมากน่ะมันง่ายๆ  ………เอามือจับหมากเดินก็จบ แต่บังคับจิตใจตัวเองนี่สิ………..  ยากกว่ากันเยอะ

/ เขาสอนป๊าว่า…………เซียนที่แท้น่ะ ไม่ได้เดินหมากบนกระดานนะ……..

+ ตลกแล้วป๊า ……ไม่เดินหมากบนกระดาน…….แล้วไปเดินหมากบนเสื่อเหรอ

/ ไม่ใช่อย่างนั้น…..เขาสอนป๊าว่า………จะต้องเดินหมากบนหัวใจของคู่ต่อสู้

+ ไม่เข้าใจอ่ะ

/  เดินหมากในรูปแบบ…….  ที่ทำให้หมากฝ่ายตรงข้ามถูกบังคับเดิน

+ ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี……..  หมากอีกฝ่ายก็ต้องเดินได้อย่างอิสระตามใจคนเล่นไม่ใช่เหรอ

/ นั่นแหละๆ…..การเดินหมากที่ทำให้ฝ่ายตรงข้าม  คิดว่าตัวเองเดินได้อย่างอิสระ

เลือกเดิน  เลือกกินตามความสมัครใจของตัวเองนี่แหละ …………ลึกซึ้งที่สุดแล้ว

/ เดินโดยไม่รู้ว่าถูกบังคับ……..กินฝ่ายตรงข้ามโดยไม่รู้สึกว่าถูกหลอก

แพ้โดยที่รู้สึกแค่ว่าตัวเองเดินไม่ระวังหรือแค่เผลอไผล และไม่รู้สึกว่าคู่แข่งที่เล่นอยู่เป็นเซียน

+ อือม์………….ยังไงต่อ

/  ก็เท่านี้แหละ……เพราะป๊าเชื่อว่า…. ลื้อกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้
เล้ง เก็บเอามาคิดอยู่หลายคืน…  ว่าทำไมพ่อวกมาพูดเรื่องหมากรุกอีก…  ทั้งๆที่เขากำลังเครียดเรื่องหุ้น

แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไร…  เพราะตัวเองก็ไม่ได้คาดหวังคำแนะนำจากพ่อในเรื่องหุ้น……ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

แต่แล้วเขาก็นำสิ่งที่พ่อพูด………………กลับมาทบทวนอีกครั้ง

ควบคู่กันกับการนึกย้อนถึง……………..สิ่งที่เขาพบมาในตลาดหุ้น  นับตั้งแต่เริ่มต้น

แล้วเขาก็พบกับ………..แสงสว่าง  ………………จากคำพูดของพ่อ

ตอนนี้เขารู้สึกตัวแล้วว่า ………….เขากำลังตกอยู่ในวงล้อมของเซียน

เขาเห็นเซียนด้านต่างๆ    ตลอดเส้นทางการเล่นหุ้นของเขา

เขาก้าวเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น  ด้วยความเชื่อที่มาจากการชี้นำของ

….เซียนด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด…..ที่คอยสร้างภาพแห่งความโปร่งใส

…..  บริสุทธิ์ ยุติธรรม  ให้กับการลงทุนในตลาดหุ้น

เขาอ่านงบการเงิน ที่ทำออกมาจากมือของเซียนด้านบัญชีและการเงิน

……ซึ่งแม้แต่เซียนด้วยกัน…………………  บางทียังหลงกล

เขาดูกราฟและใช้เครื่องมือทางเทคนิค  ต่อสู้อยู่กับ  เซียนด้านเทคนิค

……ที่มีความพร้อมกว่าทั้ง  เครื่องมือ โปรแกรม  และเทคนิคล่อลวงอันแพรวพราว

เขากำลังอ่านข่าวสารและรับรู้ข้อมูลที่ปล่อยออกมาจากเซียนที่ใช้สื่อเป็นอาวุธ

……ผ่านตามสื่อต่างๆ ทั้งในรูปแบบของสื่อสารมวลชนและบทวิเคราะห์ต่างๆ

เขากำลังใช้เงินทุนของตัวเองต่อสู้กับเซียนอื่นๆ  ที่มีเงินทุนอันมากมายมหาศาล

ที่สำคัญ……………………  เขากำลังเผชิญหน้ากับเซียนทั้งหมดนี้พร้อมๆกัน

และ ยิ่งไปกว่านั้น ….. เซียนบางกลุ่มยังมีการร่วมมือกันในเบื้องหลังอีกด้วย

โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบน กระดานหุ้นอิเลคทรอนิคส์…….อันพริ้วไหว……ที่อยู่ต่อหน้าเขานั่นเอง

