Archive

Archive for the ‘Cyber Socialist’ Category

Dear ilovekhmer.org webmaster, I founded you

July 17th, 2009

ถึงคุณเขมรสันดานเสีย

ผมตั้งใจจะเขียนหน้านี้ถึงคุณ ผมรู้ว่าคุณได้อ่าน และผมก็รู้เช่นกันว่าคุณอ่านมันออกด้วย google translate
แน่นอน ผมจะเขียนหน้านี้เป็น “ภาษาไทย

ผมรู้ว่าคุณต้องการตอบโต้ข้อมูลที่คุณคิดว่าถูกบิดเบือน และถูกโพสลงในเว็บไซต์ ilovethailand.org ซึ่งปัจจุบัน ทางรัฐบาลไทยได้ถอดคลิปนั้นออกจากเว็บไซต์ไปแล้ว

การมีอยู่ของ ilovekhmer.org ไม่ได้เป็นปัญหาที่กระทบความรู้สึกของใคร แต่การจดโดเมน ihatethailand.com แล้ว redirect ไปที่ ilovekhmer.org ผมถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ถ้าคุณอยากเสนอความจริง ซึ่งต้องยอมรับว่า ในอดีตอาณาจักรขอมได้มีความรุ่งเรืองสูงสุดและขยายอาณาเขตมายังพื้นที่ประเทศไทย และเวลาต่อมาบรรพบุรุษของไทย ได้สร้างราชอาณาจักรไทยขึ้นมา โดยมีการแบ่งแยกดินแดนชัดเจนแล้วตามหลักสากล นั่นหมายความว่า พื้นที่ของไทยไม่ได้เป็นของเขมรแต่อย่างใด

ข้อมูลในอดีตที่ผ่านมาไม่ได้มีความหมาย กรุณาอย่าเพ้อฝันว่าที่ตรงนี้เป็นของพวกคุณ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะยังเป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นประเทศอาณานิคมของชาติตะวันตก คงไม่สามารถเข้าถึง เวียดนาม หรือลาวได้

ที่ผ่านมาปัญหาชายแดนถูกถกเถียง เป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของทางกัมพูชาเอง ที่นำเขาพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกแต่เพียงผู้เดียว เราไม่ได้ต้องการให้เขาพระวิหารเป็นของเรา แต่ในความเป็นจริง ณ ปัจจุบัน เขาพระวิหารอยู่ในเขตแดนไทยที่อนุญาติให้ ชนชาติเขมร สามารถให้พื้นที่บางส่วน เพื่อดูแลรักษาสถานที่ เราจึงเรียกว่าพื้นที่ทับซ้อน.

ในความเป็นจริงแล้ว ไทย หรือเขมร ก็มีสายเลือดเดียวกัน ซึ่งไม่สามารถโต้แย้งได้ นับได้ว่าเป็นพี่น้องกันนั่นเอง
ครั้งหนึ่ง แม่ค้าขายไก่ทอดชาวเขมร เคยถามว่าคุณเกลียดคนเขมรไม๊ แน่นอนเราไม่ได้เกลียดเขมร เรายังอุดหนุนช่วยเหลือซื้อไก่ทอดของคนเขมรทาน

และรายได้ของเขมร ไม่ได้มาจากการเปิดชายแดนซื้อขายของบริจาค ที่โรงเกลือยังงั้นหรือ?
ไม่ได้มาจากการเปิดบ่อนคาสิโนที่ปอยเปตยังงั้นหรือ?
สินค้าที่คุณใช้ในชีวิตประจำวันไม่ได้มาจากประเทศไทยยังงั้นหรือ ถึงแม้ว่าพวกคุณจะพยายามสร้างกระแส anti Thai’s products?
แม้แต่รายการทีวี หรือเว็บไซต์ คุณก็ยังดูของไทยไม่ใช่หรือ?

