หมากรุกบนกระดานชีวิต
เช้าวันอาทิตย์ที่สบายๆวันหนึ่ง หลังจากอาหารเช้าแล้ว เล้ง..ตั้งใจจะจัดตู้หนังสือ เพื่อวางแผนในการอ่านอย่างจริงจังเสียที หลังจากที่เขาได้ซื้อหา สะสม ตลอดจน อ่านทิ้ง อ่านขว้าง จบบ้างไม่จบบ้างเล่มแล้วเล่มเล่า เท่าที่เวลาจะมีและโอกาสจะอำนวย…………… มาหลายปี
หมายเหตุ : (เล้ง แปลว่า มังกร ชาวจีนนิยมตั้งชื่อให้กับบุตรชาย)
เล้งกำพร้าแม่มาตั้งแต่เด็ก แม่เขาจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนเขาอายุเพียง 2 ขวบ ทำให้เขาเป็นลูกโทนและอาศัยอยู่กับพ่อคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก ….. หลังจากค่อยๆ รื้อหนังสือ จากชั้นวางในตู้ออกมากองบนโต๊ะและตามพื้น สักพัก……..สาย ตาของเขาก็สะดุดกับกล่องหมากรุกจีนสภาพเก่าเก็บ ในซอกด้านในของตู้ปะปนกับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาของเขา
เขาเพ่งมองอยู่นานด้วยความผูกพัน….
จากนั้น…
ก็ค่อยๆดึงฝากล่องออกแล้วก็พบกับกระดาษแผ่นพับสีขาวหม่นที่ตามขอบมีรอยวิ่น พอหยิบกระดาษแผ่นพับนั้นออกมา ก็มองเห็นตัวหมากที่แกะจากไม้สีน้ำตาลอ่อนที่ ถูกคว้านผิวหน้าเป็นร่องลึกลงไปกลายเป็นตัวอักษรจีน …… ในรูปลักษณ์ต่างๆ มากมาย ตัวหมากครึ่งหนึ่งถูกแต้มด้วย………………….สีแดง
ตัวหมากอีกครึ่งหนึ่งถูกแต้มด้วย…………….สีเขียว
ขณะที่สายตาเขาเพ่งมองตัวหมากที่มีสภาพคล้ำหม่นนั้น…………….. และแล้วเขาก็ตกอยู่ในภวังค์ เหตุการณ์ในอดีตและภาพในปัจจุบันเกิดการทับซ้อนสลับไปสลับมา ในห้วงความคิดคำนึงของเล้ง ภาพความทรงจำ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงตรุษจีนเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้วกลับเฉิดฉายอีกครั้งเหมือนหนังกลางแปลง เขาเห็นภาพเด็กคนหนึ่งซึ่งขณะนั้นยังเป็นเด็ก…………………..แต่ในปัจจุบันนี้กำลังเข้าสู่วัยกลางคน มองเห็นสายตาคู่หนึ่ง……………. ซึ่งขณะนั้นกำลังไตร่ตรองกระดานหมากรุกแต่ปัจจุบันนี้…………..กำลังตรวจตรากระดานหุ้นอิเลคทรอนิคส์
ตรุษจีนปีนั้นเป็นช่วงที่เล้งปิดเทอมแล้ว และพ่อก็หยุดทำงานเนื่องจากเทศกาลดังกล่าว ตอนนั้นเล้งอายุได้ประมาณ 10 ขวบ ตอนบ่าย อยู่ๆ พ่อของเล้งก็หยิบเอากล่องหมากรุกจีนมาวางบนโต๊ะ แล้วเรียกเล้งเข้าไปหา
/ เล้ง…….. อยู่ว่างๆ มาเล่นหมากรุกจีนกับป๊าหน่อย
+ เล่นไม่เป็น อั๊วเล่นเป็นแต่หมากฮอส……… ป๊าเล่นหมากฮอสกับอั๊วละกัน
/ หมากฮอสมันไม่สนุก
+ หมากรุกจีนอั๊วไม่เคยเล่นอ่ะ
/ เดี๋ยวป๊าสอนให้ …..แป๊บเดียวก็เล่นเป็น
+ ก็ได้
เล้งตอบไปแบบแกนๆ โดยภายในใจเขารู้ดีว่า เขาไม่ได้อยากเล่น
เพราะ ลำพังหมากรุกไทยก็ยังไม่เคยเล่นและก็ไม่เคยเห็นเพื่อนในวัยเดียวกันเล่นด้วย
เห็นแต่ผู้ใหญ่เขาเล่นกัน
นี่หมากรุกจีน มีตัวหมากเป็นภาษาจีน ที่เขาเองก็ อ่านไม่ออกสักตัว
คงจะยิ่งยากขึ้นไปอีก แต่ก็ตอบรับพ่อไปด้วยความเกรงใจ
/….. ตี่… เหมือนกับฮ่องเต้ ถูกกินเมื่อไหร่ ถือว่า แพ้ทันที
สือ… รูปเหมือน เครื่องบิน เดินทะแยงได้เฉพาะในกรอบนี้
เฉีย… หรือช้าง เดินได้เฉพาะจุดเหล่านี้
กือ… เหมือนเรือ ในหมากรุกไทย เดินตรง กินตรง
เบ้…. หรือ ม้า เหมือนในหมากรุกไทย เดินโขยกรอบตัว
เผ่า… ทำหน้าที่คล้ายปืนใหญ่ เดินตรง แต่ต้อง กินข้าม หมายถึง ต้องมีตัวคั่น 1 ตัว
จุก… เหมือนพลทหาร เดินทีละก้าวห้ามถอยหลัง ข้ามฝั่งแล้วถึงเลี้ยวซ้ายขวาได้
พ่ออธิบายตัวหมากและกติกาคร่าวๆให้เล้งฟัง
+ จำยากอ่ะ….