ซึ่งเขา……………………ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย

เขาพบแล้วว่า….กระดานหุ้นนี้มันลึกซึ้งและซับซ้อนกว่ากระดานหมากรุกที่เขาคุ้นเคยนัก

แต่ที่ผ่านมา…….ทำไมเขาใช้เวลาในการตัดสินใจเดินหมากในกระดานหุ้น

…….รวดเร็วเหลือเกิน…………ในแต่ละก้าว

เขานึกย้อนกลับไปทบทวนอีกครั้งว่า……เวลาเดินหมากรุกบนกระดานเล็กๆ

เขาใช้เวลาครุ่นคิดบางกระดาน   นานนับชั่วโมง   ทั้งๆที่ ก็ไม่ได้มีเดิมพันอะไร

……….มุ่งหวังที่ผล  แพ้-ชนะ เท่านั้น………

แต่กับการตัดสินใจซื้อหุ้นเต็มวงเงินของพอร์ต  เขากลับใช้เวลาคิดแค่ชั่วแล่น

ทั้งๆที่ผลของมันอาจกระทบต่อฐานะทางการเงินของเขาได้อย่างมากมาย

เขาสำนึกแล้วว่า……………..เขาได้ประมาทต่อการเดินหมากบนกระดานนี้เพียงใด

อีกนานแรมปี   นับจากวันนั้น

กว่าที่เขาจะสามารถปรับสมดุลของการใช้เวลา

เพื่อกลั่นกรองข้อมูลสำหรับใช้ในการตัดสินใจ

ตลอดจนพัฒนารูปแบบการเดินหมากบนกระดานหุ้น

ให้เหมาะสมและลงตัว     อย่างที่เคยทำได้ในกระดานหมากรุก

เหมือนครั้งที่เป็นแชมป์กีฬามหาวิทยาลัย

หลังจากทำความสะอาดกล่องหมากรุกและนำเก็บเข้าที่เดิมแล้ว

เล้งได้ทบทวนอดีต………นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่พ่อพยายาม

ปลูก-ฝัง-เพาะ-บ่ม-อบ-รม-เคี่ยว-เข็น-ผลัก-ดัน

…………………. ผ่านมาทางกระดานหมากรุก

เขาซาบซึ้งแล้วว่า………  คำพร่ำบ่นบนกระดาน…….ของพ่อมีค่าแค่ไหน

นึกถึงบางประโยคที่พ่อคอยเน้นย้ำ

เพื่อชี้นำให้ชีวิตเขาเดินมาอย่างมีทิศทาง

/ หมากรุก………จะเดินให้ชนะ……ยังต้องคิด

…หมากชีวิต…….ถ้าไม่คิด…………….จะเดินให้ชนะได้อย่างไร

นึกถึงตอนเด็กที่เคยสงสัยว่า        ทำไม พ่อถึงยอมแพ้ให้เขาในกระดานสุดท้าย

นึกถึงตอนที่เขาเข้าใจสิ่งนี้ได้เอง ในอีกหลายปีต่อมา

ว่าเป็น เพราะ พ่อกลัวว่าถ้าเขาแพ้ตลอด  เขาจะเบื่อและอาจเลิกเล่นหมากรุกไปเลย

แต่ถ้าปล่อยให้เขาชนะเรื่อยๆ

มันก็ไม่มีอะไรท้าทายให้เขาเล่นต่อและจะคิดว่า

ไม่มีอะไรต้องเรียนรู้จากมันอีกแล้ว

นึกถึงพ่อของเขาที่ไม่เคยยึดติดกับสีของหมากอย่างที่เซียนหลายๆคนเป็น

เวลาเล่นกับเขาจะเลือกใช้หมาก…..สลับสี….ไปมา

บางครั้งเดินด้วยหมากสีแดง บางครั้งเดินด้วยหมากสีเขียว

ดังนั้น ภาพที่ปรากฏบนกระดานหมากรุก  ที่ผ่านสายตาของเขาอย่างชินตา ก็คือ

….เดี๋ยวหมากสีแดงก็ชนะหมากสีเขียว……เดี๋ยวหมากสีเขียวก็ชนะหมากสีแดง…..

/ เล้ง….. ตัวหมากแดงและหมากเขียวน่ะ  มันไม่เคยแพ้ชนะกันเด็ดขาดหรอก

เกมหมากรุกมันไม่เคยจบ   ตัวหมากทั้งสองสียังคงอยู่เหมือนเดิม

เพียงแต่คนเล่นเท่านั้นเอง……………ที่เปลี่ยนหน้าไป

บางครั้ง……….เขาเองก็ยังเคยคิดเล่นๆ ว่า……

แท้จริงแล้ว เขาเองก็เป็นหมากตัวหนึ่งบนกระดานชีวิตของพ่อ…… ที่พ่อรักและหวงแหนมาก

เดินหมากตัวนี้ด้วยความระมัดระวัง หลังจากเคยสูญเสียหมากสำคัญไปครั้งหนึ่ง

เล้งเพิ่งทราบความจริง ในสิ่งที่เคยสงสัย จากอาของเขาเมื่อไม่กี่ปีมานี้

สำหรับเรื่องที่พ่อของเล้งเลิกเล่นหมากรุก……..แล้วมาเริ่มเล่นใหม่อีกครั้งกับเขาเพียงคนเดียว