การเปิดเข้า่ชมเขาพระวิหาร นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปได้โดยง่ายจากฝั่งไทย จึงทำให้นักท่องเที่ยวมาที่ประเทศไทยก่อนแล้วค่อยเดินทางไปยังเขตชายแดนดังกล่าว และหลังจากที่มีปัญหาทางการเขมร ได้ตัดถนนและสร้างบันไดเพื่อเดินทางเข้าไปพื้นที่ดังกล่าวจากฝั่งเขมรเอง

กลับกันทางเขมร ได้พยายามยึดครองพื้นที่โดยรอบเขาพระวิหาร ทั้งที่มันเป็นอธิปไตยของเรา และเราจะไม่ยอมให้ใครมารุกราน

ถึงอย่างไร ไม่ได้มีคนไทยคนไหนริเริ่มที่จะพูดว่า “คนไทยเกลียดเขมร” ดังนั้นการมีอยู่ของโดเมน ihatethailand.org จึงเป็นเรื่องไม่สมควร และหากว่ามีคนไทยไปสร้างเว็บไซต์ที่ชื่อ fuckkhmer.org ,khmersuck.org บ้าง ผมเชื่อว่าทางฝ่ายคุณก็ย่อมไม่พอใจ

การทำงานในบริษัท IT และความสามารถในการใช้ภาษา รวมถึงการใช้บริการ hosting จาก mediatemple ทำให้ผมรู้ว่าคุณมีการศึกษา มีความรู้ ความสามารถ

แต่นิสัยสันดานเสียของคุณ คงไม่สามารถแก้ให้หายได้

และผมได้เปลี่ยนใจที่จะไม่เผยแพร่เรื่องนี้ไปให้คนทั่วไปได้รับทราบ แต่ผมยังคงติดตามพฤติกรรมของคุณอยู่ และจะ update ข้อมูลภายใน blog นี้อย่างสม่ำเสมอ และจะตอบโต้อย่างสุดซึ้ง ต่อความจริงที่เป็นเท็จของคุณ
—– ผมเปลี่ยนใจอีกครั้ง โดยตัดสินใจที่จะเผยแพร่เรื่องนี้ —–
เพราะการมีอยู่ของ http://ihatethailand.blogspot.com/2009/07/i-hate-king-of-thailand.html
ซึ่งยอมรับไม่ได้ และจะไม่มีวันยอมรับ และผมไม่สนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะเราไม่มีความจำเป็นต้องยอมมันทุกอย่าง
—————————————————–

สุดท้าย โปรดจงทำความเข้าใจ ความจริงในอดีต ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นความจริงในปัจจุบัน อย่ายึดติดกับความเชื่อเก่า ๆ ที่ถูกปลูกฝังมาว่า ไทยแย่งชิงทุกอย่างจากเขมร เพราะว่าความจริง ไทยคือส่วนหนึ่งของเชื้อชาติเขมรที่แยกตัวออกมาเป็นเอกราช

อย่ามัวแต่เพ้อฝันว่ามันยังเป็นของคุณ!

admin Cyber Socialist , , , , , , , , ,

สมควรหรือไม่ ihatethailand.org , ilovekhmer.org

July 16th, 2009

วันนี้กลับถึงห้องเร็วเพราะรถไม่ติด แต่เมื่อเปิด twitter ขึ้นมา ก็เจอลิ้งค์นึง ihatethailand.org ที่เค้าเอามาโพสต่อว่ากัน พอคลิกเข้าไปปุ๊บ มันก็ redirect ไปที่ ilovekhmer.org

แบบว่าพอเห็นเนื้อหาเท่านั้น ก็เริ่มรู้สึกแย่ พออ่านข้อความโง่ ๆ ของมันแล้วยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่เลย ในเว็บมันเป็นรูปภาพแต่ผมจะพิมพ์เก็บเอาไว้

“this website is not here to stir up nationalist tensions or cause problems of any kind. It is simple intended to provide internationally accepted fact to counter the provably false accusations initially made on the website www.ilovethailand.org

if this site result inappropriate behavior or is used as an excuse for violence or trouble-making of any kind, the entire website will immediately be remove. We also removed. We also remove this website if requested to do by cambodian authorities.”