/ ค่อยๆเล่นเดี๋ยวก็จำได้หมด
พอเริ่มเดินหมากไปไม่กี่ก้าว
/ อ้าว…ทำไมเล้งเดินกือมาตรงนี้ล่ะ…….เผ่าป๊าอยู่ตรงนี้ กือจะโดนกินฟรีนะ
+ ก็อั๊วลืมไปอ่ะ….. ว่าเผ่ามันกินข้ามตัวได้ เห็นว่ามีจุกขวางอยู่แล้ว
/ เล้ง…….เอากลับไปเดินใหม่ ลื้อต้องเรียนรู้กฏ และจดจำให้ขึ้นใจ
อีกสักพัก
/ อ้าว แล้วเดินเบ้มาเฉยๆ ทำไมตรงนี้
+ ก็ไม่รู้จะเดินตัวไหนอ่ะ
/ ลื๊อรู้ไม๊ เซียนหมากรุกที่เค้าเก่งๆน่ะ เขานับก้าวเดินกันเลยนะ
บางทีแพ้หรือชนะ เพราะเดินช้าหรือเร็วกว่ากันในหมากตัวสำคัญแค่ก้าวเดียว
เพราะฉะนั้น ลื้ออย่าเดินหมากอย่างไม่มีจุดหมาย
เล้งต้องคิดให้ดีๆ ในทุกตาที่เล้งเดิน ว่าจะเดินตัวไหน แล้วเดินเพื่ออะไร
+ ก็อั๊วไม่ใช่เซียนอ่ะ … เล่นไม่เป็น…… ไม่เคยเล่นด้วย
แล้วสักพัก
/ ……..กุน……
+ อะไรอ่ะ……ป๊า
/ กุน หมายถึง รุก………. เล้งแพ้แล้ว………….. เล่นใหม่ ๆ
วันนั้นเล้งเล่นแพ้ติดต่อกันอีกหลายกระดาน
จู่ๆ……… น้ำตาของเด็กน้อยก็ไหลออกมา
/ เฮ้ย เล้งร้องไห้ทำไม ตรุษจีน เขาไม่ให้โศกเศร้า
+ ไม่เห็นสนุกเลย เล่นยังไงก็แพ้ตลอด…… อั๊วไม่เล่นแล้ว
พ่อของเล้งร้องเสียงหลง กับเหตุการณ์ที่เขาไม่คาดคิด
แล้วเล้งก็ลุกหนีไป
ต่อมาอีกหลายสัปดาห์ พ่อก็ชวนเล้งเล่นหมากรุกจีนอีก
/ ป๊าเล่นมายี่สิบปี ก่อนที่จะหยุดเล่นไป ลื๊อเพิ่งเล่นหัดเล่นไม่กี่วัน เล่นไปเรื่อยๆ
อีกหน่อยก็เก่งกว่าป๊า
พ่อพูดให้กำลังใจเล้ง แต่เล้งตอบไปตามประสาเด็กแก่น ที่เรียนเลขเก่ง
+ ป๊าไม่ต้องมาโกหกอั๊วหรอก ต่อให้อั๊วเล่นอีกสิบปี ป๊าก็เล่นไปอีกสิบปีเหมือนกัน
กลายเป็นอั๊วเล่นทั้งหมดสิบปี ป๊าเล่นทั้งหมดสามสิบปี ยังไงป๊าก็ต้องเก่งกว่าอั๊ว
แล้วพ่อก็หัวเราะในลำคอเบาๆ
/………ลื๊อนี่……..เถียงเก่งจริงๆ……
หลังจากวันนั้น พ่อของเล้งก็เอ่ยปากชวนเล้งเล่นหมากรุกจีน ทุกครั้งที่เห็นว่าเล้งอยู่ว่างๆ
เขาเริ่มรู้สึกสนุกเพิ่มขึ้นบ้าง เดินหมากได้คล่องขึ้น และแพ้ช้าลง
แต่ด้วยความเป็นเด็ก เล้งจะจดจำหมากที่เดินแพ้ได้อย่างฝังใจ
แล้วเขาจะไม่เดินหมากรูปแบบเดิม………ในสถานการณ์เดิมๆอีก
ซึ่งก็ได้ผล เพราะเขาไม่แพ้พ่อในรูปหมากแบบเดิม
แต่เขาก็ยังแพ้พ่อในรูปแบบอื่นๆ อีก…………….. ไม่รู้จักจบจักสิ้น
แล้วเขาก็เริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง
+ อั๊วเดินไม่ชนะป๊าซักที
/ เล้งต้องใจเย็นๆ ค่อยๆเรียนรู้ ทำอะไรก็ตาม เล้งต้องมองคนที่ทำมาก่อน แล้วให้นึกถึงคนที่จะมาทีหลังเล้งด้วย
เล้งเพิ่งหัดเล่น แล้วถ้าวันนี้เล้งเก่งเหมือนเซียนหมากรุกที่เขาเล่นมา 20-30 ปี มันจะเป็นไปได้เหรอ แล้วเล้งคิดดู
