Archive

Posts Tagged ‘ยึด’

ระบบตัดเงินผ่านบัตรเครดิต ต้องทำหรือไม่

June 29th, 2009 admin 2 comments

เมื่อลูกค้าต้องการทำเว็บไซต์ขายของ มักจะแถม requirement มาด้วยว่าอยากให้ตัดเงินผ่านบัตรเคดิตได้

ซึ่งในมุมมองของคนไม่รู้ มันก็ดูดีนะ ไหน ๆ เสียเงินทำเว็บไซต์แล้วก็อยากให้มีช่องทางการจ่ายเงินที่ดี เวลาซื้อของผ่านอินเตอร์เน็ต ก็เลยจะนึกถึงการจ่ายเงินทางนี้(บัตรเครดิต)

ขั้นตอนการขอเปิดบริการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต ( gateway) จะว่าทำง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก แต่ที่แน่ ๆ มันวุ่นวายมาก โดยทั่วไปจะใช้ 2 วิธี

1.เปิด gateway กับทางธนาคารโดยตรง(ปัจจุบันนิยมอยู่ 2 ที่คือ ธ.กรุงเทพ และ ธ.กสิกร) โดยติดต่อไปที่ธนาคาร ซึ่งมักจะ require บางอย่างเช่น ต้องจดทะเบียน e-commerce กับกระทรวงพาณิชย์ก่อน ต้องซื้ือ ที่มีชื่อเสียง ระดับนานาชาติยอมรับ ต้องมีโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมผ่าน webservice เป็น ต้องเป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทขึ้นไป ต้องวางเงินค้ำประกัน(บางแห่ง) นั่นหมายถึง Cost ที่สูงขึ้น มีงบทำเว็บไซต์แค่ 1-3 หมื่น บอกได้เลยว่าไม่พอ

2.เปิด gateway  แบบผ่านคนกลาง เช่น paysbuy,paypal ซึ่งปกติจะให้บริการ และการจ่ายเงินตัดบัตรเครดิตโดยตรง ที่ paysbuy เีีรียกว่า directpay ผู้ที่ต้องการใช้บริการ ต้องมีความน่าเชื่อถือพอสมควร ซึ่งทางคนกลางจะพิจารณาเป็นราย ๆ ไปว่าสมควรจะเปิดให้ใช้หรือไม่ และไม่ต้องการ เพราะเมื่อชำระเงินระบบจะลิ้งไปที่เว็บของ คนกลางเองซึ่งมีระบบ อยู่แล้ว

จากตัวเลือกทั้งสองทางด้านบน มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป นั่นคือถ้าคุณเป็นองค์กรใหญ่ ทำเน้นทำธุรกรรมออนไลน์เป็นหลัก โดยมีทีมพัฒนาเว็บไซต์ที่เก่งกาจอยู่ในมือแล้ว ก็เชิญติดต่อธนาคารโดยตรงจะดีกว่า โดยเสียค่าบริการต่อ transaction ไม่สูงนัก 0.5-3 %

แต่หากว่าคุณไม่มั่นใจ และพึ่งเริ่มทำ e-commerce โดยอาจจะใช้ Freelance หรือ Outsource ทั่วไป ที่ค่าจ้างไม่สูงนัก และคุณไม่มีความรู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์สักเท่าไร ก็แนะนำให้ใช้บริการผ่านคนกลาง ซึ่งการเขียนโปรแกรมติดต่อ gateway ก็จะ API ซึ่งง่ายกว่าการใช้ Web service ของทางธนาคาร และคนกลางจะคอย monitor การจ่ายเงินตลอดเวลา เมื่อมี transaction แปลก ๆ ก็จะทำการตรวจสอบข้อมูล ก่อนหักเงินจริง ๆ เป็นการป้องกันอีกชั้นนึงให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่อง การโขมยใช้บัตรเครดิตคนอื่นมาซื้อสินค้า