พูดง่าย พิมพ์งาย คิดง่ายและทำง่าย

Fact or fuck if you see the map behind อยากถามจากใจ “ประเทศกู เคยเป็นของมึงตั้งแต่เมื่อไรวะ”
และข้อความง่าย ๆ ว่า ถ้ามีปัญหาจะลบทิ้ง ต่อเมื่อได้รับคำสั่งจากผู้มีอำนาจในกัมพูชา

ถ้ามีแค่  ilovekhmer.org ใครจะไปว่าอะไร แต่ที่ยอมรับไม่ได้คือ มันมี domain ihatethailand.org และก็มีเนื้อหา รูปภาพที่ยอมรับไม่ได้

เบื้องต้นผมจะ capture ข้อมูลเก็บไว้ และดูท่าทีต่อไป ก่อนที่จะกระจายข้อมูลนี้ออกไปให้คนไทยได้รู้ (คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย)

ilovekhmer.org

ilovekhmer.org

ihatethailand whois ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับ ilovekhmer.org

ihatethailand whois ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับ ilovekhmer.org

ถึงผมจะชาตินิยม แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะทำอะไร ส่อเสียดประเทศที่ผมไม่ชอบ ถึงแม้ว่าเราจะมีปัญหากันอยู่ แต่การทำเช่นนี้ ถือเป็นการไม่ให้เกียรติคนไทยทั้งชาติ ซึ่งก็คิดว่าหลายคน คงยอมรับไม่ได้เช่นกัน

Edit: เนื่องจากมีผู้ทักท้วงว่า แผนที่นั้นจะจริงหรือไม่เกิดขึ้นมานานมากแล้ว ถ้าเป็นจริงก็คงจะว่าอะไรไม่ได้ แต่เท่าที่ผมรับรู้มาตั้งแต่จำความได้ มันไม่ใช่แบบนี้ครับ

PS.เนื้อหาในบล็อกนี้ เป็นการแสดงความคิดเห็นของผมเท่านั้น และถ้าเป็นไปได้จะหาข้อมูลมาโต้แย้ง เพิ่มเติมครับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- เขาพระวิหาร สมบัติเขมรบนอธิปไตยของไทย

admin Cyber Socialist , , , ,

Identifier your Cyber Identity

July 9th, 2009
Cyber identifier

Cyber identifier

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ การมีตัวตนบนโลก internet นั้น มีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนยุคนี้การตั้งชื่อตัวตนของตัวเองบน Internet หรือที่เรียกกันว่า nick,นามแฝง,ชื่อในเน็ต รวมถึง address ต่าง ๆ นั้นค่อนข้างมีความสำคัญ

การตั้งชื่อที่ว่าอาจเป็นชื่อชอบ หรือเป็นชื่อที่ไม่ซ้ำกับคนอื่น อย่างเช่นผมเมื่อก่อนจะใช้ Thenetxx (ชอบคำว่า the net แต่มีคนใช้แล้ว เราก็เลยเติม x ไป 2 ตัว) ,  [Inmymind] , CybErPunK, aanthe หรือในพันทิพย์คือ BiGTeDDy

เชื่อหรือไม่ว่าหลาย ๆ ครั้งที่ผมไปพบลูกค้า หรือไปกินข้าวกับเพื่อน พอผมเอ่ยชื่อเหล่านี้ หลายครั้งที่พบว่าพวกเค้าติดตามเราอยู่ อย่างน้อยก็เคยเห็นในเว็บไซต์ต่าง ๆ ทำให้คุยกันง่ายขึ้น เพราะเรารู้แล้วว่าเค้าชื่นชอบอะไร

ถ้ามองในแง่การตลาด ทุกโอกาสที่จะแสดงตัวตนบน internet นั้น การตั้งชื่อตัวเองเหมือนการสร้างแบรนด์ และการออกความเห็นก็จะเป็นการโปรโมทตัวของคุณเอง ยิ่งคุณทำประโยชน์ ยิ่งคุณใช้เวลาว่างเพียงเล็กน้อยตอบคำถาม เพื่อช่วยเหลือคนอื่นนั้น “การให้” จะทำให้คนอื่นรักคุณมากยิ่งขึ้น ผมมองว่ายิ่งให้ ก็ยิ่งได้ครับ