ถ้าวันหน้าเล้งเล่นไป20 ปี แล้วมีเด็ก 10 ขวบเพิ่งหัดเล่น มาเล่นชนะเล้งในตอนนั้น เล้งจะรู้สึกยังไง
/ จำเอาไว้ คนที่เรียนรู้มาก่อนย่อมต้องมีอะไรที่เหนือกว่า และคนที่ตามมาทีหลังก็ต้องบางอย่างที่ด้อยกว่า
อย่างน้อยก็คือ……………………ประสบการณ์
คืนนั้นเขานอนหลับไม่สนิท ด้วยความขุ่นมัวและกระวนกระวายในจิตใจ
จากกระดานหมากรุก
เช้าวันต่อมาที่โต๊ะอาหาร
+ อั๊วว่า ที่ป๊าไม่ไปเล่นกับคนอื่น เพราะป๊ากลัวแพ้
ชอบมาเล่นกับอั๊วเพราะเห็นอั๊วเล่นไม่ค่อยเป็น ป๊าจะได้ชนะทุกกระดาน
/ ชนะเล้ง แล้วป๊าได้อะไร
+ ได้แกล้งอั๊ว ไม่งั้นทำไมไม่เห็นป๊าไปเล่นกับคนอื่นเลย
/ ……..กินข้าวเถอะ……… เดี๋ยวกับข้าวเย็นแล้วจะไม่อร่อย
อีกสักพักหนึ่ง ซึ่งจวนจะจบมื้อเช้านี้แล้ว
+ ป๊า……อั๊วเคยอ่านหนังสือมา เขาบอกว่าคนจีนงกวิชา
ชอบเก็บความรู้ไว้คนเดียวจนบางทีตายไปกับตัว
/ ……ยังไงอีก……
+ ลูกตัวเองบางทียังไม่สอนเลย บางคนก็สอนลูกรักแค่คนเดียว ลูกที่เหลือไม่สนใจ
เลือกที่รักมักที่ชัง วิชาหลายๆอย่างก็เลยตายไปพร้อมกับคนที่รู้….
ทั้งเรื่องอาหาร….เรื่องยา….. แล้วก็อีกเยอะแยะ จริงหรือเปล่าป๊า
/ เล้ง…….สิ่งที่เล้งรับรู้มาน่ะไม่ผิด…… แต่มันไม่ถูกทั้งหมดหรอก….
บางที…….มันก็มีเหตุผลเหมือนกัน
/ คนจีนน่ะ เขาจะไม่ถ่ายทอดวิชากันง่ายๆ
เพราะถ้ามันถ่ายทอดกันได้ง่ายๆ คนที่ได้รับก็อาจไม่รู้คุณค่า
/ อีกอย่าง สมัยก่อนเมืองจีน บ้านเมืองยังไม่เป็นปึกแผ่น
ผู้คนแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า แต่ละชนเผ่าก็มีความรู้หรือวิชาในกลุ่มของตัวเอง
เขาจะไม่ให้วิชาความรู้ของชนเผ่าตัวเองรั่วไหลไปให้คนอื่นหรอก….
เพราะบางทีมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้
/ และเขาถือว่า……วิชาอะไรก็ตามที่มีคุณอนันต์ ในทางกลับกัน มันจะมีโทษมหันต์
เพราะประโยชน์หรือโทษมันไม่ได้อยู่ที่ตัววิชา………. มันอยู่ที่ตัวคน
/ พูดง่ายๆว่า วิชาความรู้น่ะมีค่า แต่คนที่จะได้รับถ่ายทอดนั้น มีคุณค่าเพียงพอต่อความรู้นั้นหรือเปล่า
แล้วถ้าคนได้รับการถ่ายทอดเอาไปใช้อย่างไม่เหมาะสม หรือไม่รู้คุณค่า
เจ้าของวิชานั่นแหละ……………จะมัวหมองและมีมลทิน
เล้งได้รับคำตอบ……..แต่ยังไม่สบอารมณ์
+ป๊าก็เหมือนกันแหละ
/ เหมือนยังไง
+………..งกวิชา……… อั๊วเป็นลูกป๊ายังไม่ยอมสอนเลย
/ สอนอะไร
+ สอนเดินหมากรุก……. ให้อั๊วเก่งเหมือนป๊า……เป็นเซียนหมากรุก
/ ใครบอกเล้ง……..ว่าป๊าเป็นเซียนหมากรุก
+ อาเจ็ก………..แต่บอกว่าป๊าเลิกเล่นมาเกือบสิบปีแล้ว……..