แต่ เดี๋ยวก่อน ที่กล่าวมา ไม่ได้หมายความว่าการมีเว็บไซต์ขายสินค้า แล้วมีระบบตัดเงินผ่านบัตรเครดิตจะเป็นทางออกที่ดี
เนื่องจาก การใช้ ของคนไทยจะมีความรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย จากข่าวที่มีประจำเกี่ยวกับการโขมยข้อมูลบัตรเครดิต ทำให้หลาย ๆ ท่านหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต และกลุ่มคนที่จะจ่ายเงินผ่านวิธีนี้มักจะเป็นชาวต่างชาติ และจะเลือกจ่้ายเงินซื้อสินค้ากับเว็บที่ดูมีความน่าเชื่อถือเท่านั้น

ดังนั้นหากจะเปิด ควรมองก่อนว่า กลุ่มเป้าหมายของคุณคือคนไทยหรือต่างชาติ

ถ้าหากว่าเป็นคนไทย คงเป็นทางออกที่ไม่ดีนัก จากประสบการณ์ตรง คนไทยเหมาะที่สุดกับการชำระเงินแบบ Bank transfer (โอนผ่านบัญชีธนาคาร) , (จ่ายเงินผ่านโทรศัพท์ เหมาะกับสินค้าที่เป็น micro payment คือราคาไม่สูงนัก อยู่ในช่วง 10-500 บาท และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูง)  และถ้าทุนคุณสูงพอ คุณมีทีมพัฒนาที่เก่งกาจ และมันจำเป็นต้องมีการตัดเงินผ่านบัตรเครดิต การมีไว้มันก็ดีกว่าไม่มีนี่ครับ

แต่ถ้าจะกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ อันนี้ต้องดูก่อนว่าคุณมี Process งานด้านนี้มาก่อน ถ้าคุณไม่เคยขายสินค้าใน internet เลย และอยากเริ่มทำแนะนำให้จ่ายเงินผ่านคนกลางที่น่าเชื่อถือหน่อย เช่น Paypal ก่อน จนคุณมีลูกค้าอยู่ในมือบ้าง และคิิดว่าพร้อมแล้วที่จะลุยเต็มตัว ค่อยลงทุนทำทีหลังก็ไม่เสียหาย แต่อย่าเอาระบบตัดเงินผ่านบัตรเครดิตมาใช้ในตอนต้น ถ้าไม่จำเป็น(ความจำเป็นขึ้นอยู่กับ Business Model ของคุณเอง) เพราะค่าใช้จ่ายที่สูง และถ้ามันไม่ work มันไม่มีคนใช้ มันจะเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตนนะครับ

*** หรือ Secure Socket Layers เป็นโปรโตคอลในการส่งข้อมูลแบบเข้ารหัส ซึ่งวิธีเข้ารหัสจะแตกต่างกันไปในแต่ละเจ้าของ สังเกตุได้ง่าย ๆ เมื่อเข้าเว็บที่ต้องทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงิน ระบบจะ alert ถาม yes/no และ http: จะเป็นเปลี่ยนเป็น https:

โดยแต่ละเจ้าจะมี Certificated ให้เมื่อคุณซื้อ ของเค้า และบางเจ้าถึงกับแจ้งว่า ถ้าถอดรหัสได้ รับไปเลย $10,000,000 (-*-มั่นใจสุด ๆ )

*** ต้องเขียนโปรแกรมติดต่อ Webservice และต้องซื้อเบอร์จาก operator แต่ละเจ้า ซึ่งแพงและกำหนดเป็นต่อ Slot ตามราคา เช่น ถ้าคุณเปิดช่องราคา 9 บาท และ 20 บาท เวลาคุณจะตัดเงินจากลูกค้า ก็จะตัดได้แค่ 2 ราคานี้เท่านั้นและเมื่อได้รับชำระเงิน Service charge สูงถึง 40-50%  ของราคาขายทีเดียว เหมาะกับสินค้าประเภท software / e-book / Digital media file หรือสินค้าที่ไม่มีต้นทุนต่อจำนวน (นึกภาพ เวลาโหลด mp3 ไฟล์ต้นฉบับยังอยู่ โหลดกี่ร้อย กี่พันครั้ง ก็ไม่ได้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น)