เวลาผมไปตอบคำถามช่วยเหลือคนอื่นเขียนโปรแกรม เมื่อเค้ามีอะไรดี ๆ เช่น มีงานที่เค้าไม่สามารถทำได้ เค้าก็จะโยนงานนั้นมาให้ผมทำ

เวลาผมเขียนบทความ ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานด้านเว็บไซต์ หรือ E-commerce บางครั้ง ก็มีคนติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการทำธุรกรรมบนอินเตอร์เน็ต รวมถึง business model ที่เค้าได้ยินมา เพื่อประยุคต์ใช้กับธุรกิจของเค้าเอง เราแค่ให้คำตอบที่เรารู้อยู่แล้วกับเค้าไป ดีกว่าปล่อยให้เค้างมหาทางเอาเอง จนต้องลงทุน ลงแรงไปเยอะ แต่ไม่ได้อะไรกลับมา นอกจากระบบที่ไม่มีคนใช้ ระบบนึง

มีไม่น้อยที่หลาย ๆ บริษัทติดต่อให้ผมไปทำงานด้วย เพราะการตอบคำถามและเค้าได้เข้ามาอ่านบล็อกแห่งนี้ การเขียนบล็อกเป็นการแสดงตัวตนอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ เจ้าของบริษัทเหล่านี้ คงเห็นอะไรบางอย่างที่เค้าต้องการ จากความคิดของเจ้าของบล็อก

การเขียนบล็อก เป็นการฝึกทักษะการเขียนบทความที่ดี และก็ยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้กับตัวคุณด้วย หลายคนมักจะพูดว่า ทำไมต้องจดโดเมน ลงโปรแกรมเองทั้งที่เว็บบล็อกฟรี ๆ มีให้ใช้ตั้งเยอะแยะ แต่ในมุมมองของผม การที่คุณไปใช้ของฟรี นั่นคือคุณไปโปรโมทเว็บไซต์ให้คนอื่น ชื่อเสียงไปอยู่กับคนอื่น รายได้ตกอยู่กับคนอื่น ถ้าคุณเขียนดี มีคนติดตาม ตัวคุณอาจจะดัง แต่เว็บไซต์ดังกว่า และเมื่อเวลาผ่านไป เค้าจำไม่ได้หรอกว่า url ของ blog คุณนั้นคืออะไร จะจำได้ก็แค่โดเมนของเว็บที่คุณเขียนเท่านั้นเอง แต่ถ้าจะเถียงว่าฟรีบล็อกบางที่ สามารถแปะ adsense ได้ ผมก็คงต้องถามกลับว่า คุณสามารถทำรายได้เท่าไรต่อเดือน และเค้ามีรายได้เท่าไรต่อเดือนจากการใช้งานของคุณ ^_^ และนอกจากเศษเงินที่คุณได้รับ คุณอะไรนอกเหนือจากนั้นบ้าง… Nothing…

ความวิเศษของบล็อกคือ คุณจะทำอะไรกับมันก็ได้ เมื่อมีคนติดตาม มีคนชื่นชอบ คุณจะขายของบนบล็อกก็มีคนซื้อ คุณจะแนะนำเว็บไซต์ใหม่ก็มีคนใช้ แล้วยิ่งถ้าเค้ามั่นใจและเชื่อถือในตัวคุณและสิ่งที่คุณเขียน คุณจะชี้นกแล้วบอกว่าเป็นไม้ ก็ยังมีคนเชื่อคุณนะครับ

ที่กล่าวมาทั้งหมด ก็แค่จะบอกว่า การมีตัวตนแบบเปิดบนโลกไซเบอร์ มีประโยชน์มากกว่าการออกความเห็น หรือการใช้สิทธิ์ต่าง ๆ จากเว็บไซต์ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสามารถทำให้ตัวเองโดดเด่้นได้เพียงใด ก็เท่านั้น ^__^