/ ……..แล้วบอกอะไรอีก
+ บอกแค่นี้แหละ…….แล้วทำไมป๊าเลิกเล่นอ่ะ
/ ……รีบกินเถอะ……. เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย
พ่อของเล้งเลี่ยงการตอบคำถามของเขา
หลังจากที่เล้งเคยเลียบๆเคียงๆถามอยู่ 2-3 หน
จากนั้น เล้งก็ไม่ได้สนใจจะถามอีก
เขาคิดแค่ว่า……..มันคงไม่มีอะไรมาก……แต่คงไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเลย
แล้ว………คืนวันก็ผันผ่าน วันแล้ว วันเล่า กระดานแล้ว กระดานเล่า
+ ทำไมอั๊วไม่เคยเดินชนะป๊าสักทีอ่ะ
/ ก็ป๊ารู้ว่าลื๊อคิดยังไง แต่เล้งรู้หรือเปล่า ว่าป๊าเดินแต่ละหมากป๊าคิดยังไง
ลื๊อจะชนะป๊าได้ จะไม่ใช่เพราะเดินหมากเก่งกว่า
แต่นั่นหมายถึงเล้งต้องอ่านเกมป๊าออก แล้วเดินในหมากที่ป๊าอ่านลื๊อไม่ออก
และอย่าลืม……ในการแข่งขัน………..ต่างคนต่างอ่านใจและหมากซึ่งกันและกัน
+ แต่ อั๊วคิดง่ายๆว่า ถ้าหมากอั๊วกินหมากป๊าได้เยอะๆ อั๊วก็น่าจะชนะได้เหมือนกัน
/ เล้งมองตื้นๆ ป๊าเดินให้เล้งกินตั้งหลายตัว เล้งก็เห็น สุดท้ายเล้งก็แพ้อยู่ดี
+ อั๊วคิดว่าป๊าสอนอั๊วไม่หมด……. ป๊ากลัวอั๊วเก่งกว่าป๊า
แล้วชอบเดินหมากมาหลอกให้อั๊วกิน
/ ป๊าไม่ได้หลอก เล้งเดินมากินเอง เพราะเล้งคิดอย่างที่เล้งเข้าใจ….. ไม่กินก็ไม่ชนะ
/ เล้งค่อยๆคิดดู…….จะกินหมากคู่ต่อสู้ เล้งวางแผนไว้ก่อนหรือเปล่า
ถ้าไม่ได้วางแผนไว้แล้วเล้งไปกิน มันก็มีแค่ 2 อย่าง
เล่นกับหมู ก็คือ เค้าเผลอ เล่นกับเซียน ก็คือ เค้าหลอกให้กิน มีแค่นี้แหละ
/ อั๊วสอนเล้งให้เล่นหมากรุกเป็นได้ แต่สอนให้เป็นเซียนไม่ได้ อันนั้น เล้งต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง
/ แล้วเล้งจำไว้อย่าง. ….
คำว่า…. เซียน… ไม่ใช่ให้ใครเอามาใช้เรียกตัวเอง
แล้วไม่ใช่ให้คนทั่วๆไปมายกย่องแล้วก็เป็นได้
จะได้เป็นเซียนในด้านไหน…….ต้องได้รับการยอมรับจากเซียนในวงการนั้นเท่านั้น………
หลายเดือนต่อมา
วันนั้น เล้งเล่นแพ้ไปสัก 4-5 กระดานแล้ว และเริ่มหงุดหงิดแกมเบื่อ
+ อั๊วชักเบื่อเล่นหมากรุกกับป๊าแล้ว……. วันหลังอั๊วจะไม่เล่นอีกแล้ว
/ เล่นอีกตาๆ …………. แล้วไปกินข้าวกัน
กระดานต่อมานี้ พ่อจะดูเหมือนอ่านหมากเล้งไม่ขาด
ทั้งๆที่เล้งก็เดินหมากด้วยความมุทะลุ แต่แล้วเล้งก็ได้รุกฆาต
และชนะพ่อไปแบบเฉียดฉิว
ตอนนั้นเล้งเข้าใจว่า พ่อแพ้เพราะใจพ่อไม่นิ่งหรือเผลอเรอ
เนื่องจาก เห็นความมุ่งมั่นอันตึงเครียดของเขา
/ ……….ป๊าแพ้แล้ว……วันนี้พอแค่นี้ก่อน
+ ป๊าอย่าเพิ่งเลิกดิ……. อั๊วเพิ่งชนะแค่กระดานเดียวป๊าก็เลิกแล้ว
ป๊ากลัวแพ้อั๊วหลายๆกระดานอั๊วรู้
พ่อได้แต่ยิ้มน้อยๆ แล้วบอกว่า
/ ..พอแล้ว…… พอแล้ว………. ได้เวลากินข้าวแล้ว
+ ป๊าไม่ต้องเอาเรื่องกินข้าวมาอ้าง ………ป๊ากลัวแพ้อีก………อั๊วรู้
เหตุการณ์บนกระดานหมากรุกยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปี
แล้วเล้งก็มักจะชนะพ่อได้ในกระดานสุดท้ายเสมอๆ
หลังจากที่แพ้มาตลอดในกระดานต้นๆ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือ
……………คำพูดพร่ำบ่นบนกระดาน…….