สุดท้ายก็ไม่อยากให้โฟกัสกันที่วิธีการมากนัก หากสินค้าคุณดีจริง ตัวเว็บมีภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ มีการจดทะเบียนถูกต้อง จนลูกค้ามั่นใจว่า จ่ายเงินไปแล้วจะได้สินค้าที่ตรงกับที่ระบุไว้ ต่อให้วิธีการจ่ายเงินยากยังไง เค้าก็จะพยายามหาทางติดต่อซื้อสินค้าจากคุณจนได้

ช่องทางต่าง ๆ เป็นเพียงทางเลือก เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจจ่ายเงินเลยได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

(บางครั้งคิดจะซื้อ กะไว้ว่าตอนเช้าจะไปโอนเงิน แต่เกิดเปลี่ยนใจตอนตื่นนอน ก็เป็นไปได้ ถ้าลูกค้าตัดสินใจแล้วจ่ายเงินได้เลย ตื่นเช้ามาก็แค่รอสินค้า เพราะจ่ายเงินไปแล้ว  ^__^)

Tags: , , , , , , , , ,

ขอประนาม การบุกยึดสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที)

August 26th, 2008 admin 4 comments

ปกติผมจะไม่ค่อยสนใจเรื่องการเมืองสักเท่าไร เต็มที่ก็แค่ติดตามข่าวสารทั่วไป
แต่เหตุการณ์วันนี้ (26 AUG 2008) ผมตื่นเช้ามา เพื่อจะไปทำงานตามปกติ

ทั้งทีวี ทั้งเว็บไซต์ ทั้งคนขี่วินมอเตอร์ไซ ต่างนำเสนอเรื่องนี้กันทั้งนั้น
ผมไม่ได้เชียร์คุณทักษิณ หรือคุณสนธิ เป็นพิเศษ การชุมนุมที่ผ่านมาของทางพันธมิตรก็ดำเนินไปได้ด้วยความเรียบร้อยดี
อาจจะแตกต่างกับทาง นปก. ที่ค่อนข้างดุเดือด แต่ผมก็ไม่ได้ชื่นชมกลุ่มไหน เพราะการชุมนุม การปิดถนน ไม่ได้ทำบ้านเมืองเจริญ มีปัญหามาตลอด หุ้นตก 7-8 ร้อยจุด ตัวแดงกันเต็มพอร์ทของนักลงทุนหลายคน

ภาพจาก dailynews

ภาพจาก dailynews

แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการบุกยึด และพยายามจะส่งสัญาณ ASTV ออกอากาศแทน
และการเรียกร้องให้ปล่อยตัวสมาชิกของกลุ่มพันธมิตร ที่ถูกจับกุม ข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สิน
ถ้าการที่พวกคุณบุกทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น แล้วจะไม่ถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย ผมคิดว่ามันไม่ถูกต้อง ประเทศไทยจะมีกฏหมายไว้เพื่ออะไร คุณทักษิณทำผิดกฏหมาย คุณเรียกร้องให้ดำเนินคดี แต่การที่พวกของคุณสนธิทำผิดกฏหมาย แต่กลับเรียกร้องให้ปล่อยตัว มันถูกต้องแล้วหรือ?

และความพยายามที่จะบุกยึดจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ตามยุทธการดาวกระจาย (ในที่นี้ผมจะพิมพ์ถึงแค่กรณียึด )?ตามคำอ้างที่ว่าจะชุมนุม บุกยึดโดยสันติ ปราศจากอาวุธนั้น?ผมเชื่อว่าการบุกยึดสถานที่สำคัญ โดยไม่ใช้กำลังและอาวุธเลยนั้น มันเป็นไปไม่ได้ครับ

จากการกระทำดังกล่าว ทำให้ทาง ต้องเปลี่ยนสถานที่ออกอากาศ ไปยังสถานที่ลับเพื่อออกอากาศแทน
การพยายามแทรกแซงการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ ก่อให้เกิดความเสียหายยังธุรกิจมากมายแค่ไหน?