ในที่นี้ผมจะกล่าวถึงการมีตัวตนแบบเปิด ซึ่งก็จะมีตัวตนแบบปิดเช่นกัน การมีตัวตนแบบเปิดนั้น แน่นอนคุณต้องทำทุกอย่างให้ดูดี เพราะถ้ามีใครสนใจตัวตนของคุณ เค้าก็แค่ copy ชื่อของคุณไป paste ใน Google  สิ่งที่คุณทำทั้งหมดด้วยชื่อนั้นก็จะถูกเปิดเผย และถ้าตัวตนของผมเป็นแบบนี้ แล้วตัวตนของคุณบน internet เป็นเช่นไร เคยมองย้อนกลับไปดูบ้างรึป่าวครับ

admin Cyber Socialist , , , , , ,

ระบบตัดเงินผ่านบัตรเครดิต ต้องทำหรือไม่

June 29th, 2009
Payment gateway flow

Payment gateway flow

เมื่อลูกค้าต้องการทำเว็บไซต์ขายของ มักจะแถม requirement มาด้วยว่าอยากให้ตัดเงินผ่านบัตรเคดิตได้

ซึ่งในมุมมองของคนไม่รู้ มันก็ดูดีนะ ไหน ๆ เสียเงินทำเว็บไซต์แล้วก็อยากให้มีช่องทางการจ่ายเงินที่ดี เวลาซื้อของผ่านอินเตอร์เน็ต ก็เลยจะนึกถึงการจ่ายเงินทางนี้(บัตรเครดิต)

ขั้นตอนการขอเปิดบริการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต (Credit card payment gateway) จะว่าทำง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก แต่ที่แน่ ๆ มันวุ่นวายมาก โดยทั่วไปจะใช้ 2 วิธี

1.เปิด gateway กับทางธนาคารโดยตรง(ปัจจุบันนิยมอยู่ 2 ที่คือ ธ.กรุงเทพ และ ธ.กสิกร) โดยติดต่อไปที่ธนาคาร ซึ่งมักจะ require บางอย่างเช่น ต้องจดทะเบียน e-commerce กับกระทรวงพาณิชย์ก่อน ต้องซื้ือ SSL ที่มีชื่อเสียง ระดับนานาชาติยอมรับ ต้องมีโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมผ่าน webservice เป็น ต้องเป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทขึ้นไป ต้องวางเงินค้ำประกัน(บางแห่ง) นั่นหมายถึง Cost ที่สูงขึ้น มีงบทำเว็บไซต์แค่ 1-3 หมื่น บอกได้เลยว่าไม่พอ

2.เปิด gateway  แบบผ่านคนกลาง เช่น paysbuy,paypal ซึ่งปกติจะให้บริการ e-wallet และการจ่ายเงินตัดบัตรเครดิตโดยตรง ที่ paysbuy เีีรียกว่า directpay ผู้ที่ต้องการใช้บริการ ต้องมีความน่าเชื่อถือพอสมควร ซึ่งทางคนกลางจะพิจารณาเป็นราย ๆ ไปว่าสมควรจะเปิดให้ใช้หรือไม่ และไม่ต้องการ SSL เพราะเมื่อชำระเงินระบบจะลิ้งไปที่เว็บของ คนกลางเองซึ่งมีระบบ SSL อยู่แล้ว

จากตัวเลือกทั้งสองทางด้านบน มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป นั่นคือถ้าคุณเป็นองค์กรใหญ่ ทำเน้นทำธุรกรรมออนไลน์เป็นหลัก โดยมีทีมพัฒนาเว็บไซต์ที่เก่งกาจอยู่ในมือแล้ว ก็เชิญติดต่อธนาคารโดยตรงจะดีกว่า โดยเสียค่าบริการต่อ transaction ไม่สูงนัก 0.5-3 %

แต่หากว่าคุณไม่มั่นใจ และพึ่งเริ่มทำ e-commerce โดยอาจจะใช้ Freelance หรือ Outsource ทั่วไป ที่ค่าจ้างไม่สูงนัก และคุณไม่มีความรู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์สักเท่าไร ก็แนะนำให้ใช้บริการผ่านคนกลาง ซึ่งการเขียนโปรแกรมติดต่อ gateway ก็จะ API ซึ่งง่ายกว่าการใช้ Web service ของทางธนาคาร และคนกลางจะคอย monitor การจ่ายเงินตลอดเวลา เมื่อมี transaction แปลก ๆ ก็จะทำการตรวจสอบข้อมูล ก่อนหักเงินจริง ๆ เป็นการป้องกันอีกชั้นนึงให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่อง การโขมยใช้บัตรเครดิตคนอื่นมาซื้อสินค้า