ทำให้เขายิ่งตระหนักว่า…………..พ่อรักและหวังดีกับเขาเพียงใด

เพราะการ เดินหมากรุกแต่ละก้าวกับเขา

มันจะทำให้พ่อต้องเจ็บปวดกับอดีตที่ผุดขึ้นมาตอกย้ำ……………แต่พ่อก็ยอม

อาของเล้ง   เล่าให้ฟังว่า

* เฮียเขาเป็นเซียนหมากรุก   สมัยก่อน  ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องไปร้านกาแฟที่ปากซอย

เล่นหมากรุกเอาแค่ค่ากาแฟกับปาท่องโก๋

เพราะในย่านเดียวกันไม่มีใครกล้ามาพนันเงินด้วยแล้ว

* แต่มีอยู่วันหนึ่งมีเซียนต่างถิ่น  มาท้าแข่ง

วางเดิมพันกันด้วย  มีทั้งจับวงนอก เล่นวงในอยู่หลายกลุ่มของทั้งสองฝั่ง

ตกลงกันว่า……เล่นกระดานเดียว…..   แล้วไม่จำกัดเวลา

*เฮียเขาเองเดิมพันไม่เยอะพอสนุกๆ

แต่คนอื่นที่ถือหางนี่  ทุ่มกันหนักหน่อย

เพราะเห็นว่าเล่นแค่กระดานเดียว

ตอนนั้นเจ็กอยู่ในร้านกาแฟด้วย ดูอยู่แค่ครึ่งชั่วโมง

สักพักเจ็กก็กลับมาที่ร้านแล้วขับรถไปส่งของให้ลูกค้า

* ตอนหลัง มารู้ว่า  เฮียเขาเล่นติดพันอยู่สักชั่วโมงนึงได้

แล้ว อาม้าของเล้งก็มาตามให้ขับรถไปส่งของให้ลูกค้าอีกเจ้า

แต่ป๊าของเล้ง เกี่ยงว่าให้รออีกเดี๋ยว …… ขอเล่นให้จบก่อน

*   รออีกครึ่งชั่วโมง   อาม้าลื้อ  ก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ

อาป๊าลื้อเลยคิดว่าคงไม่มีอะไรด่วนมาก……  เลยเดินหมากต่อด้วยความเย็นใจ

* แต่จริงๆแล้ว อาม้าลื้อขับรถไปส่งของเอง ทั้งๆ ที่ยังขับรถไม่แข็ง

แต่เพราะต้องการจะไปเก็บเงินค่าสินค้าเดิมที่ครบกำหนดด้วย

* พอดีลูกค้าเขาโทรมาอีกที บอกว่ารอได้ไม่นาน

เพราะตัวเถ้าแก่กับเถ้าแกเนี้ยมีธุระด่วนกำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน

อาม้าลื้อเขาห่วงว่า เดี๋ยวจะหมุนเงินในร้านไม่ทัน ก็เลยรีบไป

* หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมง เด็กที่ร้านไปกระซิบที่หู บอกเฮียที่กำลังเดินหมากอยู่ว่า…..

……… อาซ้อขับรถชนกับรถหกล้อ………ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล……

* ตอนนั้นหมากกำลังสูสี แต่เฮียเขาทิ้งกระดานกลางคันไม่ได้

เพราะนักพนันมันล้อมวงอยู่เต็มร้าน

แต่แล้วอีกไม่ถึง 10 นาที….เซียนฝ่ายตรงข้ามก็รุกฆาต….แล้วเฮียเขาก็แพ้

ตอนนั้นคนในวงพนันยังไม่รู้เรื่อง

บางคนยังด่าไล่หลังว่า…….ทำพวกเขาเสียเงินไปเยอะ

*แล้วเฮียเขาก็รีบไปโรงพยาบาล ….. แต่ไม่ทัน…… อาม้าลื้อสิ้นลมก่อน

* ช่วงงานศพ วันทั้งวัน อาป๊าลื้อนั่งนิ่ง บางช่วงก็น้ำตาไหล ไม่พูดจากับใคร

พึมพำอยู่แต่ว่า………………………………………………….แพ้ทั้งสองกระดานๆ

*แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจนะ เพราะคนที่อยู่ในวงพนันนก็ยืนยันตรงกันว่า

เฮียเขาเล่นกับเซียนต่างถิ่นแค่………………………………..กระดานเดียว

เราอาจจะมีชีวิตอยู่ในวันนี้…………………………….. ด้วยความหวังของวันพรุ่งนี้

แต่จะไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ…………………………. ท่ามกลางการแข่งขันในสังคม

ของวันพรุ่งนี้ แต่จะไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ…………………………. ท่ามกลางการแข่งขันในสังคม

หมากรุก………จะเดินให้ชนะ……ยังต้องคิด …หมากชีวิต…….ถ้าไม่คิด…………….จะชนะได้อย่างไร
Credit: The Rounder / น้องส้มเด็กดี @ พันทิพย์ สีลม

admin Indies your life , , , ,

  1. No comments yet.