ประโยคแล้ว ประโยคเล่า ประโยคเก่าๆ ความหมายเดิมๆ
วนเวียนมา แล้วเวียนวนไป ซ้ำแล้วซ้ำอีก
เขาแค่คิดว่า พ่อบ่นได้ก็บ่นไป ส่วนตัวแล้ว ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่
เพราะเมื่อพ่อเริ่มพูดคำแรก เล้งก็นึกไล่ไปจนจบคำสุดท้ายแล้ว
ยกเว้นบางที ก็มีประโยคใหม่ๆ เริ่มแปร่งหูเข้ามาเพิ่มเติมบ้าง
+ กระดานนี้ อั๊วแพ้อีกแล้วอ่ะ …………..ตั้งใหม่ๆ
/ หมากรุกแพ้ ลื้อตั้งกระดานเล่นใหม่ได้……..แต่บางอย่างต้องระวัง เพราะบางอย่างมันเริ่มต้นใหม่ไม่ได้
+ ป๊าบ่นอะไรของป๊า…………..เอ้า…………..ตาป๊าเดินแล้ว
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี และหลายปีผ่านไป
เล้งก็มีโอกาสเดินหมากรุกกับพ่อ น้อยลงๆๆ
พ่อมีภาระหน้าที่การงานมากขึ้น
ส่วนเล้งก็มีกิจกรรมต่างๆมากมายที่ดึงเวลาไปในช่วงวัยรุ่น
แล้วกาลเวลาก็ทำหน้าของมัน……แปรสภาพเด็กคนนี้
จากนักเรียน……………….กลายมาเป็น………..นักศึกษา
จากนักกีฬาสนาม………. กลายมาเป็น………..นักกีฬาหมากกระดาน
และสุดท้าย
จากคนทำงาน……………กลายมาเป็น………..นักลงทุน
………….ในช่วงแรกที่ก้าวเข้ามาในตลาดหุ้น เขาได้สูญเงินเป็นจำนวนมากจากการเล่นหุ้น
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรยากเย็น คงเหมือนกับซื้อขายสินค้าทั่วๆไป
ที่เขาคุ้นเคย….ซื้อถูกมาขายแพง ตามประเพณีการค้าขาย … แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด
เขาตกอยู่ในภาวะเครียดจัดและได้ก็ปรึกษาเรื่องนี้กับคนรู้จักหลายคนๆ …… แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น
เล้งจึงได้ระบายเรื่องนี้ให้พ่อของเขาฟัง ทั้งๆที่รู้ว่าพ่อนั้นไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย
/ เล้ง……ทำไมลื้อวางเดิมพันกับเกมที่ตัวเองไม่ถนัดด้วยวงเงินที่สูงอย่างนั้น
ตอนเด็ก… ป๊าเคยถามตอนเล่นหมากรุกว่า…….พนันกันด้วยเงินเท่าค่าขนมไปโรงเรียนไม๊
ถ้าแพ้เล้งอดค่าขนม ถ้าชนะป๊าให้สองเท่า….เล้งยังไม่ยอมเลย
+ ก็ตอนนั้นอั๊วรู้ว่า…………กำลังเล่นกับเซียนนี่
/ แล้วที่ลื้อเจออยู่นี่มันสนามแข่งหมูเหรอ………..เขาว่ามันเหมือนถ้ำเสือเชียวนา
+ แหมป๊า………..ไม่เข้าถ้ำเสือ แล้วจะได้ลูกเสือเหรอ
/ แต่ถ้าลื้อไม่รู้วิธีจับเสือ……แล้วยังไปเข้าถ้ำเสือ นอกจากไม่ได้ลูกเสือแล้ว
ลื้อยังจะถูกแม่เสือคาบไปเป็นอาหารเย็นให้ลูกเสืออีกน่ะสิ
/ ป๊าเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเซียนในวงการหมากรุกให้เล้งฟังละกัน
แต่มันอาจไม่เหมือนกับวงการหุ้นหรอกนะ…….. แต่ฝากให้ลื้อเอาไปคิดต่อเอง
/ ในวงการหมากรุก เซียนที่ รู้มือรู้เหลี่ยมกันดี ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเล่นกินกันเอง
ยิ่งในละแวกเดียวกัน ไม่ต้องพูดถึง ใครมือระดับไหน ใครเล่นกับใครได้ เล่นกับใครไม่ได้
ในถิ่นเดียวกัน………… มันรู้ถึงกันหมด
/ เซียนที่เป็นนักพนันน่ะ เขาเลยต้องออกเดินสาย ไปท้าพนันกับนักเล่นต่างถิ่น เล่นไปไม่นาน
ก็ต้องย้ายที่ไปเรื่อยๆ เพราะ ถ้าไปเจอหมู หลอกกินเขาได้ไม่นาน เสียบ่อยๆ เขาก็เริ่มสงสัย
พอรู้ว่าเป็นเซียนมาจากที่อื่น…เขาสู้ไม่ได้… เขาก็เลิกเล่นด้วย
/ แต่บางที…………. เซียนเดินสาย….ดันไปเจอกับ…เซียนเหยียบเซียน
มีคนหนึ่งเป็นเซียน……ลักษณะที่ว่านี้………อยู่แถวสวนพลู
คนนี้เหนือมาก…. ทุกตาที่เล่น ทุกก้าวที่เดิน เขาจะเดินหมากแบบชนิดที่ว่าเรียบๆ ง่ายๆ
มีแพ้บ้างชนะบ้าง สลับกันไป แต่ไม่ว่าแพ้หรือชนะ จะสูสีมาก เฉือนกันแค่ก้าวสองก้าว
หลายๆกระดานออกเสมอ
/ คนเล่นด้วยไม่ว่าใครหน้าไหน อยู่ถิ่นเดียวกันหรือมาจากต่างถิ่น
จะไม่รู้สึกเลยว่าหมอนี่เป็นเซียน แล้วจะรู้สึกเหมือนกันหมดว่า
ที่ตัวเองชนะตอนแรกมาจากฝีมือตัวเอง
แต่ที่แพ้ในกระดานหลังๆ มาจากที่ เดินไม่ระวัง
แล้วก็เสียเดิมพันเยอะหน่อย เมื่อเทียบกับกระดานต้นๆ
.. ก็แค่นั้น… ไม่เคยเสียหมดตัวแต่ก็ไม่เคยได้เงินกลับบ้าน
/……….แล้วคนนี้แหละก็คือ……………คนที่สอนป๊าเล่นหมากรุก
เขาบอกว่า หมากรุกมันเรียบง่าย แต่ความซับซ้อนมันอยู่ในจิตใจ
บังคับหมากน่ะมันง่ายๆ ………เอามือจับหมากเดินก็จบ แต่บังคับจิตใจตัวเองนี่สิ……….. ยากกว่ากันเยอะ
/ เขาสอนป๊าว่า…………เซียนที่แท้น่ะ ไม่ได้เดินหมากบนกระดานนะ……..