แต่ เดี๋ยวก่อน ที่กล่าวมา ไม่ได้หมายความว่าการมีเว็บไซต์ขายสินค้า แล้วมีระบบตัดเงินผ่านบัตรเครดิตจะเป็นทางออกที่ดี
เนื่องจาก การใช้ credit card ของคนไทยจะมีความรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย จากข่าวที่มีประจำเกี่ยวกับการโขมยข้อมูลบัตรเครดิต ทำให้หลาย ๆ ท่านหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต และกลุ่มคนที่จะจ่ายเงินผ่านวิธีนี้มักจะเป็นชาวต่างชาติ และจะเลือกจ่้ายเงินซื้อสินค้ากับเว็บที่ดูมีความน่าเชื่อถือเท่านั้น

ดังนั้นหากจะเปิด payment gateway ควรมองก่อนว่า กลุ่มเป้าหมายของคุณคือคนไทยหรือต่างชาติ

ถ้าหากว่าเป็นคนไทย คงเป็นทางออกที่ไม่ดีนัก จากประสบการณ์ตรง คนไทยเหมาะที่สุดกับการชำระเงินแบบ Bank transfer (โอนผ่านบัญชีธนาคาร) , Mobile payment (จ่ายเงินผ่านโทรศัพท์ เหมาะกับสินค้าที่เป็น micro payment คือราคาไม่สูงนัก อยู่ในช่วง 10-500 บาท และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูง)  และถ้าทุนคุณสูงพอ คุณมีทีมพัฒนาที่เก่งกาจ และมันจำเป็นต้องมีการตัดเงินผ่านบัตรเครดิต การมีไว้มันก็ดีกว่าไม่มีนี่ครับ

แต่ถ้าจะกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ อันนี้ต้องดูก่อนว่าคุณมี Process งานด้านนี้มาก่อน ถ้าคุณไม่เคยขายสินค้าใน internet เลย และอยากเริ่มทำแนะนำให้จ่ายเงินผ่านคนกลางที่น่าเชื่อถือหน่อย เช่น Paypal ก่อน จนคุณมีลูกค้าอยู่ในมือบ้าง และคิิดว่าพร้อมแล้วที่จะลุยเต็มตัว ค่อยลงทุนทำทีหลังก็ไม่เสียหาย แต่อย่าเอาระบบตัดเงินผ่านบัตรเครดิตมาใช้ในตอนต้น ถ้าไม่จำเป็น(ความจำเป็นขึ้นอยู่กับ Business Model ของคุณเอง) เพราะค่าใช้จ่ายที่สูง และถ้ามันไม่ work มันไม่มีคนใช้ มันจะเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตนนะครับ

*** SSL หรือ Secure Socket Layers เป็นโปรโตคอลในการส่งข้อมูลแบบเข้ารหัส ซึ่งวิธีเข้ารหัสจะแตกต่างกันไปในแต่ละเจ้าของ สังเกตุได้ง่าย ๆ เมื่อเข้าเว็บที่ต้องทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงิน ระบบจะ alert ถาม yes/no และ http: จะเป็นเปลี่ยนเป็น https:

โดยแต่ละเจ้าจะมี Certificated ให้เมื่อคุณซื้อ SSL ของเค้า และบางเจ้าถึงกับแจ้งว่า ถ้าถอดรหัสได้ รับไปเลย $10,000,000 (-*-มั่นใจสุด ๆ )