คำที่ว่ากู้ชาติ แต่หลาย ๆ เหตุการณ์ผมมองว่ามันไม่ใช่ บางครั้งผมไม่รู้ว่าเจตนาจริง ๆ ว่าเพื่อชาติ หรือเพื่อใคร

และในหัวข้อข่าวของทาง Manager.co.th ว่า

เอ็นบีทีเร่ร่อนดิ้นออกอากาศ ปลุกระดมกล่าวหาพันธมิตร
ข่าวโดย MGR Online (แสดงมา 1 ชั่วโมง 4 นาที)สถานีเอ็นบีที พยายามสุดฤทธิ์ เร่ร่อนออกอากาศ นำเสนอข่าวปลุกระดม กล่าวหา พันธมิตรฯ ขณะที่ นครบาล ถูกปิดล้อม พนักงานเอ็นบีที ต้องวิ่งหนีกระเจิง ส่วน”โกวิท”ยังถกเครียด เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดฐานล้มล้างรัฐบาล หรือก่อการกบฎ

หากว่าทาง ASTV ถูกปิดล้อมบ้าง ก็คงต้องเร่ร่อน หาที่ออกอากาศเช่นกัน ดังนั้นการที่ทาง ?พูดถึงทางกลุ่มพันธมิตร จึงไม่ใช่การกล่าวหา แต่พวกท่านไปคุกคามพวกเค้า เค้ามีสิทธิที่จะตอบโต้

Edit:เพิ่มเติมครับ

ถึงแม้การมีอยู่ของ รายการความจริงวันนี้
จะทำให้ทางพันธมิตรไม่พอใจ ว่าเอาเงินภาษีมาใช้ออกอากาศผ่าน เพื่อสนับสนุนฝ่ายคุณทักษิณหรือรัฐบาลก็ตาม

มันยังมีวิธีอื่นที่ใช่การบุกยึดทั้งสถานี ทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว

ผมยังเชื่อว่า สื่อมีสิทธิและเสรีภาพในการนำเสนอข่าวและความเห็นของทุกฝ่าย
ซึ่งผู้ที่จะตัดสินใจเชื่อหรือไม่นั้น คือผู้ชมหรือคนไทยทุกคน

ในเมื่อคนไทยเลือกตั้งรัฐบาลนี้ขึ้นมาเอง จะดีหรือไม่ดี ก็ต้องยอมรับเสียงส่วนมาก ต้องยอมรับสภาพ เพราะพวกคุณส่วนใหญ่เข้าคูหาและเลือกเค้ามาเป็นรัฐบาล

รับชมรายการดังกล่าวคลิกที่นี่ และอีกคลิป คลิกที่นี่

ผมจะยืนยันตรงนี้อีกครั้ง ผมไม่ได้อยู่ฝ่ายคุณทักษิณ หรือทาง นปก. ผมเคยชอบใจที่ทางพันธมิตร ชุมนุมอย่างสันติ ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบใจที่บางครั้งการชุมนุมทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

แต่ในเหตุการณ์วันนี้ การบุกยึดสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ เอ็นบีที() นั้นมันไม่ถูกต้อง
และการเรียกร้องให้ปล่อยตัวสมาชิกของกลุ่มพันธมิตร ที่ถูกจับกุม ข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นนั้น
แล้วจะไม่ถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย ผมคิดว่ามันไม่ถูกต้องครับ

และนี่คือกราฟตั้งแต่วันที่เริ่มการชุมนุม 25 พค. (ลูกศรสีแดงคือวันที่เริ่มชุมนุม)

ภาพจาก : คุณ win thaiseoboard ครับ

Tags: , , , ,