+ ตลกแล้วป๊า ……ไม่เดินหมากบนกระดาน…….แล้วไปเดินหมากบนเสื่อเหรอ
/ ไม่ใช่อย่างนั้น…..เขาสอนป๊าว่า………จะต้องเดินหมากบนหัวใจของคู่ต่อสู้
+ ไม่เข้าใจอ่ะ
/ เดินหมากในรูปแบบ……. ที่ทำให้หมากฝ่ายตรงข้ามถูกบังคับเดิน
+ ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี…….. หมากอีกฝ่ายก็ต้องเดินได้อย่างอิสระตามใจคนเล่นไม่ใช่เหรอ
/ นั่นแหละๆ…..การเดินหมากที่ทำให้ฝ่ายตรงข้าม คิดว่าตัวเองเดินได้อย่างอิสระ
เลือกเดิน เลือกกินตามความสมัครใจของตัวเองนี่แหละ …………ลึกซึ้งที่สุดแล้ว
/ เดินโดยไม่รู้ว่าถูกบังคับ……..กินฝ่ายตรงข้ามโดยไม่รู้สึกว่าถูกหลอก
แพ้โดยที่รู้สึกแค่ว่าตัวเองเดินไม่ระวังหรือแค่เผลอไผล และไม่รู้สึกว่าคู่แข่งที่เล่นอยู่เป็นเซียน
+ อือม์………….ยังไงต่อ
/ ก็เท่านี้แหละ……เพราะป๊าเชื่อว่า…. ลื้อกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้
เล้ง เก็บเอามาคิดอยู่หลายคืน… ว่าทำไมพ่อวกมาพูดเรื่องหมากรุกอีก… ทั้งๆที่เขากำลังเครียดเรื่องหุ้น
แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไร… เพราะตัวเองก็ไม่ได้คาดหวังคำแนะนำจากพ่อในเรื่องหุ้น……ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
แต่แล้วเขาก็นำสิ่งที่พ่อพูด………………กลับมาทบทวนอีกครั้ง
ควบคู่กันกับการนึกย้อนถึง……………..สิ่งที่เขาพบมาในตลาดหุ้น นับตั้งแต่เริ่มต้น
แล้วเขาก็พบกับ………..แสงสว่าง ………………จากคำพูดของพ่อ
ตอนนี้เขารู้สึกตัวแล้วว่า ………….เขากำลังตกอยู่ในวงล้อมของเซียน
เขาเห็นเซียนด้านต่างๆ ตลอดเส้นทางการเล่นหุ้นของเขา
เขาก้าวเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ด้วยความเชื่อที่มาจากการชี้นำของ
….เซียนด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด…..ที่คอยสร้างภาพแห่งความโปร่งใส
….. บริสุทธิ์ ยุติธรรม ให้กับการลงทุนในตลาดหุ้น
เขาอ่านงบการเงิน ที่ทำออกมาจากมือของเซียนด้านบัญชีและการเงิน
……ซึ่งแม้แต่เซียนด้วยกัน………………… บางทียังหลงกล
เขาดูกราฟและใช้เครื่องมือทางเทคนิค ต่อสู้อยู่กับ เซียนด้านเทคนิค
……ที่มีความพร้อมกว่าทั้ง เครื่องมือ โปรแกรม และเทคนิคล่อลวงอันแพรวพราว
เขากำลังอ่านข่าวสารและรับรู้ข้อมูลที่ปล่อยออกมาจากเซียนที่ใช้สื่อเป็นอาวุธ
……ผ่านตามสื่อต่างๆ ทั้งในรูปแบบของสื่อสารมวลชนและบทวิเคราะห์ต่างๆ
เขากำลังใช้เงินทุนของตัวเองต่อสู้กับเซียนอื่นๆ ที่มีเงินทุนอันมากมายมหาศาล
ที่สำคัญ…………………… เขากำลังเผชิญหน้ากับเซียนทั้งหมดนี้พร้อมๆกัน