*** Mobile payment ต้องเขียนโปรแกรมติดต่อ Webservice และต้องซื้อเบอร์จาก operator แต่ละเจ้า ซึ่งแพงและกำหนดเป็นต่อ Slot ตามราคา เช่น ถ้าคุณเปิดช่องราคา 9 บาท และ 20 บาท เวลาคุณจะตัดเงินจากลูกค้า ก็จะตัดได้แค่ 2 ราคานี้เท่านั้นและเมื่อได้รับชำระเงิน Service charge สูงถึง 40-50%  ของราคาขายทีเดียว เหมาะกับสินค้าประเภท software / e-book / Digital media file หรือสินค้าที่ไม่มีต้นทุนต่อจำนวน (นึกภาพ เวลาโหลด mp3 ไฟล์ต้นฉบับยังอยู่ โหลดกี่ร้อย กี่พันครั้ง ก็ไม่ได้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น)

สุดท้ายก็ไม่อยากให้โฟกัสกันที่วิธีการมากนัก หากสินค้าคุณดีจริง ตัวเว็บมีภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ มีการจดทะเบียนถูกต้อง จนลูกค้ามั่นใจว่า จ่ายเงินไปแล้วจะได้สินค้าที่ตรงกับที่ระบุไว้ ต่อให้วิธีการจ่ายเงินยากยังไง เค้าก็จะพยายามหาทางติดต่อซื้อสินค้าจากคุณจนได้

payment gateway ช่องทางต่าง ๆ เป็นเพียงทางเลือก เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจจ่ายเงินเลยได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

(บางครั้งคิดจะซื้อ กะไว้ว่าตอนเช้าจะไปโอนเงิน แต่เกิดเปลี่ยนใจตอนตื่นนอน ก็เป็นไปได้ ถ้าลูกค้าตัดสินใจแล้วจ่ายเงินได้เลย ตื่นเช้ามาก็แค่รอสินค้า เพราะจ่ายเงินไปแล้ว  ^__^)

admin เริ่มต้น E-Commerce , , , , , ,

ว่าด้วย Bug เล็ก ๆ ของ hotmail

June 23rd, 2009
windows live logo

windows live logo

เมื่อวันก่อน แฟนผมจะส่ง resume ให้บริษัทที่เรียกตัวไปทำงาน โดยใช้ account ของ hotmail
ซึ่งก่อนหน้านั้น ได้เปลี่ยน First name เป็นชื่อเล่นไว้ ก็อยากจะเปลี่ยนกลับมาเป็นชื่อจริง เพื่อให้ดูสุภาพ มืออาชีพ ไม่กิ๊กก๊ิอก

สามารถทำได้โดยการคลิกที่ Option ด้านขวาบน แล้วเลือก more option หลังจากนั้นให้เลือกเมนูแรกคือ View and edit your personal information > Registered information > คลิก change ตรงหลังชื่อของคุณตามลำดับเพื่อเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัว

เมื่อเปลี่ยนเป็นชื่อแฟนผม โดยแฟนของผมมีชื่อจริงว่า “ศิวพร” หรือ “Sivaporn”  แล้วคลิก save ระบบกลับฟ้องว่า
This name contains a word that isn’t allowed. Please enter a different name

ทายซิ Error ตรงไหน?

ครับ เนื่องจากคำว่า porn ในภาษาอังกฤษ นั้นหมายถึง เรื่องลามก,สื่อลามก,หนังสือลามก นั่นเอง ซึ่งก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนระบบมาใช้ windows live ในปัจจุบัน มันยังใช้ได้อยู่ นั่นหมายความว่ามันคงเป็น Bug สำหรับคนไทยมั้งครับ (เพราะคนชาติอื่น น้อยนักที่จะมีคำว่า porn ในชื่อ) นั่นก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ฝรั่งมองข้ามไป(อาจเพราะไม่รู้ก็ได้) และการเพิ่มจุดแทรกระหว่างคำ หรือการเว้นวรรค ไม่ได้ช่วยอะไร สุดท้ายทางแก้แบบเร่งด่วนคือ การใช้ชื่อเล่น แทนการใช้ชื่อจริงไปก่อน แล้วค่อยแจ้งทางทีม hotmail ทีหลัง -*-

เว็บไซต์ระดับโลกยังมี Bug นับประสาอะไรกับเว็บเล็ก ๆ ของเรา(ข้อแก้ตัว เวลาทำงานแล้วมี Bug อิอิ)

admin Cyber Socialist , , , , ,