และ ยิ่งไปกว่านั้น ….. เซียนบางกลุ่มยังมีการร่วมมือกันในเบื้องหลังอีกด้วย
โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบน กระดานหุ้นอิเลคทรอนิคส์…….อันพริ้วไหว……ที่อยู่ต่อหน้าเขานั่นเอง
ซึ่งเขา……………………ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย
เขาพบแล้วว่า….กระดานหุ้นนี้มันลึกซึ้งและซับซ้อนกว่ากระดานหมากรุกที่เขาคุ้นเคยนัก
แต่ที่ผ่านมา…….ทำไมเขาใช้เวลาในการตัดสินใจเดินหมากในกระดานหุ้น
…….รวดเร็วเหลือเกิน…………ในแต่ละก้าว
เขานึกย้อนกลับไปทบทวนอีกครั้งว่า……เวลาเดินหมากรุกบนกระดานเล็กๆ
เขาใช้เวลาครุ่นคิดบางกระดาน นานนับชั่วโมง ทั้งๆที่ ก็ไม่ได้มีเดิมพันอะไร
……….มุ่งหวังที่ผล แพ้-ชนะ เท่านั้น………
แต่กับการตัดสินใจซื้อหุ้นเต็มวงเงินของพอร์ต เขากลับใช้เวลาคิดแค่ชั่วแล่น
ทั้งๆที่ผลของมันอาจกระทบต่อฐานะทางการเงินของเขาได้อย่างมากมาย
เขาสำนึกแล้วว่า……………..เขาได้ประมาทต่อการเดินหมากบนกระดานนี้เพียงใด
อีกนานแรมปี นับจากวันนั้น
กว่าที่เขาจะสามารถปรับสมดุลของการใช้เวลา
เพื่อกลั่นกรองข้อมูลสำหรับใช้ในการตัดสินใจ
ตลอดจนพัฒนารูปแบบการเดินหมากบนกระดานหุ้น
ให้เหมาะสมและลงตัว อย่างที่เคยทำได้ในกระดานหมากรุก
เหมือนครั้งที่เป็นแชมป์กีฬามหาวิทยาลัย
หลังจากทำความสะอาดกล่องหมากรุกและนำเก็บเข้าที่เดิมแล้ว
เล้งได้ทบทวนอดีต………นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่พ่อพยายาม
ปลูก-ฝัง-เพาะ-บ่ม-อบ-รม-เคี่ยว-เข็น-ผลัก-ดัน
…………………. ผ่านมาทางกระดานหมากรุก
เขาซาบซึ้งแล้วว่า……… คำพร่ำบ่นบนกระดาน…….ของพ่อมีค่าแค่ไหน
นึกถึงบางประโยคที่พ่อคอยเน้นย้ำ
เพื่อชี้นำให้ชีวิตเขาเดินมาอย่างมีทิศทาง
/ หมากรุก………จะเดินให้ชนะ……ยังต้องคิด
…หมากชีวิต…….ถ้าไม่คิด…………….จะเดินให้ชนะได้อย่างไร
นึกถึงตอนเด็กที่เคยสงสัยว่า ทำไม พ่อถึงยอมแพ้ให้เขาในกระดานสุดท้าย
นึกถึงตอนที่เขาเข้าใจสิ่งนี้ได้เอง ในอีกหลายปีต่อมา
ว่าเป็น เพราะ พ่อกลัวว่าถ้าเขาแพ้ตลอด เขาจะเบื่อและอาจเลิกเล่นหมากรุกไปเลย
แต่ถ้าปล่อยให้เขาชนะเรื่อยๆ
มันก็ไม่มีอะไรท้าทายให้เขาเล่นต่อและจะคิดว่า
ไม่มีอะไรต้องเรียนรู้จากมันอีกแล้ว
นึกถึงพ่อของเขาที่ไม่เคยยึดติดกับสีของหมากอย่างที่เซียนหลายๆคนเป็น
เวลาเล่นกับเขาจะเลือกใช้หมาก…..สลับสี….ไปมา
บางครั้งเดินด้วยหมากสีแดง บางครั้งเดินด้วยหมากสีเขียว
ดังนั้น ภาพที่ปรากฏบนกระดานหมากรุก ที่ผ่านสายตาของเขาอย่างชินตา ก็คือ
….เดี๋ยวหมากสีแดงก็ชนะหมากสีเขียว……เดี๋ยวหมากสีเขียวก็ชนะหมากสีแดง…..
/ เล้ง….. ตัวหมากแดงและหมากเขียวน่ะ มันไม่เคยแพ้ชนะกันเด็ดขาดหรอก
เกมหมากรุกมันไม่เคยจบ ตัวหมากทั้งสองสียังคงอยู่เหมือนเดิม
เพียงแต่คนเล่นเท่านั้นเอง……………ที่เปลี่ยนหน้าไป
บางครั้ง……….เขาเองก็ยังเคยคิดเล่นๆ ว่า……
แท้จริงแล้ว เขาเองก็เป็นหมากตัวหนึ่งบนกระดานชีวิตของพ่อ…… ที่พ่อรักและหวงแหนมาก
เดินหมากตัวนี้ด้วยความระมัดระวัง หลังจากเคยสูญเสียหมากสำคัญไปครั้งหนึ่ง
เล้งเพิ่งทราบความจริง ในสิ่งที่เคยสงสัย จากอาของเขาเมื่อไม่กี่ปีมานี้
สำหรับเรื่องที่พ่อของเล้งเลิกเล่นหมากรุก……..แล้วมาเริ่มเล่นใหม่อีกครั้งกับเขาเพียงคนเดียว
ทำให้เขายิ่งตระหนักว่า…………..พ่อรักและหวังดีกับเขาเพียงใด
เพราะการ เดินหมากรุกแต่ละก้าวกับเขา
มันจะทำให้พ่อต้องเจ็บปวดกับอดีตที่ผุดขึ้นมาตอกย้ำ……………แต่พ่อก็ยอม
อาของเล้ง เล่าให้ฟังว่า
* เฮียเขาเป็นเซียนหมากรุก สมัยก่อน ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องไปร้านกาแฟที่ปากซอย
เล่นหมากรุกเอาแค่ค่ากาแฟกับปาท่องโก๋
เพราะในย่านเดียวกันไม่มีใครกล้ามาพนันเงินด้วยแล้ว
* แต่มีอยู่วันหนึ่งมีเซียนต่างถิ่น มาท้าแข่ง
วางเดิมพันกันด้วย มีทั้งจับวงนอก เล่นวงในอยู่หลายกลุ่มของทั้งสองฝั่ง
ตกลงกันว่า……เล่นกระดานเดียว….. แล้วไม่จำกัดเวลา
*เฮียเขาเองเดิมพันไม่เยอะพอสนุกๆ
แต่คนอื่นที่ถือหางนี่ ทุ่มกันหนักหน่อย
เพราะเห็นว่าเล่นแค่กระดานเดียว
ตอนนั้นเจ็กอยู่ในร้านกาแฟด้วย ดูอยู่แค่ครึ่งชั่วโมง
สักพักเจ็กก็กลับมาที่ร้านแล้วขับรถไปส่งของให้ลูกค้า
* ตอนหลัง มารู้ว่า เฮียเขาเล่นติดพันอยู่สักชั่วโมงนึงได้
แล้ว อาม้าของเล้งก็มาตามให้ขับรถไปส่งของให้ลูกค้าอีกเจ้า
แต่ป๊าของเล้ง เกี่ยงว่าให้รออีกเดี๋ยว …… ขอเล่นให้จบก่อน
* รออีกครึ่งชั่วโมง อาม้าลื้อ ก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ
อาป๊าลื้อเลยคิดว่าคงไม่มีอะไรด่วนมาก…… เลยเดินหมากต่อด้วยความเย็นใจ
* แต่จริงๆแล้ว อาม้าลื้อขับรถไปส่งของเอง ทั้งๆ ที่ยังขับรถไม่แข็ง
แต่เพราะต้องการจะไปเก็บเงินค่าสินค้าเดิมที่ครบกำหนดด้วย
* พอดีลูกค้าเขาโทรมาอีกที บอกว่ารอได้ไม่นาน
เพราะตัวเถ้าแก่กับเถ้าแกเนี้ยมีธุระด่วนกำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน
อาม้าลื้อเขาห่วงว่า เดี๋ยวจะหมุนเงินในร้านไม่ทัน ก็เลยรีบไป
* หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมง เด็กที่ร้านไปกระซิบที่หู บอกเฮียที่กำลังเดินหมากอยู่ว่า…..
……… อาซ้อขับรถชนกับรถหกล้อ………ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล……
* ตอนนั้นหมากกำลังสูสี แต่เฮียเขาทิ้งกระดานกลางคันไม่ได้
เพราะนักพนันมันล้อมวงอยู่เต็มร้าน
แต่แล้วอีกไม่ถึง 10 นาที….เซียนฝ่ายตรงข้ามก็รุกฆาต….แล้วเฮียเขาก็แพ้
ตอนนั้นคนในวงพนันยังไม่รู้เรื่อง
บางคนยังด่าไล่หลังว่า…….ทำพวกเขาเสียเงินไปเยอะ
*แล้วเฮียเขาก็รีบไปโรงพยาบาล ….. แต่ไม่ทัน…… อาม้าลื้อสิ้นลมก่อน
* ช่วงงานศพ วันทั้งวัน อาป๊าลื้อนั่งนิ่ง บางช่วงก็น้ำตาไหล ไม่พูดจากับใคร
พึมพำอยู่แต่ว่า………………………………………………….แพ้ทั้งสองกระดานๆ
*แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจนะ เพราะคนที่อยู่ในวงพนันนก็ยืนยันตรงกันว่า
เฮียเขาเล่นกับเซียนต่างถิ่นแค่………………………………..กระดานเดียว
เราอาจจะมีชีวิตอยู่ในวันนี้…………………………….. ด้วยความหวังของวันพรุ่งนี้
แต่จะไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ…………………………. ท่ามกลางการแข่งขันในสังคม
ของวันพรุ่งนี้ แต่จะไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ…………………………. ท่ามกลางการแข่งขันในสังคม
หมากรุก………จะเดินให้ชนะ……ยังต้องคิด …หมากชีวิต…….ถ้าไม่คิด…………….จะชนะได้อย่างไร
Credit: The Rounder / น้องส้มเด็กดี @ พันทิพย์ สีลม

Recent Comments